Oriental World

ข้างหลังภาพซูสีไทเฮา

ค.ศ. 1906 ที่แกลเลอรี่แห่งหนึ่งกลางปารีส มีนิทรรศการภาพวาดถูกจัดแสดงขึ้น ภายในงานมีภาพหญิงชราชาวจีนภาพหนึ่งแสดงอยู่ ภาพวาดนี้ถูกนักหนังสือพิมพ์ยุคนั้นเขียนถึงว่า

“จุดเด่นที่สุดคือดวงตาคู่นั้น ไม่ว่าใครถ้าได้ลองสบตาตรงๆ เป็นต้องหลบสายตา เพราะราวกับว่า เธอจะมายืนอยู่ตรงหน้าและจ้องมองเราด้วยสายตาที่มีพลังและทรงอำนาจ”


ภาพแรกที่Hubert Vos วาด ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังฤดูร้อน กรุงปักกิ่ง ที่มาของภาพ 

เจ้าของดวงตาคู่นั้นคือสตรีที่เป็นหงส์เหนือมังกรแห่งแผ่นดินจีน
นี่เป็นภาพเหมือนของ พระนางซูสีไทเฮา และเป็นผลงานของศิลปินนาม Hubert Vos

ปีก่อนหน้านั้น (ค.ศ. 1905) ได้รับการว่าจ้างจากทางราชสำนักแมนจูให้เข้าไปวาดภาพเหมือนของพระนางซูสีไทเฮา ภาพเหมือนพระนางซูสีไทเฮาที่ Vos วาดไว้มีทั้งหมดสองภาพ แต่ภาพที่พระนางซูสีไทเฮาเห็น กับภาพที่นักหนังสือพิมพ์ที่ปารีสเห็น เป็นคนละภาพกัน!

เรื่องนี้แท้จริงเป็นเช่นไร มีเรื่องราวอะไรแอบซ่อนอยู่ข้างหลังภาพเหล่านี้ มีเพียง Hubert Vos จะบอกเราได้

Hubert Vos (1855 - 1935) หรือที่คนจีนเรียกว่า 胡博·华士 เป็นจิตรกรเชื้อสายดัทช์ สัญชาติอเมริกัน Vos เดินทางเข้ามายังประเทศจีนครั้งแรกในปี 1899 ช่วงที่เหตุการณ์กบฏนักมวยกำลังเริ่มก่อตัว ในคราวนั้นเขาได้วาดภาพพอร์เทรตของคนจีนทั้งสามัญชน คนธรรมดาไปจนถึงบุคคลสำคัญอย่าง

ชิ่งชินหวัง อี้ควง 庆亲王奕劻 หลี่หงจาง 李鸿章 หยวนซื่อข่าย 袁世凯 Vos เคยพยายามขอเข้าไปวาดภาพเหมือนพระนางซูสีไทเฮา และกวงซวี่ฮ่องเต้ แต่ก็ถูกปฏิเสธ

จนกระทั่งในปี 1905 ความปรารถนาของเขาก็บรรลุผล

วันที่ 12 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1905 Hubert Vos กลับมาปักกิ่งอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกเรียกตัวจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาด้วยพระบัญชาโดยตรงจากพระนางซูสีไทเฮา เพื่อให้เขาวาดภาพเหมือนของพระนาง

ก่อนหน้า Hubert Vos ในปี 1903 มีศิลปินหญิงชาวอเมริกันชื่อ Katharine A. Carl ได้มาวาดรูปเหมือนของพระนางซูสีไทเฮา เพื่อนำไปแสดงที่งาน St.Louis’s World Fair ที่สหรัฐอเมริกามาแล้ว สำหรับ Hubert Vos ถือเป็นครั้งที่สองที่พระนางซูสีไทเฮาสั่งให้มาวาดรูปพระนาง ดูเหมือนว่า หลังเหตุการณ์กบฏนักมวยในปี 1900 พระนางซูสีไทเฮา เริ่ม “เปิด” ให้กับตะวันตกมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอยากปฏิรูปประเทศ อีกด้านคงอยากแก้ภาพลักษณ์ของตัวเอง ที่เป็น “นางมารร้าย” ในสายตาชาวตะวันตก

Hubert Vos เขียนจดหมายถึงครอบครัวบอกเล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจในงานครั้งนี้ และกลายเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์สำคัญตกทอดมาถึงเราในทุกวันนี้

ราชสำนักจัดให้ Vos เข้าเฝ้าพระนางเพื่อวาดภาพที่ สวนซ้าย 西苑 ของพระราชวังต้องห้าม (ปัจจุบันคือจงหนานไห่) Hubert Vos มีโอกาสเข้าเฝ้าพระนางเพียงสี่ครั้ง

Vos เล่าถึงความประทับใจจากการเข้าเฝ้าครั้งแรกโดยกล่าวว่าพระนางซูสีไทเฮาทรงเป็นหญิงที่แข็งแกร่ง
ดูเย็นชา แต่มีความจิตใจดีแฝงอยู่ ในเวลานั้น พระนางซูสีไทเฮา 70 พรรษาแล้ว เป็นหญิงชราแล้ว แต่น่าจะยังทรงมีกิริยาท่าทางสง่าผ่าเผย ถึงขนาดทำให้จิตรกรชาวตะวันตกผู้นี้รู้สึกชื่นชมในตัวพระนาง

“I fell straight in love with her”

ในการเข้าเฝ้าครั้งที่สอง Vos เริ่มลงแสงเงาในภาพตามขนบภาพวาดคนแบบเรียลลิสติกสไตล์ตะวันตก
เมื่อพระนางซูสีไทเฮาสังเกตเห็นทรงตรัสผ่าน อู่ถิงฝาง 伍廷芳 ขุนนางผู้ใหญ่ว่า

“ไม่เอาแสงเงา ไม่เอาริ้วรอย”

Vos เริ่มตระหนักแล้วว่า เขาไม่อาจวาดภาพพระนางซูสีไทเฮา เป็นภาพพอร์เทรตที่สมจริงแบบที่เขาถนัดได้แน่ๆ พระนางคงไม่โปรด และราชสำนักแมนจูคงไม่ยินยอม Vos จึงเปลี่ยนวิธี โดยผสมผสานเอาขนบภาพวาดตามธรรมเนียมจีนเข้าไปด้วย โดย Vos เรียกว่าเป็น ภาพกึ่งจีน Semi-Chinese Picture


ใบหน้าที่แสดงอายุจริงของ พระนางซูสีไทเฮาในวัย70 พรรษา ที่มาของภาพ


ภาพที่สองที่Hubert Vos วาด และพระนางซูสีไทเฮาไม่มีโอกาสได้เห็น ที่มาของภาพ

ในการเข้าเฝ้าครั้งที่สาม มีอยู่ช่วงหนึ่ง พระนางซูสีไทเฮาขณะที่ประทับเป็นแบบ ทรงหยิบดินสอสเก็ตช์ของ Vos ขึ้นมาลองวาดดูบ้าง Vos เล่าว่า นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผู้ชายฝรั่งผิวขาวได้อยู่ใกล้กับพระนางซูสีไทเฮามากขนาดนี้

ที่สุด ในราวกลางเดือนสิงหาคม ภาพเหมือนพระนางซูสีไทเฮา ฝีมือ Hubert Vos ก็เสร็จสมบูรณ์ เขานำขึ้นถวายให้พระนางซูสีไทเฮาทอดพระเนตร ทันทีที่เห็น พระนางซูสีไทเฮาถึงกับออกพระโอษฐ์เป็นภาษาอังกฤษ กับ Vos ว่า

“Very Good. Very Good.”

ภาพของ Vos ภาพนี้ เป็นภาพเหมือนขนาดเท่าจริง เป็นรูปพระนางซูสีไทเฮาประทับอยู่กลางภาพ สองข้างจัดวางเครื่องเรือนอย่างสมมาตร ลักษณะภาพเหมือนภาพวาดทางราชสำนัก เพียงแต่มีความเป็นตะวันตกเข้ามาผสม ใบหน้าพระนางซูสีไทเฮาในภาพวาดนั้นเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์ราวสตรีวัย
สามสิบกว่าๆ เท่านั้น ภาพนี้ปัจจุบันยังจัดแสดงอยู่ในพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน

แต่ยังมีอีกภาพ ที่พระนางซูสีไทเฮาไม่มีโอกาสได้เห็น...
จากภาพร่างที่เขาสเก็ตช์ไว้ครั้งแรก Vos นำกลับไปวาดต่ออีกในตอนที่เขากลับไปอเมริกาแล้ว และก็วาดเสร็จลงในปี 1906 จากนั้นมีโอกาสนำไปแสดงที่แกลเลอรี่ในปารีสตามที่เล่าเมื่อตอนต้นเรื่อง

Hubert Vos น่าจะอัดอั้นตันใจกับการต้องเขียนภาพที่ไม่สมจริง ภาพพระนางซูสีไทเฮาภาพนี้จึงแสดงตัวตนที่แท้จริงของพระนางซูสีไทเฮาออกมาได้มากกว่า (แม้จะว่าไปไม่ค่อยเหมือนจริงนักเมื่อนำไปเทียบกับรูปถ่าย) เพราะ Vos วาดตามอายุจริง 70 ปีของพระนาง ผิวพรรณนั้นเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใช้เครื่องสำอางที่ส่วนผสมของสารตะกั่วมาเป็นระยะเวลานาน) ตาดุ หน้านิ่ง พื้นฉากหลังเป็นภาพมังกรดำทะมึน มีแสงเงา ไม่สดใสเหมือนภาพแรกที่เขาวาด


Hubert Vos ที่มาของภาพ

ปัจจุบันภาพนี้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Fogg Museum มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ดีแล้วที่พระนางซูสีไม่ได้เห็นภาพวาดชิ้นนี้ เพราะคงทำให้พระนางกริ้วแน่ๆ และ Hubert Vos อาจจะ
คอขาดเอาก็เป็นได้

จะอย่างไรก็ดี กับภาพวาด พระนางซูสีไทเฮาจะพยายามฝืนธรรมชาติเท่าไรก็ย่อมได้ จะไม่เอาแสงเงา ไม่เอาริ้วรอย จะให้วาดโกงอายุเพียงใดก็สุดแท้แต่

แต่สุดท้ายใน ค.ศ. 1908 ในโลกแห่งความเป็นจริง หงส์เหนือมังกร สตรีที่ Vos เรียกว่า “เทพเจ้าของ
ชาวจีน 400 ล้านคน” ก็ต้องจบชีวิตลงอย่างหนีไม่พ้น