Armies Weapons and Warfare

10 เพลงประกอบภาพยนตร์สงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนาม นอกจากจะเป็นสงครามที่ส่งผลกระทบในหลายๆ เรื่องแล้ว การต่อสู้ในอุดมการณ์การปกครองระหว่างประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ในครั้งนี้ ยังก่อให้เกิดวัฒนธรรมของดนตรีที่จะเป็นรากฐานให้กับดนตรีในยุคต่อๆ มา เราอาจจะคุ้นๆ หูเพลงในภาพยนตร์บางเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามเวียดนาม หลายคนอาจจะชอบเพราะมันไพเราะหรือมีจังหวะที่สนุกเร้าใจ แต่ไม่รู้ว่าเพลงที่ได้ยินนั้นชื่ออะไร ในบทความนี้จะนำรายชื่อบทเพลงที่คุ้นหูและเป็นอมตะจากยุคนั้นมาให้ได้ศึกษากัน

เพลง The Track of My Tearsในภาพยนตร์เรื่อง Platoon ที่มาของภาพ

10. The Track of My Tears (เดอะ เทรค อ็อฟ มาย เทียร์)
ภาพยนตร์สงครามเวียดนามที่ตำนานเทียบเท่ากับเรื่อง Saving Private Ryan ในภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 อันมีชื่อเรื่องว่า Platoon (พลาทูน) ภาพยนตร์สงครามที่กำกับโดยผู้กำกับมากความสามารถ
โอลิเวอร์ สโตน (Oliver Stone) เขานำประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่เคยพบเจอตอนที่ยังเป็นพลทหารธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องเอาชีวิตตนเองให้รอดไปวันๆ ในป่าดงดิบอันห่างไกลของเวียดนาม และเพลง
The Track of My Tears ขับร้องโดย สโมคกี้ โรบินสัน (Smoky Robinson) แห่งวง เดอะมิราเคิล
(The Miracle) ก็ช่วยบอกเล่าเรื่องราวความระทมทุกข์ของทหาร ที่จำต้องกัดฟันอดทนและฝืนยิ้มให้กับโชคชะตาที่ไม่แน่นอนในสนามรบ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Platoon เราจะเห็นคริสตัวเอกของเรื่องและเพื่อนๆ ทหาร ทั้งดื่มและสูบพร้อมกับกอดคอกันร้องเพลงนี้ในบังเกอร์ เพื่อลืมความทุกข์ที่มี สมกับท่อนหนึ่งของบทเพลงที่ว่า “ลองมองดูหน้าฉันให้ดีๆ คุณจะเห็นรอยยิ้มแสดงออก แต่เมื่อมองใกล้ๆ
ใจช้ำชอก มันบ่งบอกรอยน้ำตาให้ปรากฏ”
(So take a good look at my face, You know my smile looks out of place, If you look closer it's easy to trace, The tracks of my tears)


เพลง HANG ON SLOOPY ในภาพยนตร์Operation Dumbo Drop ที่มาของภาพ

9. HANG ON SLOOPY (แฮงค์ ออน สลูปปี้)
เพลงจังหวะสนุกๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์สงครามแนวตลกคอมเมดี้ที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากเรื่องจริง โอเปอร์เรชั่น ดัมโบ้ ดร็อป (Operation Dumbo Drop) ภาพยนตร์เรื่องนี้หามีฉากการรบเลือดท่วมหรือดราม่าของสงครามเฉกเช่นภาพยนตร์สงครามเวียดนามเรื่องอื่นๆ ที่เคยทำ แต่มันเป็นปฏิบัติการส่งช้างทั้งตัวกระโดดร่มลงสู่พื้นดิน ทหารกลุ่มหนึ่ง เด็กคนหนึ่งและช้างตัวหนึ่ง ร่วมเดินทางไปด้วยกันเพื่อทำภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจนได้ รอยยิ้มและเสียหัวเราะที่มากับมุขตลกที่ไม่ลึกมากและชวนหัวได้ง่ายๆ จึงเหมาะสมกับเพลงจังหวะสนุกๆ ของวง เดอะ แมคคอย (The McCoys) ที่ชื่อ HANG ON SLOOPY เสียงกลองและเบสชวนให้ผู้ฟังลุกขึ้นมาส่ายสะโพกตามสไตล์เพลงแนวป๊อปร็อคของยุคนั้น ช่วยสร้างสีสันในการดำเนินเรื่องราวของภาพยนตร์สงครามแบบเบาสมองเรื่องนี้ ให้ชวนน่าติดตามมากยิ่งขึ้น


All Along the Watchtower ในภาพยนตร์เรื่องForrest Gump ที่มาของภาพ

8. All Along the Watchtower (ออล อลอง เดอะ วอชโทเวอร์)
เพลงอันเป็นตำนานที่ขับร้องโดยนักร้องผิวสีอย่าง จีมี่ เฮนดริกซ์ ที่พกพาความเป็นดนตรีแนวกรันจ์ โดยมีการโซโลเสียงเพลงให้ชวนเข้าสู่ภวังค์จากเสียงของกีตาร์ที่บาดลึกต่ออารมณ์ เนื้อเพลงที่แสดงให้เห็นถึงการเสียดสีสังคมจากความเหลื่อมล้ำของชนชั้น เข้ากันดีกับชีวิตทหารที่ไปรบในเวียดนามซึ่งส่วนใหญ่มาจากชนชั้นล่างและชนชั้นกลางบางส่วน ขณะที่ชนชั้นสูงลูกคนรวยทั้งหลายเสพสุขอยู่บ้าน ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาตัวเองไปรบในป่าดงดิบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง ฟอเรส กัมป์ (Forrset Gump) หรือ อัจฉริยะปัญญานิ่ม ฉากที่ฟอเรสและเพื่อนๆ ทหารต้องเดินลาดตระเวนลุยไปในพื้นที่ต่างๆ ทั้งบนถนน ในนาข้าว ลุยป่าฝ่าดง หรือมุดอุโมงค์ โดยมีเพลงจีมี่ เฮนดริกซ์ ประกอบฉาก มันช่วยแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของทหาร ที่ต้องจากบ้านมารบในสงครามที่พวกเขาเองก็ไม่เคยเข้าใจ


Ride of the Valkyries ในภาพยนตร์เรื่องApocalypse Now ที่มาของภาพ

7. Ride of the Valkyries (ไรด์ ออฟ เดอะ วาลคิรีส์)
ภาพยนตร์สงครามเวียดนามที่หลายคนมักจะบ่นว่าดูไม่รู้เรื่องในรอบแรก ต้องดูมากกว่าหนึ่งครั้งถึงจะเข้าใจ เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษของอเมริกันกลุ่มหนึ่งถูกส่งเข้าไปล่าสังหารนายทหารอเมริกันคนหนึ่งซึ่งหนีทัพ การเดินทางที่แสนยาวไกลและต้องฝ่าสมรภูมิรบอันดุเดือด พร้อมๆ กับคำถามในบทภาพยนตร์ที่ยิ่งดูยิ่งลึกลับในเรื่องราว และชวนให้ผู้ชมที่ยังไม่หลับไปเสียก่อนได้ติดตามต่อไปจนจบ แม้ภาพยนตร์อาจจะอืดอาดในการดำเนินเรื่อง แต่ทว่า ฉากการรบในภาพยนตร์กลับทำได้อลังการและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฉากการโจมตีทางอากาศต่อหมู่บ้านที่มีข้าศึกซ่อนตัวอยู่ภายใน ซึ่งมาพร้อมกับเสียงเพลงซิมโฟนีชื่อ Ride of the Valkyries โดยคีตกวีเอกชาวเยอรมันแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 นามว่า ริชชาร์ท
วากเนอร์
เสียงเพลงที่ประกอบในฉากนี้ทำความอลังการของฉากภาพยนตร์นั้นสมบูรณ์ ภาพของฝูงบินเฮลิคอปเตอร์อเมริกันแบบต่างๆ บินเกาะกลุ่มมุ่งตรงเข้าหาเป้าหมาย ระดมยิงจรวดอากาศสู่พื้นและตามด้วยการยิงถล่มจากปืนกลประจำเครื่อง รวมทั้งทหารที่ถูกลำเลียงมาบนเครื่องก็ใช้อาวุธประจำกายร่วมระดมยิงข้าศึกเช่นกัน การระเบิดของสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดินรวมถึงการทิ้งระเบิดนาปาล์มใส่ที่มั่นข้าศึก
มันแสดงให้ผู้ชมได้เห็นและเร้าอารมณ์ไปกับฉากของสงครามล้างผลาญที่เกิดขึ้นในฉากนี้


These Boots Are Made For Walkin' ในภาพยนตร์เรื่อง Full Metal Jacket ที่มาของภาพ

6. These Boots Are Made For Walkin’ (ดีส บู๊ท อา เมด ฟอร์ วอล์คอิน)
นี่อาจจะเป็นฉากที่คนทั่วไปมองว่าล่อแหลมและส่อไปในเรื่องขายบริการทางเพศ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Full Metal Jacket ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตเกรียนๆ ของเด็กหนุ่มอเมริกันที่แปรเปลี่ยนชีวิตตนเองมาเป็นทหาร ฉากตอนที่ทหารอเมริกันสองนายนั่งอยู่ริมถนน และมีหญิงสาวเวียดนามเดินมาหาพร้อมกับเสนอราคาค่าตัวในการร่วมหลับนอนกับเธอ เสียงดนตรีประกอบที่มีเพลง These Boots Are Made For Walkin' ขับร้องโดย แนนซี ซินาตรา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกที่แทบแยกกันไม่ออกระหว่าง “ความรัก” กับ “ความใคร่” ชายหนุ่มหญิงสาวที่มาพบกัน
พวกเขาก็มีจุดประสงค์ในความต้องการที่มีอยู่ในตัวของอีกฝ่าย


What a wonderful world ในภาพยนตร์เรื่องGood Morning Vietnam ที่มาของภาพ

5. What a wonderful world (ว็อท อะ วันเดอร์ฟูล เวิลด์)
ฮอลลีวู้ดนำทีมงานมาถ่ายทำภาพยนตร์สงครามเวียดนามในเมืองไทยหลายเรื่อง หนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นอมตะอย่างภาพยนตร์เรื่อง กู๊ด มอร์นิ่ง เวียดนาม (Good Morning Vietnam) ก็เป็นหนึ่งในนั้นและยังมีนักแสดงชาวไทยอย่าง จินตหรา สุขพัฒน์ ร่วมแสดงคู่กับโรบิน วิลเลี่ยม ตัวเอกของเรื่องนี้ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของนักจัดรายการวิทยุที่ชื่อเอเดรียน โครเนอร์ ที่มาทำหน้าที่เป็นนักจัดรายการวิทยุในกรุงไซ่ง่อนประเทศเวียดนามใต้ โดยเขามีหน้าที่จัดรายการวิทยุเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ทหารอเมริกันที่ปฏิบัติการรบในเวียดนาม รายการของโครเนอร์เป็นที่ชื่นชอบของทหาร และเขากลายมาเป็นดีเจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฉากหนึ่งในภาพยนตร์โครเนอร์มอบเพลงนี้ให้ทหารอเมริกันทุกคน ในเช้าตรู่วันหนึ่งโดยในฉากนี้แสดงให้เห็นกิจวัตรและความเป็นไปของทหารและวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม ที่มีทั้งความสงบและความรุนแรงปะปนกันไป โดยมีเพลงของนักร้องอันเป็นตำนานอย่างหลุยส์ อาร์มสตรอง ที่ชื่อ What a wonderful world ประกอบฉากนี้


For What It's Worth ในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ที่มาของภาพ

4. For What It's Worth (ฟอร์ ว็อท อิทส เวิร์ธ)
เพลงดังจากวง บัฟฟาโล่ สปริงฟีลด์ (Buffalo Springfield) ที่เคยประกอบฉากในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องร่วมถึงฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องฟอเรส กัมป์ ตอนที่กัมป์และเพื่อนๆ เดินลุยป่าท่ามกลางสายฝนออกมาจากป่า แล้วจู่ๆ ฝนที่เคยตกแบบไม่ลืมหูลืมตามาตลอดหลายวันพลันหยุดลงราวกับมีคนกดปุ่มปิดมัน แต่ทันใดนั้นข้าศึกก็เปิดฉากยิงใส่หมวดของกัมป์อย่างหนัก เพื่อนๆ ของเขาถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เพลง For What It's Worth เป็นเพลงช้าที่มีความหมายดีและมันกลายเป็นเพลงที่เหล่าบรรดาผู้ประท้วงต่อต้านสงครามนำมันไปเปิดในการชุมนุมแทบทุกแห่ง โดยเนื้อเพลงที่พูดถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นและตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่หยุดความรุนแรงที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ ซึ่งชื่อเพลงนี้หากแปลตรงตัวก็จะได้ความหมายตรงๆ นั่นคือคำว่า “สำหรับสิ่งที่คุ้มค่า” อันหมายถึงสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชีวิตมนุษย์คือการอยู่อย่างสันติ


Gimme Shelther ในภาพยนตร์เรื่องAir America ที่มาของภาพ

3. Gimme Shelther (กิมมี เชลเธอร์)
ในฉากสุดท้ายของภาพยนตร์แอคชั่นคอมเมดี้ ที่นำปฏิบัติการลับของอเมริกันในประเทศลาวโดยฝูงบินลำเลียงของซีไอเอในภารกิจช่วยเหลือกองกำลังรัฐบาลลาว เพื่อรบต่อต้านพวกคอมมิวนิสต์ในประเทศ
เป็นฉากที่พระเอกของเรื่องทั้งยีน ไรแอค (นำแสดงโดย เมล กิ๊บสัน) และบิลลี่ (โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ หรือปัจจุบันเรารู้จักเขาในบทบาทของโทนี่ สตาร์ก ในภาพยนตร์เรื่อง ไอรอนแมน) กำลังนำเครื่องบินที่บรรทุกปืนและยุทธภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเตรียมไปขาย แต่พวกเขาจำต้องนำเครื่องบินร่อนลงไปช่วยเหลือผู้อพยพที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางการรบระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลและพวกคอมมิวนิสต์อย่างไม่เต็มใจนัก โดยมีเพลงของสุดยอดวงร็อคแห่งยุคอย่างวง เดอะโรลลิงสโตนส์ (The Rolling Stones) ขับขานบทเพลงอันมีเนื้อเพลงที่บ่งบอกถึงอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวบนโลกที่มีแต่ความโหดร้ายรุนแรง โดยหวังว่าจะมีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วย ซึ่งเหมาะกับฉากนี้เป็นอย่างมาก


Freedom Again ในภาพยนตร์เรื่อง Missing in Action 3 ที่มาของภาพ

2. Freedom Again (ฟรีด้อม อะเกน)
เชื่อเหลือเกินว่าเพลงนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่ หรือแม้แต่เอ่ยชื่อภาพยนตร์เรื่อง มิสซิ่ง อิน แอคชั่น (Missing in Action) ภาพยนตร์ที่เพลงนี้ถูกนำไปประกอบก็ยังแทบจะไม่มีใครรู้เลยในเมืองไทย แต่หากเอ่ยชื่อพระเอกนักบู๊ที่แสดงเป็นตัวเอกของเรื่องอย่าง ชัค นอริส ก็คงจะมีคนรู้จักกันบ้าง โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้มีด้วยกันทั้งหมดถึง 3 ภาค และในภาคที่ 3 พันเอกแบรดด็อค ซึ่งแสดงโดยชัค นอริส กับภารกิจลุยเดี่ยวบุกเข้าไปในเวียดนามเพื่อช่วยเมียและลูกออกมาจากที่นั่นให้ได้ จากเดิมที่เขาหวังจะนำพาครอบครัวตัวเองกลับมา แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องช่วยเด็กๆ ลูกครึ่งอเมริกันเวียดนามนับสิบชีวิตให้รอดพ้นจากการถูกจองจำ เพลง Freedom Again ขับร้องโดย รอน บลูม ถูกเลือกมาประกอบฉากแรกของภาพยนตร์ โดยเนื้อเพลงนั้นบอกเล่าถึงความโดดเดี่ยวของทหารผ่านศึก ที่ผ่านสมรภูมิเพื่อประเทศชาติและหลั่งเลือดมาแทบเอาชีวิตไม่รอด เขาเป็นยอดทหารกล้าในสมรภูมิ แต่เมื่อมาถึงบ้านเขากลายเป็นคนไร้ค่าไม่มีใครเหลียวแล


Fortunate Son ในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ที่มาของภาพ

1. Fortunate Son (ฟอร์จูนเนท ซัน)
นี่คือเพลงที่เป็นที่สุดของที่สุดและมันคือเพลงของสงครามเวียดนามโดยแท้จริง ภาพยนตร์สงครามทั้งยุคเวียดนาม หรือยุคถัดมา หรือแม้แต่ภาพยนตร์แอคชั่น ก็ยังนำเพลงนี้ไปประกอบภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน เนื้อหาของเพลงก็เฉกเช่นเพลงร็อคในยุคนั้นที่เสียดสีสังคม โดยคำว่า Fortunate Son เมื่อแปลตามความหมายก็จะแปลว่า “ลูกเทวดา” ขับร้องโดยวงร็อคแห่งตำนาน ครีเด้นท์ เคลียร์วอเทอร์ รีไวล์วอล (Creedence Clearwater Revival) เพลงนี้ได้รับการจัดอันดับไว้ใน “500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล หรือ 500 Greatest Songs of All Time” โดยเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ชัดเจนมากในเรื่องการแซะ คือท่อนที่ร้องว่า It ain't me, it ain't me, I ain't no senator's son หมายถึง “กูไม่ใช่ กูไม่ใช่ ลูกชายท่าน ส.ว.” หลายคนเมื่อฟังเพลงนี้ในยุคนั้นก็คิดไปตามๆ กันว่า ลูกชายตาสียายสาถูกเกณฑ์ถูกส่งไปรบในเวียดนาม แต่ลูกชายผู้ดีผู้มีอำนาจกลับนอนอยู่บ้านสบายๆ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. https://www.esquire.com/entertainment/music/g12255617/10-best-vietnam-songs/
2. https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_songs_about_the_Vietnam_War
3. https://vvmf.wordpress.com/2017/05/09/35-songs-about-the-vietnam-era/
4. https://lancasteronline.com/features/entertainment/songs-about-the-vietnam-war/article_75b54366-98c2-11e7-83d8-f39855bf21a8.html
5. กลุ่มจำลองประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม PAD 1968