Oriental World

หวงจินหรง : จากเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้สู่คนกวาดถนน

“黄金荣爱钱,张啸林善打,杜月笙会做人”

“หวงจินหรงรักเงินตรา จางเสี้ยวหลินเก่งต่อยตี ตู้เยว่เซิงรู้หลักการเป็นคน” นี่คือคำจำกัดความชายสามคนที่ในยุคหนึ่งถูกขนานนามว่า…

“上海三大亨 : สามเจ้าพ่อแห่งเซี่ยงไฮ้”

สามเจ้าพ่อแห่งเซี่ยงไฮ้(จากซ้ายไปขวา) จางเสี้ยวหลิน, ตู้เยว่เซิง, หวงจินหรง ที่มาของภาพ

นั่นเป็นในยุคสาธารณรัฐ ที่เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองท่าใหญ่ แหล่งรวมของอำนาจ เงินตรา ธุรกิจทั้งบนดินและใต้ดิน และที่นี่เองเป็นที่ก่อร่างสร้างตัวของบรรดานักเลงทั้งหลาย และที่เป็นนักเลงเหนือนักเลงในยุคนั้น ย่อมหนีไม่พ้น หวงจินหรง 黄金荣 จางเสี้ยวหลิน 张啸林 ตู้เยว่เซิง 杜月笙 แห่ง ชิงปัง 青帮
แก๊งอิทธิพลที่มีอำนาจล้นฟ้าในยามที่บ้านเมืองแทบจะไร้ขื่อแป

แต่ที่วันนี้จะนำมาเล่า คือ ชะตากรรมในบั้นปลายชีวิตของ หวงจินหรง เพราะเขาเป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้คนเดียวที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ต่อ แม้จะเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว

เพราะจางเสี้ยวหลินถูกลอบฆ่าไปก่อนหน้านั้นแล้วในปี 1940 ตู้เยว่เซิงเอง ก็อพยพไปอยู่ฮ่องกงแทบจะในทันทีที่พรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมามีอำนาจปกครองประเทศ มีเพียงหวงจินหรงผู้นี้เท่านั้นที่เลือกจะไม่หนี และอยู่เซี่ยงไฮ้ต่อไป

หวงจินหรง หรือ หน้าปรุหวง พื้นเพเป็นคนซูโจว แต่เข้ามาโลดแล่นอยู่ในเซี่ยงไฮ้ จนได้เป็นตำรวจในสังกัดเขตปกครองฝรั่งเศส มือหนึ่งถือกฎหมาย อีกมือหนึ่งกลับแปดเปื้อนไปด้วยอาชญากรรมและสิ่งชั่วร้าย ทั้งลักลอบขนยา เปิดบ่อน โรงฝิ่น ฯลฯ เขากลายเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อของแก๊งชิงปัง และเป็นผู้ชักนำเอาตู้เยว่เซิงเข้ามาบนเส้นทางนักเลงสายนี้



วันที่ทหารปลดปล่อยประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ ที่มาของภาพ 

ค.ศ. 1949 กว๋อหมินตั่งพ่ายแพ้แล้ว เซี่ยงไฮ้กำลังจะถูกกองทัพปลดปล่อยประชาชนเข้ามายึด คืนหนึ่งตู้เยว่เซิงรีบร้อนมาที่คฤหาสน์ของหวงจินหรง เพื่อเกลี้ยกล่อมหวงจินหรงให้หนีออกจากเซี่ยงไฮ้ไปกับเขา ทว่าหวงจินหรงไม่คิดจะทิ้งเซี่ยงไฮ้ไป สาเหตุนั้นอาจเป็นเพราะว่า

หนึ่ง หวงจินหรงในเวลานั้นก็อายุย่างเข้าแปดสิบปีแล้ว สอง เขาเชื่อว่าความดีความชอบที่เขาเคยต่อต้านญี่ปุ่นจะช่วยปกป้องเขาได้ สาม เขามีรายชื่อสายลับที่ทำงานให้กับเจียงไคเช็กอยู่ในมือ หวงจินหรงหวังจะใช้สิ่งนี้เป็นบรรณาการเอาใจพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเชื่อว่านี่จะทำให้เขาอยู่รอดปลอดภัย

วันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1949 ตู้เยว่เซิงขึ้นเรือโดยสารของฮอลันดามุ่งหน้าสู่ฮ่องกง ทิ้ง หวงจินหรง ไว้ที่เซี่ยงไฮ้

วันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 เซี่ยงไฮ้ก็ได้รับการปลดปล่อย พรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการ

หวงจินหรง ยังคงใช้ชีวิตเป็นปกติ กิจวัตรที่เขาทำประจำจนคนเซี่ยงไฮ้สมัยนั้นพูดกันจนติดปากว่า แต่ละวันของหวงจินหรง...

上午泡茶馆,下午泡澡堂。
เช้าขลุกอยู่โรงน้ำชา บ่ายจมอยู่กับโรงอาบน้ำ


แต่เสือเฒ่าอย่างหวงจินหรงย่อมไม่เดิมพันด้วยไพ่ใบเดียว ด้านหนึ่งทำทีไม่อนาทรร้อนใจ ด้านหนึ่งวางแผนให้ หลี่จื้อชิง 李志清 ลูกสะใภ้ ขนเอาทรัพย์สินส่วนหนึ่งออกไปฮ่องกงก่อนหน้านั่นแล้ว โดยสั่งให้
ลูกสะใภ้ไปตั้งรกรากตระเตรียมไว้ รอเวลาเหมาะๆ หวงจินหรงจึงจะค่อยตามไปสมทบ

ระหว่างนั้น หวงจินหรงก็ปล่อยข่าวว่า ถูกลูกสะใภ้ปล้นเอาทรัพย์สินไปจนหมดเนื้อหมดตัว เพื่ออำพรางไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สิน โดยหวังว่าตัวเขาจะสามารถอยู่เงียบๆ เสพสุขแบบสบายๆ

ในขณะนั้นเมืองเซี่ยงไฮ้ ยังมีความวุ่นวายปล้นชิงอยู่ และส่วนมากพวกที่สร้างความวุ่นวายก็เป็นคนของชิงปัง พรรคคอมมิวนิสต์จึงส่งคนไปต่อรองกับหวงจินหรง หวังอาศัยอำนาจอิทธิพลของหวงจินหรงในฐานะลูกพี่ใหญ่สั่งการให้ลูกสมุนหยุดสร้างความวุ่นวาย เพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อย หวงจินหรงให้ความร่วมมือกับพรรคเป็นอย่างดี

เซี่ยงไฮ้ภายนอกจึงเหมือนสงบราบคาบ แต่ทว่า จีนในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจนั้น ยังคงมีคนของ
พรรคกว๋อหมินตั่งซุ่มก่อหวอด กระทำการลับๆ บ่อนทำลายพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทั้งการลอบสังหาร
การปล้นอาวุธ จึงเกิดนโยบายปราบปรามพวกปฏิกิริยาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิวัติ ซึ่งก็หมายถึง
พวกกว๋อหมินตั่งที่ยังตกค้างอยู่นั่นเอง


จากเจ้าพ่อสู่คนกวาดถนน ที่มาของภาพ 

หวงจินหรง ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ประชาชนเรียกร้องให้จับกุมมาพิจารณาคดี หรือส่งไปใช้แรงงาน เพราะการก่อกรรมทำเข็ญของเขาในอดีต มีการบุกเข้าตรวจค้นคฤหาสน์ของหวงจินหรง พบอาวุธปืน
10 กระบอก เท่านั้นยังไม่พอ ยังพบฝิ่นจำนวนมากด้วย (หวงจินหรงยังคงเสพฝิ่นอยู่) แต่ หวงหยวนเทา 黃源涛 ลูกบุญธรรมของหวงจินหรงออกหน้ารับเป็นเจ้าของทั้งปืนและฝิ่นจึงถูกจับเข้าคุกแทน ส่วนหวงจินหรงรอด

แต่หวงจินหรงรู้ว่าตัวเองคงรอดไปได้ไม่นาน หากไม่ทำอะไรสักอย่าง

วันที่ 20 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1951 หน้าหนึ่งนสพ. เหวินฮุ่ยเป้า 文汇报 ในเซี่ยงไฮ้ ตีพิมพ์จดหมายวิจารณ์ตัวเอง 自白书 ของหวงจินหรง ในเนื้อความ หวงจินหรงว่า ตนรู้สำนึกผิดกับสิ่งไม่สมควรที่เคยทำมา และพร้อมจะเป็นประชาชนคนดีในสังคมใหม่

ไม่เพียงมีจดหมายสารภาพผิด วิจารณ์ตนเอง ยังมีภาพของชายชราอายุ 84 ปี ถือไม้กวาด กวาดถนนอยู่หน้าตึกระฟ้าขนาดใหญ่

ชายชราผู้นี้คือ หวงจินหรง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ผู้ที่เคยมีอิทธิพลล้นฟ้าประหนึ่งเจ้าชีวิต ส่วนตึกระฟ้านั้นคือ
大世界 The Great World แหล่งบันเทิงใหญ่กลางเมืองเซี่ยงไฮ้ที่หวงจินหรงเคยเป็นเจ้าของนั่นเอง

อนิจจา จากเจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่คับเมือง มาสิ้นลายลงเอยเป็นตาแก่กวาดถนน! ไม่รู้ว่า หวงจินหรง ถูกทางการลงโทษประจานให้ได้อาย หรือเป็นแผนสร้างภาพของตัวเขาเอง แต่ภาพนี้ก็ทำให้เขารอดการถูกปราบปรามมาได้อีก