Oriental World

เยี่ยมสุสานจักรพรรดิองค์สุดท้าย: จากเวียงวังแห่งเดลีสู่ซอกหลืบในย่างกุ้ง

น้อยคนที่จะทราบว่าอังกฤษเนรเทศกษัตริย์พม่าไปตายที่อินเดีย เนรเทศจักรพรรดิอินเดียมาตายที่พม่า
ทุกวันนี้พระศพของทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสกลับบ้านเกิดเมืองนอน

พระเจ้าสีป่อ (ธีบอ) กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า ถูกเนรเทศไปอยู่เมืองไกลปืนเที่ยงที่อินเดีย ริมทะเลอาหรับ ส่วนบาฮาดูร์ ชาห์ที่ 2 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโมกุลถูกเนรเทศจากอินเดีย ไปอยู่
เมืองย่างกุ้ง ใกล้กับอ่าวเบงกอล

ปี พ.ศ. 2560 ผู้เขียนเดินเตร่ไปตามท้องถนนของย่างกุ้ง ท่ามกลางอาคารยุคอาณานิคมที่เก่าคร่ำคร่า คือสุสานของบาฮาดูร์ ชาห์ จักรพรรดิโมกุลองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโมกุล ที่ระหว่างถนนชเวดากองกับ
ถนนอูวิสาระ พระองค์เป็นทั้งจักรพรรดิ นักบุญของชาวศูฟีย์และสัญลักษณ์ชาตินิยมต้านอังกฤษที่ผู้นำอินเดียและปากีสถานต่างพร้อมใจกันมาคำนับ

สุสานที่ฝังพระศพของบาฮาดูร์ ชาห์ จักรพรรดิโมกุลองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโมกุล

ตอนที่ผู้เขียนเดินทางไปถึง ชาวศูฟีย์กำลังประกอบพิธีสวดเหนือหลุมพระศพด้วยท่วงทำนองที่สะกดความรู้สึก จะโหยหวยครวญคร่ำก็ไม่ใช่ จะสรรเสริญเยินยอก็มีบางจังหวะ เป็นพิธีที่ Solemn คือสุขุมลุ่มลึกและเต็มไปด้วยอารมณ์ในเวลาเดียวกัน

แม้จะคุยกันคนละภาษา ผู้ดูแลที่เป็นเอเชียใต้ในพม่าให้การต้อนรับอย่างดี เขาคงจะดีใจที่มีคนแปลกหน้ามาเยือนนอกจากศาสนิกชาวอินเดีย-ปากีสถาน หรือฝรั่งบางคน

สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์อันน่าสลดใจของการสิ้นแผ่นดิน สิ้นราชวงศ์ สุสานสุสานของบาฮาดูร์ ชาห์เป็นอีกที่ที่ควรแวะเวียนไปชมท่ามกลางของที่น่าชมอีกมากในย่างกุ้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสุสานของพระนาง
ศุภยาลัต ซึ่งตั้งอยู่อีกซีกถนนหนึ่งไม่ไกลจากกัน คือถนนมุ่งไปยังประตูด้านทิศใต้ของพระเจดีย์ชเวดากอง คือที่ Kandawmin Garden Mausolea

ความรู้สึกในใจของผู้เขียนต่อบาฮาดูร์ ชาห์ เกิดขึ้นอย่างแรงกล้าหลังอ่านบทความเรื่องชะตากรรมของ
เชื้อพระวงศ์โมกุลหลังตกเป็นเมืองขึ้นอังกฤษเมื่อ 2 - 3 ปีก่อน

แล้วนึกถึงภาพของบาฮาดูร์ ชาห์ที่ 2 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโมกุล เป็นภาพที่ถ่ายไว้ก่อนที่พระองค์จะถูกอังกฤษจับขึ้นศาลฐานอยู่เบื้องหลังการลุกฮือต้านอังกฤษ หลังขึ้นศาลถูกส่งตัวไปคุมไว้ที่
เมืองพม่าย่างกุ้ง ต้องอยู่อย่างคนอนาถากระทั่งสวรรคตแล้ว อังกฤษก็ยังปิดบังหลุมพระศพ เพราะกลัวคนอินเดียจะใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวเรียกร้องเอกราช


ภาพของบาฮาดูร์ ชาห์ ถ่ายที่พม่ากับ “มอระกู่” หรือกล้องยาสูบ ภาพของ British Library

ภาพของจักรพรรดิองค์สุดท้ายกับพระเนตรที่ห่อเหี่ยวไร้ความหวัง เป็นภาพที่ดีที่สุดภาพหนึ่งในความคิดผม ... อังกฤษนี่ร้ายนัก พอตีพม่าได้ก็จับกษัตริย์มาคุมไว้ที่อินเดีย แล้วจับจักรพรรดิอินเดียมาคุมตัวไว้ที่พม่า พระบรมวงศ์บางส่วนของทั้ง 2 ฝ่ายมีชีวิตที่น่าอเนจอนาถพอๆ กัน สายตรงของพระเจ้าสีป่อที่กลายเป็นยาจกก็มี ส่วนสายของบาฮาดูร์ ชาห์ต้องขอทานเขากินเช่นกัน

เช่น เจ้าชายมีรซา นาซีร์ อุลมุลก์ รอดจากอังกฤษมาได้ แต่สุดท้ายไม่มีจะกินต้องมาเร่ร่อนขอทาน
ขาข้างหนึ่งยังเป็นอัมพาต ต้องใช้ถุงห้อยที่คอ แล้วลากสังขารไปตามท้องถนนของเดลี เจอใครก็ได้แต่มองหน้าขอความเห็นใจ หากคนผู้นั้นทราบว่าพระองค์เป็นเจ้าชายมาก่อนก็จะโยนเศษเหรียญลงในถุงที่ห้อยคอด้วยความเวทนา มีคนถามว่าท่านคือใคร เจ้าชายจะตอบว่า นามของเราคือมีรซา นาซีร์ อุลมุลก์
เป็นพระนัดดาของจักรพรรดิบาฮาดูร์ ชาห์

อีกพระองค์คือมีรซา กามาร์ ซุลตาน พระนัดดาขององค์จักรพรรดิเช่นกัน ต้องเร่ร่อนขอทานในเมืองหลวง ถนนสายเดียวกับที่พระองค์เคยควบอาชาผ่านมาแล้วชาวพาราต้องค้อมคำนับให้ มาวันนี้ทรงกลายเป็นคนจรขอทานเขายังชีพ และเพราะความอับอายจึงต้องหาเลี้ยงชีพยามค่ำคืน แต่เวลาจะขอใครเขากินท่านจะแสดงขัตติยะมานะอยู่บ้าง


ป้ายหลุมพระศพเดิมของบาฮาดูร์ ชาห์ ตั้งอยู่อาคารด้านบน ส่วนสุสานอยู่ด้านล่าง

ทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ในบทความชื่อ What happened to the Mughals after the fall of the Mughal Empire? ในเว็บไซต์ DailyO

แต่จะว่าไปแล้วชะตากรรมของเจ้าชายยาจกแห่งโมกุลทั้ง 2 พระองค์ ยังดีกว่าอีกหลายพระองค์ เช่น
เจ้าชายมีร์ซามูฆัล ซึ่งนำการลุกฮือต้านอังกฤษ เมื่อทรงยอมแพ้แล้ว ถูกอังกฤษจับตัวขึ้นเกวียนกับพระโอรสอีก 2 พระองค์ ครั้นถึงประตูเมืองเดลี มีชาวอินเดียมารุมต้อนรับ คิดว่าเป็นขบวนของเจ้าชายที่กำชัยชนะกลับมา แต่เมื่อมาถึงเจ้าชายทั้ง 3 พระองค์กลับถูกฝรั่งไล่ให้ลงมาจากเกวียน แล้วจับเปลื้องผ้าผ่อนท่อนบน จากนั้นยิงทิ้งต่อหน้าฝูงชน ตายไปแล้วยังถูกทหารอังกฤษปล้นทรัพย์ที่ติดตัวไว้อีก จากเจ้านายผู้สูงศักดิ์ กลายเป็นศพอนาถา เป็นที่น่าอเนจอนาถยิ่งนัก

ทุกวันนี้มีการตั้งมูลนิธิเพื่อติดตามเชื้อพระวงศ์โมกุลเพื่อช่วยเหลือ เพราะส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีคนหนึ่งดังมากคือ ซุลตานา เบกุมภรรยาของพระราชปนัดดาของจักรพรรดิองค์สุดท้าย ขายน้ำชาริมถนนตามยถากรรม ส่วนสามีเชื้อพระวงศ์ตายไปนานแล้วอย่างแร้นแค้นแสนสาหัส

ชะตากรรมของพวกเชื้อพระวงศ์โมกุลแสดงถึงหลักอนิจจตาได้เป็นอย่างดี จากชีวิตหรูหราฟุ้งเฟื่อง ต้องมานั่งขอทานเขากิน ชีวิตคนเรานั้นอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

นึกถึงเจตนารมณ์ในการบันทึกประวัติศาสตร์ของคนโบราณ ดังในคัมภีร์มหาวงศ์ พงศาวดารพุทธศาสนาในลังกา ที่ชี้แจงไว้ว่าการบันทึกประวัติศาสตร์นั้นก็เพื่อ “จะให้เกิดความเลื่อมใสแลสังเวช”

เพราะแม้แต่ “ท้าวพระยาทั้งหลาย ... ก็มิได้เที่ยงถึงแก่มรณะสืบกันมา”