World Clvilization

มุกตลกเรื่องเพศในห้องน้ำสมัยโรมัน

พื้นห้องน้ำของเมืองสมัยโรมันในตุรกี มีภาพที่เป็นมุกตลกเรื่องเพศที่นำเรื่องราวมาจากตำนานเทพ
กรีก-โรมัน ยิ่งนั้นหลังเมืองแห่งนี้ถูกทิ้งร้างก็กลายเป็นที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัดอีกด้วย


เมื่อราว 1,800 ปีมาแล้ว ในห้องส้วมสาธารณะในเมืองอันติโอเคีย อัด ครากุม (Antiochia ad Cragum) หรือเมืองอันติโอเคียน้อยซึ่งเป็นเมืองชายทะเลสมัยเฮเลนิสติก ตั้งอยู่ริมเมดิเตอร์เรเนียน ทางตอนใต้ของประเทศตุรกีปัจจุบันนี้ มีสิ่งที่ผู้ชายหลายคนต้องได้เห็นบนพื้นห้องส้วม สิ่งนั้นก็คือภาพประดับโมเสกสมัยศตวรรษที่ 2 ซึ่งนักโบราณคดีขุดค้นพบ เป็นภาพที่เนื่องด้วยเรื่องราวในเทวปกรณัมหรือตำนานเทพกรีก ได้แก่ ภาพนาร์ซิสซัส (Narcissus ) หลงใหลชื่นชมในอวัยวะเพศของตัวเองกับภาพเจ้าชายแกนีมีด (Ganymede) แห่งกรุงทรอยให้นกทำความสะอาดฟองน้ำชำระและของลับของตนเอง


ภาพโมเสกรูปนาร์ซิสซัส (ซ้าย) และรูปเจ้าชายแกนีมีด (ขวา) ที่มาของภาพ 

“เราตื่นตะลึงกับภาพที่ได้เห็นมาก” ไมเคิล ฮอฟฟ์ นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเนบราสกา-ลินคอล์นกล่าว “คุณต้องอ่านเทวปกรณัมเหล่านั้นเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราว แต่ภาพในห้องน้ำเหล่านี้เป็นของสากลที่ไม่ต้องมีความรู้มาก่อนก็เข้าใจได้”

นาร์ซิสซัสซึ่งตามตำนานเทพกรีกและโรมันเขาเป็นคนที่หลงในเงาของตัวเอง แม้จะปรากฏภาพโมเสกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวก็ตาม แต่ก็ถือว่าให้ข้อมูลได้มาก เพราะในภาพดังกล่าว นาร์ซิสซัสมีจมูกยาวซึ่งถือว่าเป็นความน่าเกลียดเมื่อพิจารณาตามมาตรฐานความงามในเวลานั้น เขากำลังมองลงไปด้านล่าง ซึ่งอาจกำลังมองดูเงาอวัยวะเพศของเขาที่สะท้อนอยู่ในน้ำแทนที่จะเป็นการมองดูเงาสะท้อนหน้าตนเองตามตำนานก็เป็นได้


ภาพนาร์ซิสซัสในศตวรรษที่ 20 วาดตามเรื่องราวในตำนานเทพกรีก-โรมัน ที่มาของภาพ 

ส่วนตามตำนานเรื่องเจ้าชายแกนีมีดนั้น ซูสแปลงร่างเป็นนกอินทรีโฉบเอาชายหนุ่มคนหนึ่ง คือ เจ้าชาย
แกนีมิดแห่งกรุงทรอยไปเป็นผู้รับใช้ทำหน้าที่เป็นผู้ถวายพระสุธารสบนภูเขาโอลิมปัสแทนที่เทพีฮีบี (Hebe) เทพีแห่งเยาว์วัยผู้เป็นธิดาของซูสกับเฮรา ทั้งนี้ โดยทั่วไปในฉากการลักพาตัวนั้น แกนีมีดถือห่วงและไม้ตีซึ่งเป็นของเล่นเด็กอยู่ในมือ แต่ในภาพดังกล่าวกลับกลายเป็นว่าแกนีมีดถือฟองน้ำชำระหรือฟองน้ำมีด้ามสำหรับเช็ดก้นหลังเสร็จภารกิจส่วนตัว ที่ภาษาละตินเรียกว่า เตร์ซอริอุม (tersorium) และในภาพซูสไม่ได้อยู่ในรูปของนกอินทรี แต่เป็นนกกระสาคอยาวที่กำลังใช้จะงอยปากจิกฟองน้ำและของลับของแกนีมีด


ภาพเจ้าชายแกนีมีดทำหน้าที่เป็นผู้ถวายพระสุธารสบนภูเขาโอลิมปัส ซึ่งเป็นภาพเขียนสมัยศตวรรษที่ 17 ตามตำนานเทพกรีก-โรมัน ที่มาของภาพ 


ภาพเขียนสีบนภาชนะดินเผาสมัยศตวรรษที่ 5 เป็นภาพตามตำนานเทพกรีก-โรมัน เรื่องเจ้าชายแกนีมีดที่ถูกนกอินทรีลักพาตัว
กำลังถวายพระสุธารสแด่ซูส ที่มาของภาพ


นักวิชาการบางคนกล่าวว่าการทำภาพดังกล่าวขึ้นอาจเป็นการบอกนัยแบบสองแง่สองง่ามถึงมุมมองต่อความสัมพันธ์ระหว่างชายฉกรรจ์กับเด็กหนุ่มวัยรุ่นในวัฒนธรรมกรีก หรืออีกนัยหนึ่งคือการบอกเป็นนัยถึงการทำความสะอาดอวัยวะเพศก่อนและหลังการร่วมเพศก็เป็นได้


ฟองน้ำชำระที่ใช้กันตามห้องส้วมสมัยโรมัน ที่มาของภาพ

ห้องส้วมแห่งนี้มีช่องให้น้ำสะอาดไหลผ่านเช่นเดียวกับมีที่นั่งสำหรับปลดทุกข์ซึ่งทำด้วยหินอ่อนหรือไม้ซึ่งปัจจุบันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ฮอฟฟ์เชื่อว่าห้องส้วมสาธารณะแห่งนี้เป็นที่ที่ผู้ชายส่วนใหญ่เข้ามาใช้งาน เพราะตั้งอยู่ติดกับโรงอาบน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ถัดมาจากอาคารที่ประชุมสภา

“ห้องน้ำแห่งนี้น่าจะมีผู้คนเข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก” ไบรอล คาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโมเสกจากมหาวิทยาลัยอูซัค ประเทศตุรกี กล่าว “แน่นอน เมืองโบราณทุกแห่งมีห้องส้วม แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่ยังเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน ยิ่งจำนวนห้องส้วมที่มีภาพประดับโมเสกบนพื้นยิ่งถือว่าน้อยมาก เมืองอันติโอเคีย อัด ครากุม
จึงเป็นเพียงไม่กี่แห่งที่ยังมีภาพเหล่านี้หลงเหลือ”

เมืองแห่งนี้ยังมีภาพประดับโมเสกสวยงามและค่อนข้างสมบูรณ์อีกหลายแห่ง ดังกรณีที่ฮอฟฟ์และคณะขุดค้นพบภาพประดับโมเสกขนาดใหญ่ถัดจากสระน้ำในโรงอาบน้ำสาธารณะ แต่น่าเสียดายที่ภาพดังกล่าวเป็นเพียงลวดลายเรขาคณิตเท่านั้น


โมเสกลวดลายเรขาคณิตบนพื้นโรงอาบน้ำ ที่มาของภาพ 

เมืองอันติโอเคีย อัด ครากุม ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 1 ราวรัชสมัยจักรพรรดิเนโร และประชากรในช่วงที่สูงสุดของเมืองมีอยู่มากกว่า 6,000 คน แต่ต่อมาเมืองถูกทิ้งร้างไปในศตวรรษที่ 11 จากนั้นในอีกหลายศตวรรษต่อมา เมืองร้างอันโดดเดี่ยวสมัยโรมันจึงเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการซ่อนสมบัติที่โจรสลัดปล้นมาได้รวมไปถึงเป็นที่ฝังศพ ซึ่งนักโบราณคดีเพิ่งขุดค้นพบในปี 2018 นี้เอง นั่นคือ ที่โรงอาบน้ำอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่นอกประตูเมือง นักโบราณคดีพบที่ซ่อนสมบัติซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหรียญเงินสมัยศตวรรษที่ 17 มากกว่า 3,000 เหรียญจากที่ต่างๆ ทั่วยุโรปและจักรวรรดิออตโตมาน


ซากปรักหักพังของเมืองอันติโอเคีย อัด ครากุม เหมาะมากสำหรับการซ่อนสมบัติของเหล่าโจรสลัด ที่มาของภาพ

“เห็นได้ชัดว่าเหรียญเหล่านี้ถูกซ่อนเอาไว้เพื่อจะกลับมาขุดขึ้นในวันหน้า” ฮอฟฟ์กล่าว ซึ่งสมบัติดังกล่าวอาจเป็นของโจรสลัดที่ปล้นมา หรืออาจเป็นสมบัติที่ถูกขโมยมาจากที่แห่งอื่นในแผ่นดินใหญ่แล้วนำมาฝังไว้ในที่แห่งนี้ นอกจากนี้ใต้จุดที่พบเหรียญเงินเหล่านั้นยังมีโครงกระดูกซึ่งนักมานุษยวิทยาการภาพเชื่อว่าเป็นของเหยื่อที่ถูกฆ่าหรือทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสก่อนจะนำศพมาฝังไว้ก็เป็นได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.livescience.com/64000-dirty-jokes-mosaics-discovered.html
https://ilfattostorico.com/2012/10/06/un-mosaico-romano-ad-antiochia-ad-cragum/
https://en.wikipedia.org/wiki/Ganymede_(mythology)
https://en.wikipedia.org/wiki/Narcissus_(mythology)
http://ispub.com/IJFS/3/1/9665