World Clvilization

สุสานของอเล็กซานเดอร์อยู่ที่ไหน?

ตั้งแต่ 332 ปีก่อนคริสตกาลเป็นต้นมา อียิปต์โบราณตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวกรีก นำโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) พระองค์สถาปนา “อเล็กซานเดรีย” (Alexandria) บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขึ้นเป็นนครหลวง หลังจากนั้นพระองค์ก็ออกเดินทางไปยังตะวันออก เพื่อหวังจะขยายดินแดนต่อไปยังประเทศอินเดีย แต่เมื่อถึงเดือนมิถุนายน 323 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์กลับสิ้นพระชนม์ในขณะที่มีพระชนมายุเพียงแค่ 32 พรรษาเท่านั้น และนั่นก็ทำให้ความฝันที่จะขยายดินแดนของพระองค์ต้องจบลงไปด้วย


ภาพวาดจากคริสต์ศตวรรษที่15 แสดงฉากที่อเล็กซานเดอร์มหาราชถูกลอบวางยาพิษ ที่มาของภาพ

แน่นอนว่ามหาราชผู้ยิ่งใหญ่สิ้นพระชนม์ทั้งที สถานที่พำนักหลังความตายของพระองค์ก็คงต้องสุดแสนอลังการตามไปด้วย ว่าแต่มันอยู่ตรงไหนและจะงดงามเพียงใด ครั้งนี้เราจะลองไปสืบค้นหาสุสานของ
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชไปพร้อมๆ กัน โดยเริ่มต้นที่สาเหตุการสิ้นพระชนม์อันเป็นปริศนาของพระองค์กันก่อนเลย

หนึ่งในสาเหตุการสิ้นพระชนม์ที่ได้รับการเสนอกันในเอกสารทางประวัติศาสตร์ก็คือพระองค์อาจจะถูก “วางยาพิษ” ซึ่งคาดว่าอาจจะมาจากพืชที่มีชื่อว่า “เฮลเลบอร์ขาว” (White Hellebore) ที่ขึ้นอยู่อย่างดาษดื่นในมาซิโดเนียซึ่งเป็นดินแดนของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ แพทย์ในสมัยโบราณทราบดีว่ารากของเฮลเลบอร์ในปริมาณน้อยๆ จะมีคุณสมบัติเป็นยาระบาย แต่แน่นอนว่าถ้าใช้ในจำนวนมากๆ ก็จะเป็น
ยาพิษโดยไม่ต้องสงสัย

สุดท้ายไม่ว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ด้วยยาพิษจริงหรือไม่ ศพของพระองค์ถูกขนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุซึ่งก็คือกรุงบาบิโลน ประเทศอิรัก เพื่อนำไปฝังในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งนักโบราณคดีหลายต่อหลายท่านกำลังพลิกแผ่นดินตามหามันกันจวบจนทุกวันนี้

มีความเป็นไปได้ว่าด้วยพระองค์เป็นกรีก ร่างของพระองค์ก็น่าจะได้รับการฝังเอาไว้ในดินแดนอันเป็นบ้านเกิดของพระองค์ แต่จากบันทึกที่นักประวัติศาสตร์พอจะมีก็ได้บอกเอาไว้ว่า อเล็กซานเดอร์ต้องการให้ฝังร่างไร้วิญญาณของตนเองเอาไว้ที่โอเอซิสซิวา (Siwa Oasis) ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลทรายตะวันตกของประเทศอียิปต์ เป็นที่ตั้งของวิหารเทพพยากรณ์แห่งซุส-อัมมอน (Zeus Ammon Oracle) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ว่าอเล็กซานเดอร์เป็นโอรสขององค์เทพ อีกทั้งเรายังพบภาพบนเหรียญที่แสดงอเล็กซานเดอร์ประดับศีรษะของพระองค์เองด้วยเขาแกะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับเทพเจ้าซุส-อัมมอน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 4 อีกด้วย


ภาพวาดแสดงขบวนพิธีศพอันอลังการของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่มาของภาพ

แต่ความปรารถนาของอเล็กซานเดอร์ที่ต้องการฝังร่างของตนเอาไว้ในโอเอซิสซิวาจะเป็นความจริงหรือไม่ ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน อีกหนึ่งตำนานกล่าวเอาไว้ว่าเมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของอเล็กซานเดอร์แล้ว ปโตเลมีที่ 1 โซเตอร์ (Ptolemy I Soter) ก็จัดแจงเดินทางไปยังกรุงดามัสกัส (Damascus)
ติดสินบนก้อนโตให้กับฝ่ายซีเรียเพื่อให้ขบวนขนร่างไร้วิญญาณของผู้นำกรีกเบนจุดหมายปลายทางจากมาซิโดเนียมาเป็นอียิปต์ แต่ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เอกสารที่บันทึกถึงการเดินทางของขบวนพระศพนี้ แทบจะไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเลยเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของมัน สิ่งที่เราได้ข้อมูลชัดเจนมากที่สุดจากบันทึกกลับกลายเป็นความโอ่อ่าอลังการของรถขนศพ (Hearse) ของพระเจ้า
อเล็กซานเดอร์ที่ถูกบรรยายเอาไว้ชนิดที่ว่าละเอียดยิบจนนักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันสามารถจำลองภาพออกมาได้อย่างง่ายดาย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่คลุมเครือเป็นอย่างมาก เอกสารโบราณส่วนหนึ่งกล่าวว่าพระศพของอเล็กซานเดอร์ได้รับการขนย้ายไปยังนครเมมฟิส (Memphis) ฝังเอาไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจึงเคลื่อนย้ายอีกครั้งในช่วงปลายรัชสมัยของฟาโรห์ปโตเลมีที่ 1 ไปยังอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เมืองหลวงริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อเล็กซานเดอร์ได้สถาปนาเอาไว้เมื่อครั้งเข้าครอบครองอียิปต์
ว่ากันว่าพระศพของอเล็กซานเดอร์ได้รับการฝังอย่างสมเกียรติในโลงศพทองคำ แต่กระนั้นตำแหน่งที่ว่าไปนี้ก็ดูเหมือนจะยังไม่ใช่สถานที่พำนักแห่งสุดท้ายของจอมทัพผู้เกรียงไกรคนนี้อยู่ดี

ในรัชสมัยของฟาโรห์ปโตเลมีที่ 4 ฟิโลปาเตอร์ (Ptolemy IV Philopater) พระองค์ได้สร้างสุสานขนาดใหญ่สำหรับบรรจุศพของเหล่าบรรพบุรุษในราชวงศ์ปโตเลมี (Mausoleum) ขึ้นที่เซมา (Sema)
ในนครอเล็กซานเดรีย เป็นไปได้ว่าที่ตั้งของนครสุสานแห่งนี้จะอยู่ใกล้เคียงกับที่ตั้งเดิมของสุสานอเล็กซานเดอร์ ซึ่งจากตำนานก็ทำให้เราทราบว่าพระศพของพระองค์ถูกขนย้ายมาฝังเอาไว้ที่เซมาแต่ก็ยังไม่วายถูกรบกวนอีกจนได้ ในสมัยฟาโรห์ปโตเลมีที่ 10 (Ptolemy X) พระองค์ขโมยโลงศพทองคำของอเล็ก
ซานเดอร์มาใช้ อีกทั้งยังมีการสับเปลี่ยนโถคาโนปิก (Canopic Jar) สำหรับบรรจุอวัยวะภายในพระศพอีกด้วย


นักวิชาการบางท่านเสนอว่า สุสานวงกลมปกคลุมด้วยโดมทรงพีระมิดของชาวนูมีเดียนดังเช่นในภาพนี้อาจจะเกี่ยวข้อง
กับสุสานอเล็กซานเดอร์ด้วยก็เป็นได้ ที่มาของภาพ


หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่กล่าวถึงที่ตั้งพระศพของอเล็กซานเดอร์ในเซมามาจากจักรพรรดิโรมันนามว่า
คาราคัลลา (Caracalla) เข้ามาเยี่ยมชมสุสานในช่วงปี ค.ศ. 215 แต่หลังจากนั้นไม่นานในช่วงปี ค.ศ. 273 ก็ได้เกิดเหตุจลาจลขึ้นในเมืองอเล็กซานเดรีย หนึ่งศตวรรษหลังจากนั้นบันทึกของบาทหลวงที่เดินทางเข้าไปยังนครแห่งนี้อีกครั้งก็ได้กล่าวเป็นนัยให้เราทราบว่าตำแหน่งที่แท้จริงของสุสานอเล็กซานเดอร์นั้นได้หายสาบสูญไปเรียบร้อยแล้ว

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วเราพอจะมีหลักฐานที่บ่งบอกถึงรูปร่างหน้าตาของสุสานแห่งนี้บ้างหรือไม่ คำตอบคือพอมีอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนของสุสานแห่งนี้เลย แต่จากบันทึกของ
สตราโบ (Strabo) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกได้บันทึกเอาไว้ว่าสุสานของ อเล็กซานเดอร์ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “พระราชวัง” (The Palaces) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่ซับซ้อนแต่ก็งดงาม ประดับประดาไปด้วยสวนหย่อมและสถูปต่างๆ มากมาย ที่ตั้งของมันอยู่ถัดมาจากท่าเรือฝั่งตะวันออกของอเล็กซานเดรียเล็กน้อย นั่นแปลว่าสุสานของอเล็กซานเดอร์อาจจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองและอยู่ใกล้ทะเลเสียด้วย กระนั้นก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรที่จะระบุตำแหน่งที่ชัดเจนลงไปกว่านี้อีกแล้วได้

ถ้าอ้างอิงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งของนักกวีละตินสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก็จะพบว่ากวีท่านนั้นได้บันทึกเอาไว้ว่าพระศพของอเล็กซานเดอร์ถูกฝังเอาไว้ในห้องใต้ดินปกคลุมด้วยหลังคารูปทรงพีระมิด แต่ก็ยังมิอาจจินตนาการถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงได้จากปากคำเพียงเท่านี้เป็นแน่

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือกวีท่านนั้นบรรยายสุสานของอเล็กซานเดอร์ด้วยคำว่า “ทูมิวลัส” (Tumulus) ถ้าว่ากันตามสำนวนคำพูดในเอกสารทางโบราณคดีแล้วมันมักจะหมายถึงสุสานวงกลมที่มีเนินดินปกคลุม แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ดีว่า ทูมิวลัสที่กวีท่านนั้นเขียนเอาไว้จะเป็นนัยที่บ่งบอกถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงของสุสานเลยหรือไม่ แต่ตอนนี้นักวิชาการส่วนใหญ่กลับเสนอว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่การเลือกใช้คำในบทกวีให้สละสลวยเสียมากกว่า


โลงศพสีดำขนาดยักษ์ที่ค้นพบในเมืองอเล็กซานเดรียเคยถูกลือกันหนาหูว่าอาจจะเป็นของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์
ทว่าเมื่อเปิดออกมาแล้วกลับพบโครงกระดูกอยู่ภายในถึงสามโครง ที่มาของภาพ


เป็นที่น่าเสียดายที่เรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ณ เวลานี้ แต่ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 มีการค้นพบโลงศพสีดำลึกลับขนาดใหญ่กลางกรุงอเล็กซานเดรีย ชาวเน็ตต่างก็ฮือฮา และพากันตั้งข้อสมมติฐานกันไปต่างๆ นานา บ้างก็เสนอว่านี่คือโลงศพต้องคำสาป ถ้าเปิดออกแล้วโลกจะมืดมิด ก็ว่ากันไป แต่หนึ่งในสมมติฐานที่ฟังดูไม่หลุดโลกมากเกินไปก็คือบางทีโลงศพนี้อาจจะเป็นของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชที่สาบสูญก็เป็นได้!

แต่หลังจากนั้นไม่นานทางการอียิปต์ก็คลี่คลายทุกข่าวลือด้วยการเปิดโลงศพออกเสียเลย และพบว่าภายในคือโครงกระดูกสามโครงที่เชื่อว่าน่าจะเป็นนักรบ ด้วยว่ากะโหลกของหนึ่งในนั้นมีร่องรอยบาดแผลจาก
ลูกธนู นอกจากนั้นโครงกระดูกทั้งสามยังนอนแช่ในน้ำเสีย (Sewage water) สีน้ำตาล-แดงจากบ้านเรือนในอเล็กซานเดรียมาพักใหญ่แล้วด้วย นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่โลงศพและโครงกระดูกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์อย่างแน่นอน เพราะผลการตรวจสอบล่าสุดพบว่าสองร่างในนั้นเป็นบุรุษ อีกร่างหนึ่งเป็นสตรี แต่ในช่วงที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้อยู่ นักอียิปต์โบราณยังไม่ทราบความสัมพันธ์ที่แน่ชัดของทั้งสามร่างนั้นแต่อย่างใด

สุดท้ายสุสานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ก็ยังไม่ถูกค้นพบ พระองค์น่าจะถูกฝังเอาไว้ที่ใดที่หนึ่งในนครอเล็กซานเดรียแห่งนี้ เพียงแค่ว่าบางทีสุสานของพระองค์อาจจะจมอยู่ใต้บ้านเรือนของประชาชนไปแล้วก็เลยทำให้ไม่สามารถทำการขุดค้นได้โดยง่ายนั่นเอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ: The Seventy Great Mysteries of Ancient World บทความ The Lost Tomb of Alexander the Great โดย Roger Wilson
Website: http://www.livescience.com/42596-alexander-the-great-poison-theory.html?cmpid=514627_20140116_17138124
Website: http://news.discovery.com/history/toxic-wine-might-have-killed-alexander-the-great-140114.htm
Website: https://www.bbc.com/news/world-middle-east-44893804