Oriental World

แรกนานานาชาติ ประเพณีร่วมกันของมนุษย์เอเชีย

ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีอยู่ 2 ประเทศที่ยังจัดงานระดับชาติ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเพาะปลูก คือไทยกับกัมพูชา ที่ยังมีการจัดพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

ในประเทศไทยพิธีนี้เป็นพระราชพิธี ส่วนที่กัมพูชาเป็นทั้งพระราชพิธีและรัฐพิธี จัดกันหลายจังหวัด
เช่นงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลของกัมพูชาที่เมืองเสียมเรียบ

ที่เสียบเรียบ จะมีพระนา (พระสแร) ซึ่งใช้ที่สนามหลวงด้านหน้าพระราชวังนครธรม ปกติแล้วที่กัมพูชาจะจัดพิธีจรดพระนังคัลตามหัวเมืองด้วย แต่พิธีหลวงจะจัดที่ทุ่งพระเมรุ (เวียลพระเมรุ) กรุงพนมเปญ เดิมนั้นมีพระนาหลวง (พระสแรหลวง) ใช้ปลูกข้าวจริงๆ ข้าวที่หว่านในพระราชพิธีจะเกี่ยวนำมาถวายให้
พระเจ้ากรุงกัมพูชาทรงเสวย

รายละเอียดพระราชพิธีจรดพระนังคัลของกัมพูชาต่างจากไทยในระดับหนึ่ง เช่น มีพรามหณ์ (บารคู) ตั้งโรงโหมพิธี (บูชาไฟ) พระโค เรียกว่า โคอุสุภราช คือโคสีขาวผสมสีท้องฟ้า (สีไผทเมฆ) ผู้แทนพระองค์ที่จะจรดพระนังคัล หรือพระยาแรกนา ใช้พระยาพลเทพ หรือขุนนางในกรมเกษตราธิการหรือกรมที่เกี่ยวข้อง เรียกว่า "เสด็จมาฆ" ภรรยาเสด็จมาฆที่เดินตามหว่านข้าวเรียกว่า "พระแม่หัว"


ภาพ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นพระยาแรกนา ปี 2455 ที่มาของภาพ : หนังสือสำเนาพระราชหัตถเรขาส่วนพระองค์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) กับประวัติเจ้าพระยายมราช


แต่เดิมเสด็จมาฆจะนุ่งผ้าเยียรบับ ลอยชาย เสื้อเยียรบับ หมวกทรงประพาสสีเหลืองสุก พระแม่หัวนุ่งผ้า
เยีบรบับ ลอยชาย สวมเสื้อแพรทรงกระบอกสีเหลืองสุก เฉวียงบ่าขาวม้าแพร สีเขียว

เดิมนั้น เสด็จมาฆและพระแม่หัวนั่งคานหาม ปัจจุบันเสด็จมาฆนั่งเสลี่ยง ถึงแล้วจรดพระนังคัลสามรอบ เสร็จแล้ว รอพระโคกินเครื่องเสี่ยงทาย จากนั้นเสด็จมาฆและพระแม่หัวไปไหว้เทวรูปในพลับพลา เป็นอันเสร็จพิธีโดยคร่าวๆ

แต่เดิมนั้นมีหลายประเทศที่มีงานแรกนาทำนองนี้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงไทยกับกัมพูชาที่มีงานแรกนาหลวงแบบพรามณ์-พุทธ ส่วนญี่ปุ่นสมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงปักกล้าในนาหลวง และเริ่มทำนาหลวงเพื่อปลูกข้าวถวายเทพเจ้าชินโต

ในจีนแต่เดิมมีพระราชพิธีแรกนาเช่นกัน เรียกว่าพิธี "ชินเกิง" (親耕) โดยฮ่องเต้จะเสด็จไปทรงไถนาหลวง และบวงสรวงเทพกสิกรรมที่ "เซียนหนงถาน" (先農壇) หรือพระแท่นบูชากสิกรรม จะจัดขึ้นในเดือนอ้าย ตามปฏิทินจีน ซึ่งเริ่มต้นฤดูวสันต์ และการเพาะปลูกพอดี

ภาพ วิหารบูชาเทพกสิกรรม ของเซียนหนงถาน ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่มาของภาพ : 用心阁/ wikimedia.org

วันพิธีจะเสด็จพระราชดำเนินจากวังต้องห้ามแต่เช้าตรู่ ฉลองพระองค์เต็มยศ เมื่อถึงแท่นบูชากสิกรรม
ทรงบวงสรวงเสินหนงก่อน จากนั้นเสด็จไปทรงจรดพระนังคัล

ลานไถจะมีความยาวสามลี้ แต่โบราณไกลกว่านั้น ฮ่องเต้จะทรงไถเล็กน้อย ตามด้วยพระบรมวงศ์ ตามด้วยขุนนาง แต่โบราณจะไม่เทียมพระโค มีแต่พระนังคัลทรงไถสามรอบแล้วเสร็จ

ในตำราพิธีการ (禮記) บรรพจี้ถ่ง (祭統) ที่เรียบเรียงไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อน กล่าวถึงสารัตถะของการประกอบพิธีนี้ไว้ว่า

"ดังนี้ โอรสสวรรค์จรดพระนังคัลที่ชานพระนครเบื้องทักษิณ ให้มีธัญญาหารบวงสรวง พระมเหสีเลี้ยงไหมที่ชานพระนครเบื้องอุดร ให้มีภูษาบวงสรวง เจ้าขุนมูลนายจรดผาลไถที่ชานพระนครเบื้องทักษิณ ให้มีธัญญาหารบวงสรวง ชายาเลี้ยงไหมที่ชานพระนครเบื้องอุดร ให้มีภูษาบวงสรวง เช่นนี้มิใช่เพราะโอรสสวรรค์และเจ้าขุนทั้งหลายไร้ผู้หว่านไถให้ท่าน มิใช่พระมเหสีเหล่าชายาไร้ผู้มาเลี้ยงไหมให้ แต่เพื่อแสดงตนถึงความเคร่งครัดศรัทธา เคร่งครัดศรัทธาคือความทุ่มเทใจ ความทุ่มเทใจคือความเคารพ เมื่อทุ่มเทใจด้วยความเคารพย่อมสามารถรับใช้ปัญญาญาณอันแจ่มแจ้งคือเทพเจ้า เช่นนี้คือมรรควิธีการบวงสรวงแล"


ภาพ ประตูใหญ่ทางเข้าเซียนฉานถาน ในกรุงปักกิ่ง ที่มาของภาพ : wikipedia.org

อนึ่ง ในต้นฉบับคำว่า 純服 - แปลว่าภูษาบวงสรวง ปัจจุบันคำ 純 แปลว่าบริสุทธิ์ แต่โบราณหมายถึงสีดำ อันเป็นสีมงคล เป็นสีฉลองพระองค์สำหรับบวงสรวง ในยุคหลังสีมงคลค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

นอกจากนี้ ยังมีงานพระราชพิธี "ชินฉาน" (親蠶) ซึ่งฮองเฮาจะเสด็จไปทรงเริ่มสาวเส้นไหม ณ
"เซียนฉานถาน" (先蠶壇) หรือพระแท่นบูชาองค์เหลยจู่ (嫘祖) พระมเหสีของพระเจ้าหวงตี้ ผู้ค้นพบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม งานพิธีนี้จะมีขึ้นในเดือน 4 ตามปฏิทินจีน ก็ราวๆ เดือนพฤษภาคมนี่เอง



พิธีเจ้าแผ่นดินปลูกข้าว เจ้านางเลี้ยงไหม เป็นการสืบทอดธรรมเนียมโบราณดึกดำบรรพ์ ตอกย้ำบทบาทหน้าที่ของชายหญิงในสังคมจีนแต่เดิมที่ "บุรุษทำนา นารีทอผ้า" (男耕女織 - หนานเกิง หนุวี่จือ)
โดยฮ่องเต้และฮองเฮา ทรงมีสถานะเป็นบิดรมารดาแห่งแผ่นดินจึงต้องแสดงให้พสกนิกรได้เป็นตัวอย่างว่า หน้าที่อันควรของชายหญิงเป็นเช่นไร



ปิดท้ายด้วยภาพพระราชพิธีชินเกิง และพระราชพิธีชินซ่าน สมัยราชวงศ์ชิง ชื่อภาพว่า "พระเจ้ายงเจิ้งบวงสรวง ณ เซียนหนงถาน" (雍正祭先農壇圖) (ภาพที่4) และภาพ "พระนางเซี่ยวเสียนฉุน ณ พิธีชินฉาน" (孝賢純皇后親蠶圖) (ภาพที่ 5) ทั้ง 2 ภาพอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กู้กงที่ไทเป วาดขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง เป็นภาพล้ำค่าทั้งในด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ เพราะบันทึกพระราชพิธีของจีนที่สูญหายไปตลอดกาลแล้ว

อนึ่ง ยงเจิ้ง เป็นพระบิดาของเฉียนหลงฮ่องเต้ ส่วนเซี่ยวเสียนฉุน เป็นพระมเหสีของเฉียนหลง ภาพนี้วาดต่างกรรมต่างวาระกัน