Oriental World

ทำไม”ซ่งชิงหลิง” จึงไม่ได้ถูกฝังร่วมในสุสานซุนยัตเซ็น

ในสุสานจงซาน 中山陵 ที่นานกิง นอกจากเป็นที่ฝังร่างของ ดร.ซุนยัตเซ็นแล้ว ใกล้ๆ กันมีสุสานเล็กๆ ของเลี่ยวจ้งข่าย 廖仲恺 และ เหอเซียงหนิง 何香凝 สองสามีภรรยาที่เป็นคนสนิทของ ดร.ซุนยัตเซ็น

เลี่ยวจ้งข่ายถูกลอบยิงเสียชีวิตในปี 1925 เหอเซียงหนิงผู้เป็นภรรยามาเสียชีวิตลงในอีก 47 ปีต่อมาในวันที่ 1 เดือนกันยายน 1972 และด้วยปณิธานที่ตั้งไว้แต่แรกว่า “อยู่เคียงกาย ตายเคียงกัน” ร่างของเหอเซียงหนิงจึงได้ถูกนำมาฝังไว้กับเลี่ยวจ้งข่ายผู้สามีที่สุสานจงซานนี้ด้วย


ซ่งชิงหลิง ที่มาของภาพ 

แล้วทำไม ซ่งชิงหลิง 宋庆龄 ที่เป็นถึงภริยาซุนยัตเซ็นจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย?

ราวสองสัปดาห์ก่อนที่ซ่งชิงหลิงภริยาของซุนยัตเซ็นจะถึงแก่อสัญกรรม เธอรับการบรรจุให้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์พร้อมๆ ไปกับการแต่งตั้งให้เป็น “ประธานาบดีกิตติมศักดิ์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นในวันที่ 29 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1981 ซ่งชิงหลิงก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ

หลายต่อหลายคนเดาว่า เถ้าอัฐิของเธอจะถูกนำไปบรรจุไว้เคียงข้างดร. ซุนยัตเซ็น สามีอันเป็นที่รัก
ณ สุสานจงซาน ในนานกิง ทว่า ผิดคาด เถ้าอัฐิของซ่งชิงหลิงกลับถูกนำไปฝังไว้ที่สุสานตระกูลซ่งที่เซี่ยงไฮ้

ที่จริงแล้ว เป็นเจตนารมณ์ส่วนตัวของซ่งชิงหลิงเอง แต่เบื้องหลังเบื้องลึกว่าทำไมเธอจึงมีความประสงค์เช่นนั้น เป็นเรื่องที่ได้แต่คาดเดาและสันนิษฐานกันไป


ซ่งชิงหลิงและซุนยัตเซ็น ที่มาของภาพ 

สามเดือนก่อนอสัญกรรมซ่งชิงหลิง หลี่เยี่ยนเอ๋อร์ 李燕娥 หรือ เจ้หลี่ 李姐 แม่บ้านรับใช้ที่ติดตามดูแล
ซ่งชิงหลิงมาถึง 53 ปีได้เสียชีวิตลง ซ่งชิงหลิงยังได้สั่งไว้ว่า ให้นำเถ้าของหลี่เยี่ยนเอ๋อร์ไปฝังไว้ที่สุสานตระกูล ซ่งด้วยกัน

มีบ้างสันนิษฐานว่า เป็นเพราะซ่งชิงหลิงต้องการความเรียบง่าย ไม่อยากสิ้นเปลืองเงินทองประชาชนในการทำพิธีเอิกเกริกใหญ่โต เพราะถ้าไปบรรจุอัฐิในสุสานบิดาประเทศย่อมจะต้องมีพิธีรีตองระดับชาติ

แต่เรื่องนี้อาจเป็นปมลึกๆ ในใจของซ่งชิงหลิงเอง อันเกิดจากการแต่งงานเป็นคู่ชีวิตกับซุนยัตเซ็น

นั่นเป็นเพราะ ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นในท่ามกลางการปฏิวัติ และด้วยอายุที่ต่างกันถึง 30 ปี พ่อและแม่ของซ่งชิงหลิงก็คัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ชนิดประกาศจะตัดลูกตัดพ่อ ซ่งชิงหลิงลงทุนหนีออกจากบ้านไปแต่งงานกับซุนยัตเซ็นที่ญี่ปุ่น เรื่องนี้น่าจะเป็นตราบาปอยู่ในใจซ่งชิงหลิงมาโดยตลอด ซ่งชิงหลิงเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในเวลาต่อมาว่า

“我爱父亲,也爱孙文,今天想起来还很难过,心中十分沉痛。”
“ข้าพเจ้ารักพ่อ แต่ก็รักซุนเหวิน (ซุนยัตเซ็น) ทุกวันนี้คิดขึ้นมาทีไรก็ยังรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก”


ไม่เพียงพ่อแม่ของซ่งชิงหลิงจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ ในพรรคกว๋อหมินตั่งเองก็มีแรงกระเพื่อมใต้น้ำจากคนไม่เห็นด้วย แม้จะแต่งงานกันมาได้เจ็ดแปดปีแล้ว ยังมีคนจงใจเรียกซ่งชิงหลิงว่า “คุณหนูซ่ง” แทนที่จะเป็น “คุณนายซุน” และในช่วงที่ซ่งชิงหลิงให้การสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ พรรคกว๋อหมินตั่งออกข่าวดิสเครดิตว่า ซุนยัตเซ็นมีภริยาถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียว คือ หลูมู่เจิน 卢慕贞
หาใช่ซ่งชิงหลิงไม่

เรื่องนี้ทำเอาซ่งชิงหลิงไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงขั้นประกาศว่า

“他们可以说我不是孙夫人,但没人能够否认我是父母亲的女儿。”
“พวกเขาจะบอกว่าฉันไม่ใช่คุณนายซุนก็ได้ แต่ไม่มีทางที่ใครจะมาหาว่าฉันไม่ใช่ลูกของพ่อแม่”

นี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ซ่งชิงหลิงอยากกลับไปฝังร่างร่วมกับบิดามารดา

และเรื่องสะเทือนใจที่สุด ที่อาจทำให้ซ่งชิงหลิงอยากกลับไปฝังร่างเคียงข้างพ่อและแม่ก็คือ... เหตุการณ์ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม เมื่อพวกเรดการ์ดที่เซี่ยงไฮ้ บุกเข้าไปในสุสานตระกูลซ่งขุดทำลายหลุมฝังศพพ่อและแม่ของซ่งชิงหลิง ทุบป้ายหน้าหลุมศพ ลากเอาโครงกระดูกมาประจาน


สุสานจงซาน ที่นานกิง ที่มาของภาพ 

ภาพถ่ายของหลุมฝังศพบุพการีที่ถูกรื้อทำลายถูกส่งมาให้ซ่งชิงหลิง วินาทีแรกที่เห็นภาพ ซ่งชิงหลิงถึงขั้นปล่อยโฮออกมา เรื่องทำลายสุสานพ่อและแม่ของซ่งชิงหลิง พอรู้เข้าหูโจวเอินไหล โจวเอินไหลรีบส่งเจ้าหน้าที่ไปพิทักษ์สุสาน แล้วให้ซ่อมแซมป้ายหลุมศพขึ้นมาใหม่ จากนั้นให้ถ่ายภาพส่งกลับมาให้ซ่งชิงหลิงดู

แต่สุสานที่ซ่อมแซมใหม่ อย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม หัวใจซ่งชิงหลิงก็แตกสลายไปแล้ว และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ซ่งชิงหลิงอยากกลับไปฝังร่างเคียงคู่กับพ่อและแม่มากกว่าที่จะไปอยู่ในสุสานระดับชาติของ ดร.ซุนยัตเซ็น