World Clvilization

ไขปริศนา ใครคือฟาโรห์ในพระคัมภีร์ไบเบิล?

“พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า จงไปเฝ้าพระเจ้าฟาโรห์ ทูลว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้าของชาวฮีบรูตรัสดังนี้ จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา”

คือข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเดิมบทอพยพ 9:1 เราพบว่าพระคัมภีร์ไบเบิลบทอพยพได้กล่าวถึงคำว่า “ฟาโรห์” ในช่วงการอพยพของชาวยิวออกไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญาเอาไว้หลายครั้ง ทว่าไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่พระคัมภีร์ได้ระบุพระนามของฟาโรห์องค์นี้เอาไว้ นั่นจึงนำมาซึ่งคำถามสำคัญของนักอียิปต์วิทยาทั่วโลกว่า “ฟาโรห์ในพระคัมภีร์ไบเบิลบทอพยพนั้นคือใครกันแน่!?”


ภาพวาดจำลองเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ไบเบิลระหว่างที่โยเซฟกำลังทำนายฝันให้ฟาโรห์ ที่มาของภาพ

ด้วยเหตุนี้ นักอียิปต์วิทยาและนักวิชาการด้านพระคัมภีร์จึงยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาชัดเจนของตำนานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพระคัมภีร์ได้โดยง่าย ทั้งเรื่องราวการเกิดของโมเสส เรื่องราวของโยเซฟ (Joseph)
ที่ทำนายฝันให้กับฟาโรห์ รวมทั้งเรื่องราวที่โมเสสแยกทะเลแดงหนีไปจนทำให้กองทัพของฟาโรห์ต้องจมน้ำเสียชีวิตทั้งหมด ในเมื่อไม่มีข้อมูลทางตรงให้วิเคราะห์กันได้เช่นนี้แล้ว นักอียิปต์วิทยาและนักวิชาการทางด้านพระคัมภีร์จึงต้องใช้ “ข้อมูลทางอ้อม” ซึ่งก็คือการวิเคราะห์จากหลักฐานอื่นๆ ที่ปรากฏในเรื่องเล่าของพระคัมภีร์มาเป็นหลักฐานประกอบในการตีความนั่นเอง

หลักฐานทางอ้อมแรกที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ก็คือเรื่องของ “โยเซฟ” เป็นชาวยิวที่ทำนายฝันให้กับฟาโรห์ ถ้าว่ากันตามพระคัมภีร์ มีความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะเป็นวิเซียร์ (Vizier) ซึ่งเป็นตำแหน่งชั้นสูงของข้าราชการในไอยคุปต์ แต่ถ้าเขามีตัวตนอยู่จริง เขาควรจะอยู่ในรัชสมัยของฟาโรห์องค์ใดกัน

นักอียิปต์วิทยาส่วนหนึ่งที่ค้นคว้าเกี่ยวกับพระคัมภีร์จนเชี่ยวชาญ เสนอว่าบางทีชื่อ “โยเซฟ” นั้นอาจจะมาจากชื่อในภาษาอียิปต์ว่า “ซาเฟนาท-ปาเนอาห์” (Zaphenate-paneah) ซึ่งมีความเป็นไปได้อีกว่าชื่อ
“ปาเนอาห์” นั้นอาจจะมาจากภาษาอียิปต์โบราณแท้ๆ ว่า “อีพี-อังค์” (Ipiankh) ส่วนคำด้านหน้านั้นอาจจะมาจากภาษาอียิปต์โบราณว่า “ดจาเทนาฟ” (Djatenaf) อันมีความหมายว่า “ผู้ซึ่งถูกเรียกว่า...” และบางที
“ซาเฟนาท-ปาเนอาห์” จึงอาจจะมีความหมายในภาษาอียิปต์โบราณว่า “โยเซฟ ผู้ซึ่งถูกเรียกขานว่า
อีพี-อังค์”
นั่นเอง สิ่งที่น่าสนใจก็คือทั้งชื่อ “อีพี-อังค์” และ “ดจาเทนาฟ” นั้นล้วนแล้วแต่เป็นคำที่นิยมใช้กันในสมัยราชอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) เมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาลทั้งสิ้น นั่นจึงทำให้มีการจำกัดวงของการมีตัวตนของโยเซฟลงมาที่ช่วงราชวงศ์ที่ 12 ของอียิปต์โบราณ แต่ก็ยังไม่มีการระบุพระนามของฟาโรห์ได้ชัดเจนอยู่ดี


ภาพวาดจำลองเหตุการณ์กองทัพของฟาโรห์จมทะเลแดงหลังจากทะเลที่เคยถูกแยกออกเป็นสองส่วนกลับคืนสู่สภาพเดิม
ที่มาของภาพ


อีกหนึ่งหลักฐานที่นักวิชาการหลายท่านพยายามหาทางเชื่อมโยงกับอียิปต์โบราณก็คือ เรื่องราวของความเชื่อเรื่องการนับถือศาสนาแบบเอกเทวนิยมหรือการนับถือเทพเจ้าองค์เดียว ซึ่งถ้าใครที่ศึกษาประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณมาบ้างน่าจะคุ้นเคยกันดีกับรัชสมัยของฟาโรห์นอกรีตอัคเคนาเตน (Akhenaten) ที่ปฏิรูปศาสนาจากเทพเจ้าหลายองค์ให้เหลือเพียงแค่เทพเจ้า “อเตน” (Aten) เพียงองค์เดียวเท่านั้น
นั่นหมายความว่าโมเสสและอัคเคนาเตนมีความเชื่อมโยงอะไรกันบางประการหรือไม่?

น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าแนวคิดนี้จะดูน่าสนใจ แต่หลักฐานที่จะเชื่อมโยงโมเสสในพระคัมภีร์มาหาฟาโรห์
อัคเคนาเตนซึ่งมีตัวตนจริงนั้นไม่ปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นในตอนนี้โมเสสยังคงเป็นเพียงแค่บุรุษในตำนานที่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเขาจะมีตัวตนอยู่จริงๆ มากน้อยแค่ไหน และนั่นก็หมายความว่าแนวคิดที่พยายามเสนอว่าโมเสสกับอัคเคนาเตนมีความเกี่ยวข้องกันก็เป็นเพียงแค่แนวคิดและทฤษฎีที่ยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีเข้ามาสนับสนุนก็เท่านั้นเอง

อีกหนึ่งหลักฐานทางอ้อมที่พอจะใช้ในการวิเคราะห์หาช่วงปีที่เกิดเหตุการณ์อพยพได้ก็คือข้อมูลจาก
พระคัมภีร์บท 1 พงศ์กษัตริย์ 6:1 ที่กล่าวว่า

“กษัตริย์ซาโลมอนทรงเริ่มสร้างพระวิหารถวายพระยาห์เวห์ในปีที่สี่ที่ทรงครองราชย์เหนืออิสราเอล
ในเดือนศิฟซึ่งเป็นเดือนที่สอง นับเป็นปีที่สี่ร้อยแปดสิบ หลังจากชาวอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์”


นั่นหมายความว่าถ้าวิหารของโซโลมอนสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล เหตุการณ์อพยพก็น่าจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 1,480 ปีก่อนคริสตกาลบวกลบเล็กน้อย ส่วนอีกหลักฐานหนึ่งมาจาก
พระคัมภีร์บท อพยพ 1:11 ที่กล่าวว่า

“ชาวอียิปต์จึงตั้งนายงาน เกณฑ์ให้ชาวอิสราเอลทำงานตรากตรำ และสร้างเมืองปิธมและราเมเสส
ให้พระเจ้าฟาโรห์ เพื่อเป็นคลังเก็บเสบียงอาหาร”


ปัจจุบันซากนครที่ได้รับการเสนอกันว่าอาจจะเป็นนครพี-รามเสสในอดีตหลงเหลือเพียงแค่ซากโบราณสถานและเสาหิน
ที่ล้มระเนระนาด ที่มาของภาพ


นักอียิปต์วิทยาทราบดีว่าเมืองปิธม (Pithom) นั้นคือเมือง “เพร-อตุม” (Per-Atum) หรือ “บ้านแห่งเทพเจ้าอตุม” ส่วนเมือง “ราเมเสส” (Raamses) นั้นค่อนข้างชัดเจนมากกว่า คือเมือง “พี-รามเสส”
(Pi-Ramses) ที่สร้างขึ้นในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 นั่นเอง จะเห็นได้ว่าข้อมูลทั้งสองนั้น “ขัดแย้งกัน”
อยู่พอสมควร เพราะถ้ากล่าวว่าการอพยพเกิดขึ้นในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองพี-รามเสสแล้วก็จะไปขัดกับข้อมูลแรก ด้วยว่าฟาโรห์รามเสสที่ 2 มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 1,270 ปีก่อนคริสตกาล แต่ในช่วง 1,480 ปีก่อนคริสตกาลนั้นอยู่ในช่วงการปกครองของฟาโรห์ทุธโมซิสที่ 1 (Tuthmosis I) เสียมากกว่า นั่นหมายความว่าหลักฐานทางอ้อมสองชนิดนี้ก็ยังทำให้เราฟันธงถึงฟาโรห์ในช่วงอพยพไม่ได้อยู่ดี

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าในพระคัมภีร์ไบเบิลจะไม่ได้กล่าวถึงพระนามของฟาโรห์เอาไว้เลยแต่อย่างใด เพราะแท้ที่จริงแล้วก็มีพระนามของฟาโรห์แห่งอียิปต์ปรากฏอยู่ด้วยเช่นกัน ฟาโรห์พระองค์นั้นคือ “ชิชัก” (Shishak) ซึ่งปรากฏในพระคัมภีร์บท 1 พงศ์กษัตริย์ 14:25 และ 2 พงศาวดาร 12:1-12 ซึ่งมีใจความสำคัญประโยคหนึ่งว่า

“ปีที่ห้าในรัชกาลกษัตริย์เรโหโบอัม ชิชัก กษัตริย์แห่งอียิปต์ทรงขึ้นมาโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม”


ภาพสลักบนผนังวิหารคาร์นัคแสดงให้เห็นถึงชัยชนะเหนือดินแดนปาเลสไตน์ของฟาโรห์เชชองค์ที่1 
ซึ่งได้รับการเสนอกันว่าน่าจะเป็นฟาโรห์ชิชักในพระคัมภีร์ไบเบิล ที่มาของภาพ


นักโบราณคดีเสนอกันว่าฟาโรห์ “ชิชัก” ที่ปรากฏพระนามในพระคัมภีร์นั้นควรจะเป็นฟาโรห์ “เชชองค์ที่ 1” (Sheshonq I) แห่งราชวงศ์ที่ 22 ของอียิปต์ ซึ่งเป็นฟาโรห์ชาวลิเบีย พระองค์เข้าโจมตีกรุงเยรูซาเล็มในช่วงประมาณ 925 ปีก่อนคริสตกาล นักอียิปต์วิทยาค้นพบหลักฐานจากบนผนังวิหารคาร์นัค (Karnak) ในเมืองลักซอร์ซึ่งสร้างเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าอมุน-รา (Amun-Ra) จารึกที่ปรากฏแสดงให้เห็นภาพของชัยชนะของฟาโรห์เชชองค์ที่ 1 เหนือดินแดนปาเลสไตน์ พระองค์นำนักโทษและเชลยศึก ที่ถูกมัดมือไพล่หลังและถูกผูกคอเข้าไว้ด้วยกันมาถวายแด่เทพเจ้าอมุน-รา ภาพของนักโทษแต่ละคนถูกนำเสนอในเชิงสัญลักษณ์ถึงเหล่านักโทษจากนครต่างๆ ที่เชชองค์บุกเข้าไปยึดได้ และสิ่งที่น่าสนใจก็คือเมื่อนักอียิปต์วิทยาอ่านชื่อเมืองที่ปรากฏบนผนังแล้วก็พบว่าล้วนแล้วแต่เป็นนครที่อยู่บริเวณประเทศอิสราเอลปัจจุบันทั้งสิ้น

ถึงแม้ว่าเราจะทราบว่าฟาโรห์เชชองค์ที่บุกเข้าไปโจมตีกรุงเยรูซาเล็มเมื่อ 925 ปีก่อนคริสตกาลนั้นอาจจะเป็นฟาโรห์ชิชักในพระคัมภีร์ไบเบิล แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจถึงฟาโรห์ในช่วงอพยพมากขึ้นสักเท่าไรนัก ดังนั้นในตอนนี้ ฟาโรห์ที่เข้าเค้าที่สุดว่าอาจจะเป็นฟาโรห์ในช่วงของการอพยพและฟาโรห์ที่เคยต่อกรกับโมเสสอาจจะเป็น “รามเสสที่ 2” แต่ก็ยังมีความขัดแย้งอีกมากมายที่ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีใดมาให้การสนับสนุนหรือหักล้างได้ ถึงแม้เราจะพบหลักฐานว่าฟาโรห์รามเสสที่ 2 เคยสร้างเมืองพี-รามเสส ซึ่งอาจจะหมายถึงเมือง “ราเมเสส” ในพระคัมภีร์จริง แต่หลักฐานทางโบราณคดีจากทะเลแดง ก็ไม่เคยค้นพบซากของกองทหารของฟาโรห์องค์ใดหรือหลักฐานของรถศึกหรืออาวุธจำนวนมากที่สื่อว่าเคยเป็นของทหารอียิปต์ที่จมทะเลแดงไปตามตำนานในพระคัมภีร์เลยแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่าจนถึงปัจจุบัน ฟาโรห์ปริศนาที่ปรากฏในตำนานของพระคัมภีร์บทอพยพก็ยังคงเป็นฟาโรห์ลึกลับที่ต้องรอคอยการเปิดเผยจากนักวิชาการรุ่นใหม่กันต่อไป


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://www.ancientegyptonline.co.uk/exodus.html
Website: https://crossexamined.org/ancient-israel-myth-or-history-part-3c
Website: https://answersingenesis.org/archaeology/ancient-egypt/the-pharaohs-of-the-bible
Website: https://www.jpost.com/Opinion/Who-was-the-pharaoh-of-the-Exodus-395885
Website: http://www.hope-of-israel.org/pharexod.htm