Armies Weapons and Warfare

30 เรื่องเหลือเชื่อเกี่ยวกับสงครามเย็น

30. หนึ่งในการพัฒนาอาวุธชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติและเกินขอบเขตของวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นไปอย่างมากนั่นก็คือ การวิจัยด้านพลังจิต นักพลังจิตที่มีชื่อเสียงของโซเวียต นีนา เซอเกเยฟน่า คูลาจิน่าสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติของเธอแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวได้ รวมถึงเธอยังสามารถใช้พลังจิตหยุดการเต้นของหัวใจกบได้ โชคดีที่เธอไม่เคยใช้พลังนี้ไปทดลองกับหัวใจมนุษย์ แต่ถึงจะมีการทดลองเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเธอแล้ว ก็ยังมีผู้คนที่ไม่เชื่อและกังขาในความสามารถเหนือธรรมชาติของคูลาจิน่า และกล่าวหาว่าเธอเป็นเพียงผู้ที่มีความสามารถด้านมายากลขั้นสูงที่ใช้วิธีตบตาคนดูได้อย่างแนบเนียน
บ้างก็อ้างว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ มันเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่โซเวียตสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อขู่ให้อเมริกาต้องหวาดผวากับความสามารถเหนือมนุษย์ของพลเมืองโซเวียต


นีนา เซอเกเยฟน่า คูลาจิน่า กับพลังจิตของเธอ ที่มาของภาพ

29. ซีไอเอเคยทำวิดีโอลามกอนาจารโดยที่ตัวคนแสดงมีลักษณะหน้าตาคล้ายคลึงกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย มันเป็นความพยายามที่จะทำลายชื่อเสียงของเขา รวมทั้งยังมีการออกแบบหน้ากากแบบเต็มหน้าซึ่งจำลองใบหน้าประธานนาธิบดีอินโดเนเซีย


สัญญาเตือนภัยทางอากาศขนาด 12 ฟุต ที่มาของภาพ

28. ในปี ค.ศ. 1930 เฮดี ลามาร์ นักแสดงภาพยนตร์และนักประดิษฐ์ชาวออสเตรีย-อเมริกัน ได้คิดค้นเทคโนโลยีคลื่นสัญญาณที่รบกวนตอร์ปิโดของเรือดำน้ำนาซีเยอรมัน แต่ความคิดนี้ถูกปฏิเสธโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ กระทั่งในปี ค.ศ. 1962 ช่วงสงครามเย็น เทคโนโลยีคลื่นความถี่ของเธอถูกนำกลับมาใช้และมันยังเป็นรากฐานสำหรับเทคโนโลยีบลูธูทในทุกวันนี้


นิกิต้า ครุชชอฟ กับเหมาเจ๋อตง ที่มาของภาพ

27. ในช่วงสงครามเย็น นิกิต้า ครุชชอฟ เคยกล่าวกับเหมาเจ๋อตงผู้นำคอมมิวนิสต์จีนว่า "เบอร์ลินเป็นลูกอัณฑะของพวกตะวันตก ทุกครั้งที่ผมอยากทำให้พวกตะวันตกมันจุก ผมก็แค่บีบอัณฑะเบอร์ลิน"
26. ในช่วงสงครามเย็นสหรัฐอเมริกาได้ส่งคัมภีร์ไบเบิ้ลที่แปลเป็นภาษาโรมาเนียนกว่า 20,000 เล่มซึ่งชาวโรมาเนียได้เปลี่ยนมันเป็นกระดาษชำระเพราะขาดแคลนอย่างหนัก
25. สหภาพโซเวียตสามารถระบุหนังสือเดินทางของโซเวียตว่าเป็นของจริงหรือปลอมได้ เนื่องจากโลหะเย็บเล่มในหนังสือเดินทางปลอมจะไม่เป็นสนิม แต่หนังสือเดินทางที่เป็นของโซเวียตจริงจะใช้โลหะที่มีคุณภาพต่ำมากและมักจะกัดกร่อนได้อย่างรวดเร็ว
24. สัญญาเตือนภัยทางอากาศขนาด 12 ฟุตถูกสร้างไว้ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ในปัจจุบันนี้เสียงสัญญาณของมันก็ยังมีพลังมากจนทำให้หมอกกลายเป็นฝนได้
23. มีอยู่ช่วงหนึ่งที่สหรัฐฯ พิจารณาลดขนาดถุงยางอนามัยที่จำหน่ายในสหภาพโซเวียตและติดข้อความเอาไว้ว่า “ขนาดปานกลาง” โดยมุ่งหวังให้คู่แข่งของพวกเขาหมดเรี่ยวแรงจากกิจกรรมทางเพศ ซึ่งในตอนนั้นถุงยางอนามัยอเมริกันเป็นที่นิยมมากในโซเวียต


ฟีเดล คาสโตร ผู้นำของประเทศคิวบาและพันธมิตรสำคญของสหภาพโซเวียต ที่มาของภาพ

22. ซีไอเอเคยวางแผนที่จะหาทางแอบตัดเคราอันงดงามของฟีเดล คาสโตร ผู้นำของประเทศคิวบาและพันธมิตรสำคัญของสหภาพโซเวียต เพื่อทำลายภาพลักษณ์อันโดดเด่นของเขาในสื่อต่างๆ
21. เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของโซเวียตเชื่อว่าอาคารส่วนที่อยู่ตรงกลางของแพนตากอน (the Pentagon)
เป็นห้องประชุมลับ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นสถานที่จำหน่ายฮอทด็อกฃ
20. รัฐบาลแคนาดาหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของอเมริกาในช่วงสงครามเย็น ออกคำสั่งย้ายถิ่นฐานชาวเอสกิโมเผ่าอินูอิทเข้าไปในแถบอาร์กติก เพื่อยืนยันการครอบครองพื้นที่ของภูมิภาคนี้ เพราะในขณะนั้นสหภาพโซเวียตเริ่มให้ความสนใจในพื้นที่นี้มาก โดยเฉพาะภาคตะวันตกเฉียงเหนือของแคนนาดา
19. ในยุคสมัยที่ประธานนาธิบดีจอห์น เอฟ แคนเนดี้ ดำรงตำแหน่งประธานนาธิบดีของอเมริกา สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาเกือบจะมีโครงการอวกาศร่วมกันแล้ว แต่หลังจากที่เคนเนดี้ถูกลอบสังหารแผนการทั้งหมดกลับถูกยกเลิก ทำไม? เหตุผลก็คือสหภาพโซเวียตไม่ไว้วางใจประธานาธิบดีลินดอน
จอห์นสัน ผู้นำคนใหม่ของอเมริกา
18. คำว่า "สงครามเย็น" คำนี้ถูกบัญญัติศัพท์ขึ้นมาโดย จอร์จ ออร์เวล ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือที่ชื่อ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือ Animal Farm โดยหนังสือเล่มนี้เสียดสีระบบการปกครองโจเซฟ สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวียต
17. ในความพยายามที่จะบรรเทาความตึงเครียดระหว่างสหภาพโซเวียตและชาติยุโรปตะวันตก นักบินหนุ่มวัย 18 ปีชาวเยอรมัน มาเธียส รูสท์ นำเครื่องบินของเขาบินผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศของโซเวียต และนำเครื่องบินลงจอดที่จัตุรัสแดง ณ กรุงมอสโคว์ สหภาพโซเวียต โดยเขาอ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดเป็นการสร้าง "สะพานแห่งความฝัน" ที่เชื่อมโยงให้ยุโรปตะวันออกและตะวันตก มีความเข้าใจกันและกันมากขึ้น
16. ฝูงกวางที่อยู่ใกล้ๆ กับชายแดนของสาธารณรัฐเช็กและเยอรมนี ยังคงไม่ยอมข้ามเข้าสู่พรมแดนของชาติใดชาติหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันยังคงตื่นกลัวกับรั้วไฟฟ้าที่ขวางกั้นพรมแดนของทั้งสองประเทศนี้อยู่
15. ซาร์บอมบา (The Tsar Bomba) เป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยระเบิดขึ้นบนโลกนี้ โซเวียตดำเนินการทดสอบระเบิดในแถบพื้นที่อาร์กติก หมอกควันที่เกิดจากแรงระเบิดมีขนาดสูงกว่ายอดเขาเอเวอรเสต์ ถึง 7 เท่า


ปฏิบัติการน้องแมว หรือ Operation Kittyการนำแมวมาใช้เพื่อภารกิจสอดแนม ที่มาของภาพ

14. ในช่วงสงครามเย็นซีไอเอมีปฏิบัติการหนึ่งที่ชื่อ ปฏิบัติการน้องแมว หรือ Operation Kitty มันคือปฏิบัติการที่จะนำน้องแมวสายพันธุ์ต่างๆ มาติดอุปกรณ์สอดแนมและนำไปปล่อยในพื้นที่สำคัญต่างๆ ของโซเวียต โดยปฏิบัติการนี้พวกเขาใช้งบประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ในการจัดเตรียมน้องแมวด้วยอุปกรณ์สอดชนิดพิเศษต่างๆ


ประธานาธิบดีสหรัฐในยุคสงครามเย็น ที่มาของภาพ

13. มีประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จำนวน 9 ท่าน ดำรงตำแหน่งในช่วงสงครามเย็น ได้แก่ แฮรี่ ทรูแมน, ดไวท์ ดี ไอเซนฮาเวออร์, จอห์น เอฟ แคนเนดี้, ลินดอน บี จอห์นสัน, ริดชาร์ด นิกสัน, เจอรัล ฟอร์ด, จิมมี่ คาเตอร์, โรนัล เรแกน และ จอร์จ บุช
12. ความหมายที่แท้จริงของคำว่าประเทศโลกที่สาม ไม่ได้หมายความว่าประเทศในกลุ่มนี้คือประเทศที่ยากจน โดยคำที่ใช้เรียกเรียกกลุ่มประเทศเหล่านี้มีตั้งแต่ "ประเทศโลกที่หนึ่ง" เป็นคำที่ใช้เรียกชาติตะวันตกอันประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ยุโรป และชาติพันธมิตรอื่นๆ ต่อมาคำว่า "ประเทศโลกที่สอง" หมายถึงสหภาพโซเวียตและมิตรประเทศคอมมิวนิสต์ต่างๆ ส่วนคำว่า "ประเทศโลกที่สาม" คือประเทศที่เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด รวมถึงประเทศที่มีความเป็นกลางอย่างยิ่งยวดอย่างสวิตเซอร์แลนด์ก็ถือว่าเป็นประเทศโลกที่สาม


เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี 52 ที่มาของภาพ

11. ในปี ค.ศ. 1945 กลุ่มเด็กๆ โซเวียตกลุ่มหนึ่งได้มอบตราแผ่นดินอเมริกาที่พวกเขาจัดทำขึ้นให้แก่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในมอสโคว์ ตรานี้ถูกติดตั้งไว้ในสำนักงานกว่า 7 ปี ทางอเมริกันจึงล่วงรู้ในภายหลังว่ามีอุปกรณ์ดักฟังถูกแอบติดตั้งอยู่ภายใน
10. เครื่องบินโบอิ้ง 747 (เที่ยวบิน 007) ของเกาหลีใต้ ถูกยิงตกในปี ค.ศ. 1983 เนื่องจากบังเอิญบินเข้าไปในน่านฟ้าของสหภาพโซเวียต จากเหตุการณ์นี้เป็นการกระตุ้นให้สหรัฐอเมริกานำเทคโนโลยี จีพีเอส (Global Positioning System : GPS) หรือ ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก ให้กับเอกชนและสามารถให้พลเรือนนำไปใช้งานในด้านต่างๆ ได้
9. สหรัฐอเมริกาเคยต้องการแสดงศักยภาพเพื่อข่มขวัญโวเวียต ทั้งความเหนือกว่าด้านวิทยาศาสตร์และอาวุธ โดยวางแผนให้มีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์บนดวงจันทร์
8. มีการนำหมีที่ถูกฉีดยากล่อมประสาทไปทดลองเก้าอี้ดีดตัวเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
7. ซีไอเอสามารถล่วงรู้การมาถึงของทหารโซเวียตในคิวบา ซึ่งได้มาจากภาพถ่ายทางอากาศของเครื่องบินสอดแนม โดยสังเกตเห็น "สนามฟุตบอล" ในภาพถ่าย เหตุผลก็เพราะว่า ทหารคิวบานั้นนิยมเล่นเบสบอล แต่ทหารโซเวียตชอบเล่นฟุตบอล


มาเธียส รูสท์ นำเครื่องบินของเขาบินผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศของโซเวียต และนำเครื่องบินลงจอดที่จัตุรัสแดง ที่มาของภาพ

6. ทั้งสองฝ่ายใช้การโฆษณาชวนเชื่อเยอะมาก หนึ่งในนั้นมีการใช้แผนที่ซึ่งถูกทำขึ้นโดยมีเจตนาให้ผู้ชมได้เห็นว่า ประเทศข้าศึกของพวกเขามีขนาดใหญ่กว่าและไม่ไกลจากประเทศของตนเอง เพื่อกระตุ้นให้พลเมืองของตนตื่นตัวกับภัยคุกคามของอีกฝ่าย
5. สหภาพโซเวียตและภายหลังกลายมาเป็นสหพันธรัฐรัสเซียยังคงเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับปฏิบัติการ "ปิดเมือง" โดยทั่วไปแล้วเมืองเหล่านี้เป็นเมืองที่มีประชากรจำนวนมาก และถูกจำกัดการเดินทางหรือย้ายภูมิลำเนาของพลเรือน


หนังสือเดินทางภายใน ที่มาของภาพ

4. สหภาพโซเวียตเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในประวัติศาสตร์โลกที่มีพาสปอร์ตภายใน โดยทั่วไปแล้วพลเมืองไม่สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ที่ต้องการโดยปราศจากหนังสืออนุญาต ทุกวันนี้ชาวรัสเซียยังคงใช้หนังสือเดินทางภายในเป็นบัตรประจำตัว ซึ่งแยกจากหนังสือเดินทางระหว่างประเทศของพวกเขา


นาวาอากาศโทสตานิสลาฟ เพทรอฟผู้ช่วยโลกให้พ้นจาภัยสงครามนิวเคลียร์ ที่มาของภาพ

3. นาวาอากาศโทสตานิสลาฟ เพทรอฟ คือผู้ที่เฝ้าติดตามเรดาร์ของโซเวียต เมื่อเขาเห็นการโจมตีโดยบางสิ่งบางอย่างที่คาดว่าน่าจะเป็นขีปนาวุธนิวเคลียร์ของอเมริกัน แทนที่เขาจะยิงโต้ตอบในทันทีแต่เพทรอฟ กลับใช้เวลาในตอนนั้นไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็ตัดสินใจไม่ยิงโต้ตอบหรือกระทำการใดๆ ต่อการเตือนภัยในเรดาร์ เขาให้เหตุผลว่า มันน่าจะเป็นความผิดพลาดของเรดาร์คอมพิวเตอร์ พิจารณาแล้วว่าหากอเมริกาคิดจะทำสงครามพวกเขามีทั้งฐานยิงขีปนาวุธ เรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธ และเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ ที่สามารถถล่มโซเวียตให้ราบได้ภายในครั้งเดียว เหตุใดจึงโจมตีโดยขีปนาวุธไม่กี่ลูกเช่นนี้ สุดท้ายแล้วสิ่งที่เห็นในจอเรดาร์เป็นเพียงแค่ การระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์หรือพายุสุริยะที่ส่งผลให้ระบบของเรดาร์ทำงานผิดพลาด
2. อเมริกาโฆษณาทางรถไฟของตนเองในช่วงสงครามเย็นและสื่อให้เห็นว่านี่เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญทั้งในยามสงบและยามสงคราม นั่นจึงทำให้กองทัพโซเวียตกำหนดเป้าหมายการโจมตีทางยุทธศาสตร์สำคัญหากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยเฉพาะการทำลายระบบคมนาคมในสหรัฐฯ โดยจัดลำดับให้สถานีรถไฟและชุมทางรถไฟเป็นเป้าหมายแรกที่จะโจมตีก่อน
1. ระหว่างช่วงปี ค.ศ. 1960 และ 1968 กองทัพอากาศสหรัฐฯ มักจะเก็บเครื่องบินทิ้งระเบิดเอาไว้อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง โดยติดตั้งระเบิดนิวเคลียร์เอาไว้บนเครื่องบินเพื่อพร้อมสำหรับการทิ้งระเบิดได้ในทันทีเมื่อมีคำสั่ง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://list25.com/25-facts-about-the-cold-war-you-probably-didnt-know/5/
Website : https://www.kickassfacts.com/25-interesting-facts-about-cold-war/
Website : https://www.history.com/topics/cold-war/cold-war-history
Website : https://www2.gwu.edu/~erpapers/teachinger/glossary/cold-war.cfm
Website : https://www.historyonthenet.com/cold-war-causes-major-events-ended/