Oriental World

สามคดีดัง: สะเทือนบัลลังก์ปลายราชวงศ์หมิง (ตอนจบ)

คดีที่ 3 คดีย้ายวัง 移宫案
แล้วก็มาถึงคดีดังคดีที่สาม คดีสุดท้ายปลายราชวงศ์หมิง และก็ยังเกี่ยวพันกับบุคคลที่ชื่อ จูฉางลั่ว 朱常洛

ในคดีไม้พลอง คดีที่ 1 จูฉางลั่ว เป็นองค์รัชทายาทที่ถูกปองร้าย
คดียาเม็ดสีแดง คดีที่ 2 จูฉางลั่ว เป็นฮ่องเต้ ทว่าถูกวางยาเพียงเดือนเดียวก็สวรรคต
คดีย้ายวัง คดีที่ 3 นี้ เกี่ยวพันกับลูกและเมียของจูฉางลั่ว

ค.ศ. 1620 วันที่ 1 เดือน 9 ทางจันทรคติ จูฉางลั่ว
ที่ตอนนั้นขึ้นเป็นหมิงกวงจงฮ่องเต้ได้เพียงหนึ่งเดือนก็สวรรคต พระบรมศพตั้งอยู่ที่วังเฉียนชิงกง 乾清宫
เหล่าขุนนางเข้าวังเพื่อจะพบว่า ประตูเฉียนชิงกงปิดแน่นหนาไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำ


หมิงซีจงฮ่องเต้ จูโหยวเสี้ยว ราชันย์ช่างไม้ ที่มาของภาพ

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ที่แท้เป็นคำสั่งของสตรีนางหนึ่งนามว่า หลี่เสวี่ยนซือ 李选侍 พระสนมของจูฉางลั่ว หรือที่ประวัติศาสตร์ในภายหลังเรียกนางว่า หลี่ตะวันตก 西李 (เนื่องจากเวลานั้นมีพระสนมลำดับเสวี่ยนซือแซ่หลี่สองนาง
จึงเรียกแยกเป็น หลี่ตะวันตก และ หลี่ตะวันออก)

หลี่เสวี่ยนซือนั้น เป็นสนมคนโปรดของจูฉางลั่ว ตั้งแต่ครั้งยังเป็นองค์รัชทายาท เมื่อจูฉางลั่วเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นฮ่องเต้ หลี่เสวี่ยนซือ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าตนจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮา แต่ใครจะคาด ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เพียงเดือนเดียวก็สวรรคต ความหวังจะขึ้นเป็นฮองเฮาของหลี่เสวี่ยนซือพังทลายลงต่อหน้าต่อตา

ความหวังใหม่ของนางจึงเป็นตำแหน่ง ฮองไทเฮา พระมารดาในพระจักรพรรดิ

เรื่องของเรื่องคือ จูโหยวเสี้ยว 朱由校 พระโอรสองค์แรกของจูฉางลั่วนั้น กำพร้าแม่ ได้หลี่เสวี่ยนซือเลี้ยงดูมา จูโหยวเสี้ยวตกอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนางหลี่เสวี่ยนซือมาตั้งแต่เล็กจนอายุ 16 ปี
เมื่อจูโหยวเสี้ยวจะได้สิทธิ์ในราชบัลลังก์ หลี่เสวี่ยนซือก็มองเห็นโอกาสขึ้นเป็นฮองไทเฮา บริหารราชการหลังม่านกุมอำนาจเป็นหงส์เหนือมังกร


พระราชวังเฉียนชิงกง จุดเริ่มต้นของคดีย้ายวัง ที่มาของภาพ

ความคิดแบบนี้ ไม่ได้มาจากนางเพียงลำพัง เป็นขันทีนาม หลี่จิ้นจง 李进忠 คอยถือหาง (หลี่จิ้นจงผู้นี้
ต่อมาจะกลายเป็นสุดยอดขันทีโฉดผู้ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์นาม เว่ยจงเสียน 魏忠贤) ณ เวลานั้น หลี่จิ้นจงยังเป็นขันทีชั้นผู้น้อย อยู่ในวังหลวงมากว่าสิบปี ยังไม่มีวี่แววจะได้เป็นใหญ่ ครั้งนี้เขาเห็นโอกาสจึงถือไพ่ข้างหลี่เสวี่ยนซือ หวังเกาะหลี่เสวี่ยนซือขึ้นไปมีอำนาจ

หลี่เสวี่ยนซือจุกช่องล้อมวง ไม่ให้เหล่าขุนนางเข้ามาในเฉียนชิงกงเคารพพระบรมศพ และยังกันตัวจูโหยวเสี้ยวไว้ไม่ให้พบปะกับเหล่าขุนนาง โดยหวังจะใช้จูโหยวเสี้ยวเป็นองค์ประกันต่อรองกับเหล่าขุนนาง

เหล่าขุนนางต่างร้อนอกร้อนใจ เกรงว่าแผ่นดินจะตกอยู่ในมือของอิสตรีและขันที ในเวลานั้นเองขันทีผู้ใหญ่นาม หวังอาน 王安 ก็ออกอุบายเกลี้ยกล่อมให้ หลี่เสวี่ยนซือยอมให้จูโหยวเสี้ยวไปพบกับเหล่าขุนนาง
โดยให้เหตุผลว่า

“หากไม่ได้เหล่าขุนนางพร้อมใจกันยกจูโหยวเสี้ยวขึ้นเป็นองค์รัชทายาท และประกาศให้เป็นฮ่องเต้ จะกักตัวจูโหยวเสี้ยวเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์ ผิว่าเหล่าขุนนางไปเลือกผู้อื่นมาเป็นฮ่องเต้แทน สถานการณ์จะมิยิ่งย่ำแย่หรอกหรือ มิสู้ให้องค์ชายจูโหยวเสี้ยวออกไปพบเหล่าขุนนาง แล้วค่อยให้กลับมาอยู่กับพระนางก็ยังไม่สาย”

หลี่เสวี่ยนซือคิดสะระตะแล้วก็ยอมให้หวังอานนำองค์ชายออกไปพบกับเหล่าขุนนาง


มหาขันที เว่ยจงเสียน ที่มาของภาพ 

ถึงตอนนั้นเอง เหล่าขุนนางมีหยางเหลียน 杨涟 และพวกขุนนางสำนักตงหลิน (เป็นกลุ่มการเมืองหนึ่งในเวลานั้น) รีบนำตัวจูโหยวเสี้ยวออกจากเฉียนชิงกง มุ่งหน้าสู่พระตำหนักเหวินหัวเตี้ยน 文华殿

หลี่เสวี่ยนซือพอรู้ว่าหลงกล ก็รีบให้หลี่จิ้นจงนำคนออกไปตามตัวองค์ชายกลับมา จนเกิดการฉุดกระชากลากถูกันในระหว่างทาง ทำเอาชุดขององค์ชายฉีกขาด ที่สุด พวกขุนนางก็สามารถเอาตัวองค์ชายหนีออกจากวังเฉียนชิงจนได้ นี่ถือเป็น ย้ายวัง 移宫 ครั้งที่หนึ่ง

เหล่าขุนนางพอนำตัวจูโหยวเสี้ยวมาถึงพระตำหนักเหวินหัว ก็คุกเข่าทำพิธียกองค์ชายเป็นองค์ชายรัชทายาทอย่างเป็นทางการ แล้วทูลเชิญไปประทับที่วังฉือชิ่งกง (ที่ถือเป็นวังขององค์ชายรัชทายาท)
แล้วกำหนดให้วันที่ 6 เดือน 9 ทางจันทรคติ เป็นวันราชาภิเษกขึ้นเป็นฮ่องเต้

ตามโบราณราชประเพณี ฮ่องเต้ต้องประทับอยู่ที่วังเฉียนชิง แต่เวลานั้น หลี่เสวี่ยนซือกลับเล่นแง่ ไม่ยอมย้ายออกจากวังเฉียนชิง ยื่นข้อเสนอให้ตั้งนางเป็นฮองไทเฮาก่อน จึงจะยอมย้ายออก เหล่าขุนนางต่างไม่รับข้อเสนอ ความขัดแย้งเริ่มตึงเครียด กำหนดวันราชาภิเษกก็ใกล้เข้ามา

วังมังกรจะให้หงส์ร่วมคงไม่มีทาง

เหล่าขุนนางตัดสินใจกระชับพื้นที่ ด้านในให้หวังอานขันทีผู้ใหญ่เกลี้ยกล่อม ด้านนอกวังเฉียนชิงให้คนล้อมไว้ทั้งหมด กดดันให้หลี่เสวี่ยนซือต้องยอมจำนน ที่สุด หลี่เสวี่ยนซือต้องยอมอุ้มองค์หญิงแปด พระธิดาที่เกิดจากนางหลี่เสวี่ยนซือ เดินออกจากวังเฉียนชิงไปอยู่ที่ หุ้ยหลวนกง 哕鸾宫 ในวังเหรินโซ่ว 仁寿宫
นี่คือการย้ายวัง 移宫 อีกครั้ง

เรื่องไม่จบง่ายดายขนาดนั้น ไม่กี่วันต่อมาวังหุ้ยหลวนเกิดเพลิงไหม้ มีข่าวลือว่าเป็นแผนกำจัดหลี่เสวี่ยนซือและองค์หญิงแปด ข่าวนี้อาจทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติฮ่องเต้ ผู้คนจะมองว่าทรงไม่รู้คุณผู้เลี้ยงดู และไม่เมตตาต่อพี่น้อง


นางหลี่เสวี่ยนซือ ตัวปัญหาแห่งคดีย้ายวัง ที่มาของภาพ

จูโหยวเสี้ยวจึงเลื่อนยศนางหลี่เสวี่ยนซือขึ้นเป็น หลี่คังเฟย 李康妃 เพื่อกลบข่าวลือที่ไม่เป็นมงคลดังกล่าว เป็นอันปิดฉากคดีย้ายวัง คดีสุดท้ายของสามคดีดังที่สะเทือนบัลลังก์ปลายราชวงศ์หมิง

จูโหยวเสี้ยวนั้นขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ หมิงซีจง 明熹宗 รัชศกเทียนฉี 天启 ทว่า ฮ่องเต้พระองค์นี้กลับไม่สนใจสร้างบ้านแปงเมือง เป็นราชันย์ช่างไม้ที่ยุ่งอยู่กับการสร้างงานไม้มากกว่าราชการงานเมือง เรื่องของบ้านเมืองทรงปล่อยให้ขันทีเว่ยจงเสียนดูแลแทบทั้งสิ้น

เป็นเว่ยจงเสียนที่เดิมชื่อหลี่จิ้นจงขันทีที่เคยถือหางนางหลีเสวี่ยนซือ ครั้นหลี่เสวี่ยนซือถูกกำจัดสิ้นวาสนา เว่ยจงเสียนผู้นกรู้ ก็หันไปสนิดชิดเชื้ออยู่กับพระนมเค่อซื่อ 客氏 แม่นมคนโปรดของหมิงซีจง

นับแต่นั้น แผ่นดินต้าหมิงก็ตกไปอยู่ในมือขันทีโฉดเว่ยจงเสียน ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “พระเก้าพันปี” คือเป็นรองแค่ฮ่องเต้ที่เรียกขานกันว่า “พระหมื่นปี”

ต้าหมิงนับถอยหลังสู่กาลอวสานแล้ว