Oriental World

บริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษ โจรสลัด พ่อค้าเถื่อน

การทำมาค้าขายที่ไหนๆ ย่อมจะต้องมีความเสี่ยง ทั้งเสี่ยงขาดทุน เสี่ยงลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้ เสี่ยงถูกโจรกรรม ฯลฯ การทำมาค้าขายทางทะเลก็หนีไม่พ้นมีความเสี่ยงจะพบเจอกับโจรสลัด โดยเฉพาะบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและมีผลประโยชน์ทางการค้ามหาศาลอย่างบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ

นอกเหนือจากจะต้องแข่งขันการค้ากับบริษัทอินเดียตะวันออกของยุโรปชาติอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดัชต์และฝรั่งเศส บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษก็ต้องประสบปัญหาโจรสลัดและพ่อค้าของเถื่อนทั้งหลายในทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล

ยิ่งโดยเฉพาะบริษัทยิ่งผูกขาดเส้นทางการค้าตะวันออกมากเท่าใดก็ยิ่งท้าทายสำหรับโจรสลัดและพ่อค้า
รายย่อยมากขึ้นเท่านั้น

ไม่แน่ใจว่าศัตรูหรือมิตร พระเอกหรือผู้ร้าย

สถานการณ์เช่นนี้เราไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าใครเป็นพระเอกใครเป็นผู้ร้าย เพราะกว่าบริษัทอินเดียตะวันออกจะมีอำนาจเหนือเส้นทางการค้า ก็มีการใช้กองกำลังทหารในการโจมตีบังคับขู่เข็ญทั้ง
ชาวพื้นเมืองและปราบปรามทั้งคู่แข่งที่เป็นบริษัทยุโรป คู่แข่งทางการค้าที่มีอำนาจอยู่ก่อนเป็นจักรวรรดิโมกุลเป็นต้น

เมื่อเริ่มผูกขาดเส้นทางการค้าได้ หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าเริ่มเป็นพี่เบิ้ม ก็มีผู้ต้องการแบ่งผลประโยชน์บ้างเป็นเรื่องธรรมดา

บางครั้งเรือพ่อค้าบางลำที่ต้องการค้าขายกับกองเรือบริษัทถูกโจมตีจนเสียหาย มีผู้เสียชีวิตไปก็มี
และกองเรือของบริษัทก็จะอ้างว่าที่โจมตีไปเพราะเห็นว่าชื่อพ่อค้าเหล่านี้เป็นโจรสลัด ไม่ต้องรับผิดชอบใดใด

ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียกใครพระเอก ใครเป็นผู้ร้าย


โจรสลัดแห่งทะเลจีนใต้ ที่มาของภาพ

โจรสลัด ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 โจรสลัดมีชุกชุมอย่างมาก ในเวลานั้นอำนาจท้องถิ่นยังอยู่ภายใต้จักรวรรดิโมกุล แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเกรงบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษ และมีข้อตกลงเรื่องการแข่ง
ผลประโยชน์ทางการค้ากัน

จักรวรรดิโมกุลของเราคิดว่ากองเรืออันทรงอานุภาพของบริษัทจะช่วยปกป้องกองเรือค้าขายของตนเอง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะแม้จะทรงพลังเท่าใด โจรสลัดมีเยอะกว่า


กัปตันคิดด์ ในชุดแดงขณะที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่จับโจร ที่มาของภาพ

กัปตันคิดด์
โจรสลัดผู้มีชื่อเสียงมีอยู่หลายคน แต่คนหนึ่งที่ไม่มีเด็กคนไหนไม่รู้จักคือกัปตันคิดด์ (Captain Kidd)

กัปตันคิดด์มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ เขาชื่อ วิลเลียม คิดด์ โดยจริงๆ แล้วเขาเริ่มทำงานโดยถูกจ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจจับโจรสลัดนี่เอง! แต่ทำไปๆ เขาเห็นว่าสงสัยเป็นโจรสลัดจะรุ่งกว่าแน่ๆ เขาจึงผันมาเป็นโจรสลัดแทน และคิดปล้นในที่ต่างๆ รวมถึงทะเลอาระเบียด้วย

ผลสรุปก็คือรุ่งจริงๆ รุ่งจนกระทั่งถูกจับและประหารในปี ค.ศ. 1701


กัปตัน คิดด์ ในฐานะโจรสลัด ที่มาของภาพ

ในทะเลจีนใต้
นอกเหนือจากในมหาสมุทรอินเดีย กิจกรรมของชาวโจรสลัดก็คึกคักเป็นอย่างยิ่งในบริเวณทะเลจีนใต้
ว่ากันว่ายิ่งคึกคักกว่าเสียอีก โจรสลัดแถบนี้จะเป็นชาวมาเลย์และชาวจีน ใช้เรือสำเภาซึ่งเดินทางได้อย่างรวดเร็ว

บางครั้งการเป็นโจรสลัดก็มีผลตอบแทนที่หอมหวานทีเดียว ยกตัวอย่าง ซามูเอล ไวท์ (Samuel White) ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ เห็นว่าเป็นโจรสลัดแล้วมีรายได้เสริมดี ก็เลยเอากับเขาบ้าง

เขาค้าขายทั้งแบบมีใบสั่งถูกต้องกับบริษัท และพอว่างๆ ก็พาลูกน้องไปดักปล้นเป็นต้น

พ่อค้าเถื่อน
อันที่จริงจะเรียกว่าพ่อค้าเถื่อนก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เราอาจจะเรียกได้ว่าพ่อค้าที่ไม่มีสัมปทานของบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษน่าจะตรงกว่า และที่เป็นปัญหายิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ถูกบริษัทขึ้นบัญชีว่าเป็นพ่อค้าเถื่อนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ต่างก็เป็นลูกจ้างของบริษัท ซึ่งเห็นลู่ทางในการแอบเอาสินค้าไปขายนอกเส้นทาง เพื่อได้กำไรมากขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่แอบซื้อสินค้า (ไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย ชา เครื่องเทศ เป็นต้น) จากโรงงานของบริษัทตามบริเวณต่างๆ ของอนุทวีปอินเดีย เช่น มัทราส บอมเบย์ กัลกัตตา ฯลฯ แล้วนำไปขายกับพ่อค้าที่ไม่มีใบอนุญาตให้ค้าขายกับบริษัท แต่ยินดีจะซื้อสินค้าด้วยราคาสูงลิ่ว เพราะนำไปขายด้วยราคาสูงลิ่วอีกต่อหนึ่ง

การทูตแบบเรือปืน (Gunboat Diplomacy)
การแก้ปัญหาของบริษัทฯมีสองทางหลักๆ ด้านหนึ่งคือการควบรวมกิจการของศัตรูเสีย เพื่อลดคู่แข่งขันลง อีกด้านหนึ่งคือการหันไปเพิ่มแสนยานุภาพทางอาวุธ การมีโจรสลัดมากมายเช่นนี้ ทำให้เรือการค้าของบริษัทต้องติดอาวุธกันไปทั่ว และนี่ทำให้การทูตแบบเรือปืน (gunboat diplomacy) เป็นที่คุ้นเคยกันทั่วไป โดยเฉพาะระหว่างประเทศมหาอำนาจและประเทศเล็กกว่า