Oriental World

ไว้หนวดไว้เครากันเถอะ : คำแนะนำจากศตวรรษที่ 19

ชาวฮิป ต้องอ่าน...เมื่อกว่า 160 ปีมาแล้วการไว้หนวดเคราไม่ใช่แค่ทำให้คุณดู “แมน” ขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ดูดีและถูกใจสาว ๆ อีกด้วย...ถึงกับบอกว่า “คางเกลี้ยง ๆ นั่นน่าเกลียดเป็นที่สุด”


การไว้หนวดไว้เคราอาจทำให้คุณสุขภาพดีกว่าที่คิด ที่มาของภาพ

ทุกวันนี้เชื่อว่าอิทธิพลจากสื่อหลาย ๆ อย่างที่หลั่งไหลเข้ามาบ้านเราไม่ขาดสายเป็นกระตุ้นกลาย ๆ
(หรือบางคนก็พุ่งชนตรง ๆ เลย) ที่ทำให้ผู้ชายหลายคนรู้สึกอยากมีหนวดมีเคราประดับใบหน้า ยิ่งบางคนนี่ต้องการให้รกครึ้มจนต้องหาวิธีการสารพัดมาทำให้สมใจปรารถนา แต่ก็มีไม่น้อยที่เห็นว่าหน้าเกลี้ยง ๆ แนวขาวใสจะชนะใจสาวได้

เรื่องแบบนี้ก็นานาจิตตังนะครับ เพราะเราจะเห็นได้ว่าในอดีตบางยุคก็นิยมไว้หนวดไว้เคราก็ดกหนางามกันทั้งบ้านทั้งเมือง บางยุคก็ต้องให้เกลี้ยงเข้าไว้ แถมยังยกเหตุผลมาสนับสนุนและหักล้างกันอย่างครึกครื้น เช่นเดียวกับเรื่องที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟังวันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 หรือกว่า 160 ปีมาแล้ว
(นับถึงปี 2018) ที่ต้องบอกว่าเป็นการแสวงหาเหตุผลสารพัดแบบมาสนับสนุนว่า “ทำไมคุณถึงต้องไว้หนวดไว้เครา”


โฆษณา “ยาปลูกหนวด”ที่รับประกันเห็นผลภายใน 6 เดือนในผู้ใช้ที่เป็นชายอายุ17 ขึ้นไป โดยผู้ผลิตชาวเยอรมัน ที่มาของภาพ

น่าสนใจไหมครับ ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลย...

ในอดีตที่ผ่านมาคงไม่มีใครสนับสนุนการไว้หนวดเคราจริงจังเท่ากับ ที.เอ.โกวิง (T.S. Gowing) ถึงกับเขียนหนังสือชื่อ ปรัชญาหนวดเครา (The Philosophy of Beard) ขึ้นมาเมื่อ ค.ศ. 1854 เขาเชื่อว่า
หนวดเคราของมนุษย์เป็นของขวัญจากพระเป็นเจ้าเพื่อ “สร้างความแตกต่าง ปกป้องและประดับ” พร้อมเหตุผลจำนวนหนึ่งที่นำมาสนับสนุนหลักการที่ว่าเหตุใดคุณจึงสมควรไว้หนวดเครา


ปกหนังสือ “ปรัชญาหนวดเครา”ของ โกวิง ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปี 1854 ที่มาของภาพ

1. หนวดเคราเป็นเครื่องหมายของความเป็นชาย
โกวิงถือว่าหนวดเคราเป็น “มาตรฐานของการแสดงความงามอย่างชายที่แท้จริง” และเสนอว่าการโกน
หนวดเครานั้นทำให้ชายดูอ้อนแอ้นเหมือนผู้หญิง แล้วถ้าใครถามโกวิงว่าทำไมผู้หญิงไม่หนวดเครา เขาจะตอบว่า “เพราะผู้หญิงไม่เกิดมาเพื่อเผชิญความยากลำบากอย่างที่ผู้ชายต้องประสบ” กระนั้นเขาก็กล่าวว่ามีข้อยกเว้นสำหรับทหารหญิงในกองทัพของพระเจ้าชาร์ล ที่ 12 ที่ “ห้าวหาญราวกับเธอมีหนวดเครา”

2. ผู้ชายในอารยธรรมสำคัญ ๆ ของโลกต่างแข่งกันไว้หนวดเครา
“บรรดาผู้นำชายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในอากาศอบอุ่นหรือหนาวเย็น...ล้วนแต่ไว้หนวดเคราด้วยกันทั้งสิ้น” โกวิงยกผู้นำอียิปต์ บาบิโลเนีย กรีกและโรมัน ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง เขาอธิบายว่าการที่กษัตริย์อียิปต์
ไว้พระมัสสุ (หนวดเครา) เช่นเดียวกับเหล่าเทพของชาวอีทรัสกัน (ที่อยู่ในคาบสมุทรอิตาลีก่อนการเกิดของอาณาจักรโรมัน) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าการหายไปของหนวดเคราเป็นสัญญาณของความอ่อนแอทั้งทางกายภาพและศีลธรรม

3. หนวดช่วยกันหนาว ความเปียกชื้นและโรคภัยไข้เจ็บ
ตำราแพทย์ในยุคนั้นกล่าวว่าผู้ชายที่ไม่มีหนวดจะต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเหน็บ เจ็บคอ
ปวดตามข้ออยู่เป็นประจำ โกวิงยังอ้างว่าช่างตีเหล็กและคนทำเหมืองหินไว้หนวดเพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ จาก “ผงเหล็กและฝุ่นหิน” อีกที่ยังใช้ป้องกันเศษเล็ก ๆ เหล่านั้นหลุดเข้าไปในปอดอีกด้วย (ปัจจุบันมีงานวิจัยที่พบว่าหนวดเคราอาจช่วยให้มีอนามัยที่ดีและต้านทานเชื้อโรคได้ดีกว่าผิวเกลี้ยง ๆ) นอกจากนี้เขายังยกตัวเองเป็นตัวอย่างของการไว้หนวดเพื่อช่วยรักษาความอบอุ่นให้แก่ใบหน้าโดยบอกว่าเมื่อเขาต้องไปอยู่ในสภาพอากาศเย็นจัดที่สวิตเซอร์แลนด์ถึง 6 สัปดาห์นั้น การที่เขามีหนวดเขาอยู่ทำให้ “ไม่รู้สึกไม่สบาย
รอบ ๆ ปากเลยแม้แต่น้อย”

4. คางผู้ชายรูปร่างน่าเกลียด
โกวิงไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ เขาอ้างคำบรรยายที่สถาบันศิลปประยุกต์ซึ่งผู้บรรยายอ้างว่าคางผู้ชายนั้นเป็นสิ่งที่ต้องปกคลุมมีรูปร่างไม่น่าดู กระด้างและเหลี่ยมเป็นมุม ต่างกันกับคางผู้หญิงที่ “มักจะงดงามอยู่โดยทั่วไป” ผู้บรรยายยังอธิบายประกอบอีกว่า “หมี กระต่าย แมวและนกนั้นดูน่าเกลียดทันทีเมื่อถอนขนฟูฟ่องที่ปกคลุมร่างกายออก แต่ม้า สุนัขเกรย์ฮาวนด์และสัตว์อื่น ๆ มีขนยาวปกคลุมแต่ไม่ได้ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปนั้น มีความรูปร่างของมันยังงามอยู่แม้เมื่ออยู่ในสภาพเปลือยเปล่าแล้วก็ตาม” โกวิงยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นจริงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อผู้ชายอายุมากและผิวหนังเหี่ยวย่น “ไม่มีสิ่งใดในธรรมชาติน่าขยะแขยงมากไปกว่าชายแก่ไร้หนวดเคราอีกแล้ว” ซ้ำร้ายเขายังนำกรณีนี้ไปเปรียบเทียบกับ “นกพิราบถอนขน”
ของชาวเติร์กอีกด้วย

ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่โกวิงตีพิมพ์หนังสือ “ปรัชญาหนวดเครา” 
เป็นตัวอย่างหนึ่งของความนิยมไว้หนวดเคราในยุคดังกล่าว ที่มาของภาพ


5. หนวดป้องไฟฟ้าได้
แม้ว่าโกวิงจะอ้างว่ามีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหนวดเคราไม่มากนัก แต่เขาก็ยังย้ำว่าหนวดเครา “ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและไฟฟ้า” และยังป้องกัน “ไฟฟ้าที่จะเชื่อมเข้าไปยังประสาท” ของมนุษย์ได้ด้วย ทว่าเขาก็ไม่ได้อธิบายลึกซึ้งในประเด็นนี้เท่าที่ควร ขณะเดียวกันเขาก็อาจสับสนระหว่างหนวดเคราของมนุษย์กับหนวดสัตว์ (whiskers) ซึ่งทำหน้าที่จากหนวดเคราของมนุษย์ เพราะสำหรับสัตว์แล้ว
หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกที่มีความสำคัญมากเพราะช่วยให้สัตว์รู้ตำแหน่ง ขนาดและพื้นผิวของวัตถุได้จากการใช้หนวดสัมผัสวัตถุนั้น ๆ

6. ดูแลหนวดดี...ทำให้ดูดี
โกวิงตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อนฝูงของเขาล้วนแต่ดูแล หวีแต่งและปัดเศษฝุ่นให้กับหนวดเป็นอย่างดี “ได้รับความรู้สึกดี ๆ ตอบกลับมาทั้งสิ้น เช่นเดียวกับที่เราอาจสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับแมว นั่นเอง”

7. การโกนหนวดเป็นสิ่งสุดสยอง
การโกนหนวดทำให้ใบหน้าคุณระคายเคืองและทำให้เกิด “สิวแตก” ขึ้นมาได้ โกวิงเปรียบการระคายเคืองผิวจากการโกนหนวดหนวดว่าเป็นเหมือน “อยู่ในนรกอันแผดเผา”

8. สาว ๆ ชอบคนไว้หนวดไว้เครา
โกวิงยกสารพัดเหตุผลมาหักล้างเรื่องที่ว่าผู้หญิงไม่ชอบหนวดเครา เขายืนยันว่าผู้หญิงชอบทุกอย่างที่ดู “เป็นชาย” แม้เมื่อแรกเห็นพวกเธอจะมองว่าเป็นของแปลกแต่ในที่สุดแล้วก็จะยอมรับด้วยดี เขายกเกร็ดเรื่องจิตรกรและผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะชาวสวิสในศตวรรษที่ 18 คนหนึ่งชื่อว่า ฌอง-เอเตียง ลีโอตาร์ (Jean-Etienne Liotard) ซึ่งภรรยาของเขาเคยออกปากว่าหากสามีโกนหนวด เธอคงจะรู้สึกท้อแท้อ่อนอกอ่อนใจ “ฉันจะรู้สึกเป็นบาปมากที่จูบบนคางเล็ก ๆ สีชมพูระเรื่อนั่น”


ฌอง-เอเตียง ลีโอตาร์ ศิลปินชาวสวิส ที่มาของภาพ

อ่านถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าผู้อ่านคงนึกครึ้มอยากไว้หนวดไว้เคราแบบที่โกวิงยกเหตุผลมาสาธยายหว่านล้อมขนาดนี้ (โดยเฉพาะข้อสุดท้ายนี่ ฟักแล้วจั๊กจี้พิลึก!!!) ส่วนท่านที่มีหนวดเคราอยู่แล้วก็คงรู้สึกภูมิใจกับใบหน้าที่ดู Manly พร้อมด้วยเรื่องราวที่สนับสนุนการที่คุณจะไว้หนวดไว้เคราต่อไปอีกมาก ทั้งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และความรู้สึกของอีกหลายคน


ตัวอย่างการขลิบแต่งหนวดแบบต่าง ๆ ในศตวรรษที่ 19 ที่มาของภาพ

แต่ไม่ว่าอย่างไร การดูแลใบหน้าของคนที่มีและไม่มีหนวดเคราก็ยังเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คนที่อยากมีหน้าเกลี้ยงเกลาก็ต้องแบ่งเวลาให้กับการโกนหนวดเคราอยู่เสมอ หมั่นดูแลความพร้อมของอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานได้ดีอยู่เสมอ กลับกันการดูแลหนวดเคราให้ดกดำดูดี ขลิบแต่งหนวดเคราอยู่เป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ท่านผู้นิยมหนวดเคราต้องใส่ใจอยู่เสมอ เพื่อให้มีสง่าราศีดูดีเป็นชายสมชายอย่างที่ท่านต้องการ

ส่วนจะเป็น hipster หรือไม่ก็คงต้องว่ากันอีกทีละครับ


ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://mentalfloss.com/article/552931/reasons-grow-a-beard-according-to-19th-century-book
https://publicdomainreview.org/collections/the-philosophy-of-beards-1854/
https://www.amazon.com/Chin-Beaver-Philosophy-Beards-Gowing/dp/1515275507
https://www.independent.co.uk/news/science/beards-good-for-health-more-hygienic-bacteria-resistant-than-shaven-skin-study-finds-a6823461.html
http://beardstyle.net/famous-bearded-men/
https://www.thenakedscientists.com/articles/questions/human-facial-hair-cats-whiskers
https://dralun.wordpress.com/2014/01/07/the-medical-case-for-beards-in-the-19th-century/