World Clvilization

เควตซัลโคแอทเทิล จอมเทพผู้สร้างแห่งจักรวรรดิแอสเท็กซ์

เควตซัลโคแอทเทิล (Quetzalcoatl) คือพระนามของเทพเจ้าที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดองค์หนึ่งของอารยธรรมอเมริกากลางโบราณโดยเฉพาะชาวแอสเท็กซ์ (Aztecs) ที่รุ่งเรืองอยู่ในประเทศเม็กซิโกระหว่างปี ค.ศ. 1300 ถึง ค.ศ. 1521 พระนามของพระองค์แท้ที่จริงแล้วมีความหมายว่า “อสรพิษขนนก” มาจากการผสมคำจากภาษานาวาเติล (Nahuatl) สองคำก็คือ “เควตซัล” (quetzal) ซึ่งหมายถึงนกสายพันธุ์หนึ่งในอเมริกากลางที่มีขนสีทองอมเขียวและแดงเข้ม กับคำว่า “โคแอทเทิล” (coatl) หมายถึงอสรพิษ แต่เทพเจ้าที่มีรูปลักษณ์ของอสรพิษขนนกนั้นก็ไม่ได้โด่งดังแค่ในชนเผ่าของชาวแอสเท็กซ์แต่อย่างใด เพราะชาวมายาโบราณที่รุ่งเรืองอยู่ก่อนหน้าชาวแอสเท็กซ์ก็ให้ความเคารพบูชาเทพเจ้าอสรพิษขนนกเช่นกัน ทว่าพระนามของเทพเจ้าที่ชาวมายาบูชาคือ “คูคุลคัน” (Kukulkan) และสถานที่บูชาเทพเจ้าองค์นี้ที่โด่งดังที่สุดก็คือ พีระมิดเอล-คาสติลโญ (El-Castillo) แห่งเมืองชิเชน อิทซา (Chichen Itza) ในประเทศเม็กซิโกอันเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ของโลกที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกเมื่อปี ค.ศ. 2007 นั่นเอง


ภาพวาดเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลจากคัมภีร์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่มาของภาพ

เทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลได้รับการนับถือในฐานะของเทพเจ้าแห่งลมและฝน นอกจากนั้นยังมีความเกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของมนุษยชาติด้วยเช่นกัน พระองค์เป็นโอรสของเทพเจ้าโอเมเตล (Ometeotl) และเป็นพี่น้องกับเทพเจ้าอีกหลายพระองค์เช่นเทซคาทลิโพคา (Tezcatlipoca) และเวซิโลพอชทลิ (Huizilopochtli) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในเทวตำนานของชาวอเมริกากลางโบราณทั้งสิ้น

บทบาทที่น่ากล่าวถึงที่สุดของเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลก็คือบทบาทที่เกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างโลกและมนุษย์ จริงๆ แล้วตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าองค์นี้มีแตกแขนงออกไปมากมายหลายหลาก เล่ากันไม่หวาดไม่ไหว บ้างก็สอดคล้องกัน บ้างก็ขัดแย้งกัน เช่นบางตำนานกล่าวว่าเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลกับเทซคาทลิโพคาเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันดี ทั้งคู่ได้ร่วมมือกันรังสรรค์ดวงสุริยาและไฟ นอกจากนั้นยังได้สร้างเทพเจ้าแห่งฝนและสร้างมนุษย์ชาย-หญิงคู่แรกขึ้นมาให้กับโลกใบนี้ แต่บางตำนานกลับบอกว่าเทพเจ้าทั้งสององค์นี้ไม่ถูกกันและได้เปิดศึกสงครามกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละครั้งที่สู้รบกันก็ทำให้โลกและดวงอาทิตย์ รวมทั้งมนุษยชาติถูกทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่วนไปเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกถึง 4 ครั้ง ซึ่งตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลที่พยายามสร้างมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้งในโลกแห่งดวงอาทิตย์ที่ 5 นั้นสนุกและน่าสนใจมาก เหมาะที่จะนำมาขยายความ ดังนั้นเราลองมาอ่านเรื่องเล่าที่แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของเควตซัลโคแอทเทิลในการสร้างมนุษย์ในยุคดวงอาทิตย์ที่ 5 กันเลยดีกว่า


พีระมิดแห่งเอล-คาสติลโญ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าคูคุลคันของชาวมายาโบราณซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์เดียวกันกับ
เทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลของชาวแอสเท็กซ์ ที่มาของภาพ


เมื่อดวงอาทิตย์ที่ 5 ถือกำเนิดขึ้นมา แสงสุริยาได้ส่องลงมายังผืนโลก ทว่าเหล่าเทพเจ้าล้วนไม่มีความสุขเอาเสียเลย นั่นก็เพราะว่าบนโลกใบนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตเสียแล้ว ดังนั้นเหล่าปวงเทพจึงประชุมกันว่าจะทำอย่างไรดีให้ชีวิตบนโลกกลับคืนมาคึกคักเช่นเดิมอีกครั้งหลังจากถูกสังหารไปในยุคของดวงอาทิตย์ที่ 4 มนุษย์ในยุคก่อนหน้าเสียชีวิตทั้งหมดจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นจากฝนตกหนัก กระดูกของมนุษย์ทั้งหมดถูกชะล้างลงไปยังยมโลกที่เรียกว่า “มิคชัน” (Mictlan) ซึ่งปกครองอยู่โดยคู่เทพเจ้าชาย-หญิงสองพระองค์ที่มีพระนามว่า “มิคชันเทคูทลิ” (Mictlantecuhtli) และ “มิคชันชิวาเติล” (Mictlancihuatl) ทั้งคู่เก็บกระดูกของมนุษย์บนโลกเอาไว้เป็น “สมบัติ” ในอาณาจักรของพระองค์ เควตซัลโคแอทเทิลรู้ดีว่า ถ้าปราศจากกระดูกเหล่านี้แล้ว การจะรังสรรค์มนุษยชาติขึ้นมาอีกครั้งนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นั่นหมายความว่า ถ้าอยากจะให้มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาอีกในยุคดวงอาทิตย์ที่ 5 นี้ ก็คงต้องมีใครสักคนลงไปนำกระดูกจากยมโลกกลับขึ้นมา และแล้วภารกิจสำคัญในการรังสรรค์มนุษย์โลกยุคใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

แต่เหล่าเทพเจ้าทราบดีว่าสองเทพชาย-หญิงแห่งยมโลกคงไม่ยอมมอบกระดูกมนุษย์มาให้ง่ายๆ เป็นแน่ แถมการเดินทางลงไปในยมโลกและการเดินทางกลับขึ้นมาก็ยากพอกัน ดังนั้นเทพเจ้าที่จะลงไปทำภารกิจนี้จึงต้องมีความสามารถรอบด้านและรู้เส้นทางในการหลบหนีออกจากโลกหลังความตายเป็นอย่างดี เมื่อได้ยินดังนั้น เควตซัลโคแอทเทิลกับพี่น้องฝาแฝด (ในตำนานนี้) ที่ชื่อ โชโลท (Xolotl) ก็ขันอาสารับหน้าที่นี้ ด้วยว่าโชโลทคือเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับความตาย พระองค์นำทางดวงสุริยาลงไปยังยมโลกทุกเย็น ดังนั้นโชโลทจึงรู้ทางไปยมโลกเป็นอย่างดี ส่วนเควตซัลโคแอทเทิลก็ทำหน้าที่ในการนำพาดวงสุริยาออกมาจากโลกหลังความตายทุกเช้า ดังนั้นเขาจึงทราบเส้นทางในการหลบหนีออกมาจากยมโลกเป็นอย่างดี สองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้จึงตกลงใจเดินทางไปนำกระดูกมนุษย์ออกมาจากดินแดนแห่งความตาย


รูปสลักเทพเจ้าอสรพิษขนนกบนผนังพีระมิดที่สร้างอุทิศแด่พระองค์ที่เมืองเตโอติฮัวคาน ที่มาของภาพ

แต่เมื่อสองพี่น้องฝาแฝดเดินทางไปถึงยมโลก เควตซัลโคแอทเทิลก็ทราบดีว่าเทพเจ้าแห่งมิคชันคงไม่ยอมมอบกระดูกให้พวกเขาง่ายๆ เป็นแน่ และคงต้องมีกลอุบายบางอย่างอยู่เบื้องหลัง เมื่อได้เผชิญหน้ากับเทพเจ้าแห่งยมโลกและเจรจากันพักหนึ่ง เจ้าแห่งมิคชันก็ได้เอ่ยขึ้นมาว่า เขาจะมอบกระดูกของมนุษย์ให้ตามที่ต้องการ เพียงแค่ว่าสองพี่น้องฝาแฝดจะต้องเป่าแตรสังข์ชิ้นที่กำลังจะมอบให้ให้ดังกังวานไปทั่วอาณาจักร เมื่อเควตซัลโคแอทเทิลรับหอยสังข์มาก็พบว่าหอยนั้นไร้ซึ่งรูใดๆ หมายความว่าจะเป่ายังไงก็ไม่มีทางดัง เมื่อรู้ว่าถูกโกงเข้าแล้ว เควตซัลโคแอทเทิลก็หาทางออกด้วยความเฉลียวฉลาด พระองค์ให้หนอนมาช่วยเจาะรูในหอยสังข์นั้นแล้วให้ฝูงผึ้งบินเข้าไปสร้างเสียงหึ่งจนดังกังวานไปทั่วอาณาจักรแห่งมิคชัน เมื่อสองเทพเจ้าถิ่นได้ยินเสียงแตรสังข์ ก็ยอมมอบกระดูกให้ตามสัญญา แต่ก็ออกอุบายที่สองว่า
“ข้าสัญญากับเจ้าเพียงแค่จะมอบกระดูกให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้เจ้านำออกไปจากดินแดนมิคชันด้วยเสียหน่อย” เมื่อรู้ว่าพลาดท่าแล้ว พี่น้องฝาแฝดก็หลบหนีหัวซุกหัวซุนออกมา จนพลาดไปติดกับดักที่วางเอาไว้ทำให้กระดูกที่ขนออกมาด้วยโดนทับจนแตกไปไม่น้อย แต่ทั้งคู่ก็ยังสามารถนำกระดูกมนุษย์ออกมาจาก
มิคชันได้สำเร็จ


พีระมิดแห่งอสรพิษขนนกในเมืองเตโอติฮัวคานเป็นพีระมิดองค์เล็กที่สุด ทว่าสร้างเพื่อถวายแด่เทพเจ้าสองพระองค์คือ
เควตซัลโคแอทเทิลและทลาลอค (Tlaloc) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งฝนของชาวแอสเท็กซ์ ที่มาของภาพ


สุดท้ายแล้ว กระดูกมนุษย์ที่นำออกมาได้ก็ถูกบดจนละเอียดและผสมเข้ากับแป้งข้าวโพดและเลือดของเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลออกมาเป็นมนุษย์ในยุคดวงอาทิตย์ที่ 5 จนได้ ภารกิจในครั้งนี้ถือว่าสำเร็จ!

ด้วยว่าเทพเจ้าเควตซัลโคแอทเทิลมีบทบาทสำคัญในหลากหลายด้าน พระองค์จึงได้รับการบูชาตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของชาวแอสเท็กซ์ วิหารสำคัญของเทพเจ้าอสรพิษขนนกคือ พีระมิดที่เมืองเตโอติฮัวคาน (Teotihuacan) นอกจากนั้นกษัตริย์ของชนเผ่าในยุคหลังเช่นชาวทอลเท็กซ์ (Toltecs) ยังนำพระนามของพระองค์ไปใช้ในพระนามของตนเองอีกด้วย ข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า เทพเจ้าเควตซัลโค
แอทเทิลคือสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของชนเผ่าในทวีปอเมริกากลางโบราณอย่างแท้จริง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://www.ancient.eu/Quetzalcoatl
Website: http://www.ancient-origins.net/myths-legends-americas/rise-quetzalcoatl-plumed-serpent-creator-god-008959
Website: https://www.britannica.com/topic/Quetzalcoatl
Website: https://tlacatecco.com/2008/04/18/quetzalcoatls-descent-to-mictlan-the-land-of-the-dead
Website: http://www.kellymoore.net/Quetzalcoatl.html