Oriental World

สามคดีดัง: สะเทือนบัลลังก์ปลายราชวงศ์หมิง (ตอนสอง)

คดีที่ 2 คดียาเม็ดสีแดง
红丸案 วันที่ 1 เดือน 8 ทางจันทรคติ รัชศกไท่ชาง ปีที่ 1 (ตรงกับปีค.ศ. 1620) ความใฝ่ฝันของรัชทายาท จูฉางลั่ว 朱常洛 ก็เป็นความจริงเสียที เมื่อจักรพรรดิว่านลี่สวรรคต จูฉางลั่วขึ้นนั่งบัลลังก์สืบต่อเป็นฮ่องเต้หมิงกวงจง 明光宗 ในขณะมีพระชนมายุ 39 พรรษา


คดีดังสะท้านวังหลวง ที่มาของภาพ 

ราชสำนักฝ่ายหน้าที่เคยเงียบเหงา เพราะว่านลี่ไม่ออกว่าราชการนับสิบๆ ปี กลับมาคึกคักอีกครั้ง ฮ่องเต้ใหม่ไฟแรง ออกว่าราชการ บริหารบ้านเมืองด้วยความแข็งขัน แผ่นดินต้าหมิงกำลังส่อแววจะกลับมาเรืองโรจน์อีกครั้ง

ทว่า เพียงชั่วเดือนเดียว ทุกอย่างก็กลับหน้ามือเป็นหลังมือ
ฮ่องเต้หมิงกวงจงสวรรคตแล้ว!!!
อะไรเป็นสาเหตุให้หมิงกวงจงกลายเป็นฮ่องเต้ที่ชนรุ่นหลังตั้งฉายาให้ว่า
“ฮ่องเต้เดือนเดียว 一月皇帝”

เรื่องนี้เกี่ยวพันกับสตรีนางหนึ่ง และ ยาเม็ดสีแดง
สตรีผู้นั้นยังคงเป็น เจิ้งกุ้ยเฟย 郑贵妃 พระมเหสีของว่านลี่ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วพัวพันกับแผนลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทจูฉางลั่ว ซึ่งก็คือหมิงกวงจง ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน คราวนั้นนางรอดพ้นการต้องโทษมาได้เพราะจักรพรรดิว่านลี่ยังทรงโปรดปรานนาง มาวันนี้เมื่อผลัดแผ่นดิน ชะตากรรมของนางย่อมเสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ยิ่งเห็นหมิงกวงจง เริ่มออกว่าราชการอย่างแข็งขัน ส่อจะเป็นฮ่องเต้ที่มีพระปรีชาสามารถจะครองใจชน ความหวังของเจิ้งกุ้ยเฟย ที่อยากเห็นโอรสของตัวเอง

จูฉางสวิน 朱常洵 ขึ้นเป็นฮ่องเต้ยิ่งริบหรี่

เจิ้งกุ้ยเฟย จึงคิดแผนการร้ายอีกครั้ง
ในหนังสือ 罪惟录 หรือที่เรียกกันว่า หมิงซู 明书 มีบันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้ว่า

“及登极,贵妃进美女侍帝。未十日,帝患病。”

“เมื่อขึ้นครองราชย์ กุ้ยเฟยถวายหญิงงามรับใช้ฮ่องเต้ ไม่ทันถ้วนสิบวัน ก็ทรงพระประชวร”


หมิงกวงจงฮ่องเต้ ที่มาของภาพ

เจิ้งกุ้ยเฟยใช้แผนสาวงาม นางคัดเลือกหญิงงามทั้งสิ้นแปดคนนำมาถวายให้แก่หมิงกวงจงฮ่องเต้

โบราณว่า... 英雄难过美人关 : ผู้กล้ายากฝ่าด่านหญิงงาม

หมิงกวงจงเมื่อมีหญิงงามถึงแปดคนเคลียคลอข้างพระวรกาย ก็เริ่มปล่อยวางราชการงานเมือง หันมาง่วนอยู่กับสุรานารี ว่ากันว่าเป็นเพราะเสพสำราญจนเกินขนาด ร่างกายสุดจะทานทนไว้

เพิ่งครองราชย์มาได้เพียงสิบวันเท่านั้น หมิงกวงจงก็ประชวรแล้ว ทรงมีอาการประชวรในวันที่ 10 เดือน 8 ทางจันทรคติ ขันทีชุยเหวินเซิง 崔文升 ปรุงยาให้เสวย แต่เมื่อเสวยไปแล้ว อาการกลับยิ่งกำเริบหนัก
หมิงกวงจงท้องเสียรุนแรง

ว่ากันว่า ถ่ายหนักทั้งคืนกว่า 30 ครั้ง จนหมดเรี่ยวแรงต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม

ขันทีชุยเหวินเซิงถูกจับกุมไปสอบสวน พวกขุนนางต่างเชื่อกันว่า เป็นเจิ้งกุ้ยเฟย (อีกแล้ว)
ที่บงการชุยเหวินเซิงจ่ายยาแบบนั้น

และแล้วจากการสอบสวนจึงค้นพบว่า ชุยเหวินเซิงแต่เดิมเคยเป็นขันทีรับใช้เจิ้งกุ้ยเฟย ต่อมาจึงถูกโยกย้ายมาถวายงานฮ่องเต้หมิงกวงจง ดังนั้นจึงน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เป็นแผนการสมคบคิดของเจิ้งกุ้ยเฟย
และชุยเหวินเซิง ทว่า ไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอจะมัดตัวคนร้ายได้ ชุยเหวินเซิงมีโทษเพียงแค่ถวายยาผิดพลาดให้เนรเทศไปหนานจิง ส่วนเจิ้งกุ้ยเฟย ก็ยังไม่มีหลักฐานใดสาวไปถึงตัวนางได้


ผู้กล้ายากฝ่าด่านหญิงงาม ที่มาของภาพ 

พระอาการของหมิงกวงจง ยิ่งมายิ่งย่ำแย่ ไม่มีหมอหลวงหรือหมอดีที่ไหนถวายการรักษาได้ จนกระทั่งมีขุนนางระดับล่างผู้หนึ่ง ที่มาพร้อมยาเม็ดสีแดง!

มันผู้นั้นชื่อ หลีเข่อจั๋ว 李可灼 มีข่าวว่าหลีเข่อจั๋วมี ยาวิเศษ 仙丹 ที่สามารถรักษาโรคร้ายได้ชะงัด
แต่กรมวังไม่วางใจ จึงไม่นำยาวิเศษสีแดงของหลีเข่อจั๋วขึ้นทูลเกล้าถวาย

เรื่องนี้เข้าถึงหูหมิงกวงจง ทรงพระประชวรหนักขนาดนั้น เหมือนคนใกล้จมน้ำ ฟางเส้นเดียวเข้ามาใกล้
ก็ต้องไขว่คว้าเอาไว้ รับสั่งให้ตามตัวหลีเข่อจั๋วเข้าเฝ้าถวายยาวิเศษสีแดง

ยาวิเศษสีแดง ก็คือยาที่นักพรตเต๋าปรุง ฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงหลายพระองค์ก่อนหน้าก็ถวิลหายาอายุวัฒนะแบบนี้มาบำรุงบำเรอเพื่อหวังความเป็นอมตะ ยาวิเศษสีแดงของหลีเข่อจั๋วนี้ก็เช่นเดียวกัน หลีเข่อจั๋วอวดอ้างว่าได้มาจากเซียนแห่งขุนเขาอู่ไถซาน หมิงกวงจงจึงไม่ฟังคำทัดทานของขุนนางกรมวัง แต่เชื่อหลีเข่อจั๋ว

หลังจากให้ขันทีลองยาแล้วไม่เป็นภัย จึงเสวยยาวิเศษสีแดงเม็ดนั้นลงไป

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพียงครึ่งชั่วยามพระอาการก็ดีขึ้น หมิงกวงจงถึงกับออกพระโอษฐ์เอ่ยชมหลีเข่อจั๋วว่าเป็น “ขุนนางผู้ภักดี 忠臣”


ยาของเซียน หรือ ยาของมัจจุราช ที่มาของภาพ 

เย็นวันนั้นเอง หมิงกวงจงก็เสวยยาวิเศษสีแดงไปอีกหนึ่งเม็ดแล้วจึงเสด็จเข้าที่พระบรรทม

เช้ามืดวันต่อมา วังหลวงที่กำลังเงียบสงบ ก็เกิดความโกลาหลขึ้น

ได้ยินแต่เสียงขันทีร้องด้วยความตื่นตะหนก

“ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว...ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว...ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว”

นั่นเป็นเช้ามืดวันที่ 1 เดือน 9 ทางจันทรคติ
หมิงกวงจงขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 1 เดือน 8
สวรรคตวันที่ 1 เดือน 9
หนึ่งเดือนเท่านั้นที่ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์มังกร

หลีเข่อจั๋วถูกโยนเข้ากรงขัง รอการสอบสวน

ณ เวลานั้น บ้านเมืองระส่ำระสาย ไม่ถึงสองเดือนดี ฮ่องเต้ถึงสองพระองค์ (ว่านลี่และหมิงกวงจง)
ล้วนสวรรคต ขุนนางแบ่งเป็นฝักฝ่าย ชิงลงมือได้ถือบังเหียน

ใครจะขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป

เกมแก่งแย่งอำนาจสำคัญกว่าการค้นหาสาเหตุการสวรรคตของฮ่องเต้

คดีดังคดีที่สาม กำลังจะก่อตัวขึ้น

ท่ามกลางความวุ่นวายของการสืบราชสมบัติ (ยังมีต่อ)