World Clvilization

คาถาและเครื่องรางป้องกันไข้มาลาเรียสมัยโรมัน

พูดถึงความเชื่อในสิ่งที่ใช้บำบัดโรคหรือช่วยให้พ้นจากภัยต่าง ๆ ด้วยคาถาอาคมหรือพลังเหนือธรรมชาติต่าง ๆ มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย แม้แต่คนโรมันก็ไม่พ้นจากเรื่องนี้ ทั้งเกิดกระแส “เห่อ” สวมเครื่องรางที่เชื่อว่าป้องกันโรคไข้จับสั่นหรือโรคมาลาเรียโดยมีองค์จักรพรรดิเป็นต้นแบบ

คนที่เคยดูหนังเกี่ยวกับพวกแม่มดพ่อมดมักได้ยินคาถา “โฮคัสโพคัส” “ชาแซม” และ “เพรสโต” กันมาบ้าง แน่นอน ยังมีอีกคาถาหนึ่งที่ต้องคุ้นหูกันอย่างมากแน่ ๆ นั่นคือ “abracadabra” ที่บางคนออกเสียงว่า
“อะบราคาดาบรา” (หรือออกเสียงคล้าย ๆ ‘แอ๊บบ้าคาแดบบร้า’ ก็มี) ซึ่งคาถาเหล่านี้เชื่อกันว่าเป็นวลีศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการร่ายมนต์หรือสร้างมายามิติขึ้นมา

ปัจจุบันคาถาเหล่านี้นิยมใช้ในหมู่นักแสดงมายากลเพื่อเรียกพลังวิเศษออกมาใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น การแปลงร่างหรือการเสกสิ่งของให้เปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม เป็นต้น นอกจากนี้ัยังพบในวัฒนธรรมร่วมสมัยอีกไม่น้อยที่มีการเสกคาถามาเกี่ยวข้องทั้งในหนังสือ ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์

ตัวอย่างเช่น คาถา “avada kedavra” (ออกเสียงว่า อะวาดา เคดาฟรา) ซึ่งเป็นคำสาปพิฆาตทำให้ตายในทันที ในนิยายเรื่องแฮรี พอร์ตเตอร์ ของ เจ.เค. โรวลิง นั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีความหมายเอาเสียเลย ที่จริงแล้วคาถา avada kedavra นี้ก็คือคาถา abracadabra ในพากย์ภาษาอารามาอิก (Aramaic ซึ่งเป็นภาษาตระกูลเซมิติกที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 3,000 ปีเป็นภาษากลางของบริเวณตะวันออกใกล้ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาษาอาหรับ นอกจากนี้ยังเป็นภาษาหลักของจักรวรรดิเปอร์เซีย บาบิโลเนียและอัสซีเรียแพร่กระจายไปจนถึงกรีซและอินเดีย) โดยที่คำทั้งสองนั้นมีความหมายเดียวกันคือ “ขอให้สิ่งนั้นจงพินาศ”
หรือ “ขอให้สิ่งที่กล่าวมานั้นจงบรรลุผล” นั่นเอง


ฉากการใช้คำสาปพิฆาต หรือ avada kedavra ที่มีลำแสงสีเขียว ในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ที่มาของภาพ 

ขณะที่คาถาที่คุ้นหูกันส่วนใหญ่อย่างคาถาโฮคัสโพคัส นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 คาถาเฮย์เพรสโตเป็นคาถาที่จอมขมังเวทย์ชาวอังกฤษนำมาเผยแพร่ในกลางศตวรรษที่ 18 และ
คาถาชาแซมเกิดขึ้นโดยนักแสดงมายากลในทศวรรษ 1940 ทว่า คาถา abracadabra นั้นมีใช้มาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว


จักรพรรดิการากัลลา (ครองราชย์ ค.ศ. 198-217) ที่มาของภาพ

แม้จะไม่ทราบกำเนิดที่แท้จริงของคาถานี้ แต่พบว่าปรากฏคาถานี้แบบเขียนครั้งแรกในต้นศตวรรษที่ 3
เมื่อเซเรนุส ซามโนนิคุส (Serenus Sammonicus) แพทย์หลลวงในจักรพรรดิการากัลลา (Caracalla) เขียนไว้ในตำราแพทย์ของเขาชื่อว่า ลิเบร์ เมดิคีนาลิส (Liber Medicinalis หรือ ตำราแพทย์) ทั้งนี้ในบทที่ 51 ซามโมนิคุสเขียนว่าผู้ป่วยจากไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย (malaria) ควรสวมเครื่องรางที่จารึกคาถา abracadabra จัดเข้ากันเป็นรูปสามเหลี่ยม (หรือจะเรียกว่า ‘ยันต์สามเหลี่ยม’ ก็พอได้) ไว้

เครื่องรางรูปสามเหลี่ยม หรือ “ยันต์” บรรจุอักษร abracadabra เรียงเข้าไว้ในรูปสามเหลี่ยมกลับหัว (หรือบางครั้งก็เป็นสามเหลี่ยมหัวตั้งปกติ แต่พบได้น้อยกว่า) เป็นสิ่งที่ซามโมนิคุสสนับสนุนให้สวมไว้เพื่อป้องกันไข้มาลาเรีย ที่มาของภาพ 



เครื่องราง abracadabra แบบสามเหลี่ยมหัวตั้ง ที่ทำขึ้นในปัจจุบัน ที่มาของภาพ

ไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรียเป็นหนึ่งในโรคโบราณอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานเขียนอธิบายไว้ในตำราแพทย์จีนโบราณราว 2700 ปีก่อนคริสต์ศักราช โรคนี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในหลายพื้นที่ของจักรวรรดิโรมัน และเนื่องจากผู้คนในเวลานั้นเชื่อว่าคาถาอาคมต่าง ๆ เป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์ จึงทำให้เครื่องรางที่จารึกคาถา abracadabra ถูกนำมาใช้ในการขจัดปัดเป่าโรคร้ายนี้ให้หายไป ถึงแม้ในความเป็นจริงแล้วเครื่องรางนี้มิได้มีสิ่งใดพิเศษไปกว่าเครื่องประดับทั่วไปเลยแม้แต่น้อย

ในความจริง องค์จักรพรรดิการากัลลานั้นเป็นบุคคลแรกที่สวมเครื่องราง abracadabra เลยด้วยซ้ำ
แม้พระองค์จะไม่เคยประชวรด้วยโรคมาลาเรียเลยก็ตาม เพราะพระองค์ทรงเชื่อว่าถ้อยคำในคาถาดังกล่าวนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของโรคสารพัดชนิด ตลอดจนคำสาปและการบาดเจ็บต่าง ๆ ให้แก่ผู้สวมใส่


เครื่องรางรูปไม้กางเขนจากศตวรรษที่ 6-7 มีข้อความจารึกคล้ายคำว่า abracadabra ที่มาของภาพ 

ไม่นานความเชื่อนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วจักรวรรดิโรมัน ผู้คนทุกชนชั้นต่างก็แสวงหาเครื่องราง abracadabra มาสวมใส่โดยหวังว่าเครื่องรางเล็ก ๆ นี้จะป้องกันพวกตนจากภัยร้ายต่าง ๆ ได้ แม้แต่จักรพรรดิเกธา (Geta) และจักรพรรดิเซเวรุส อาเล็กซันเดร์ (Severus Alexander) ซึ่งครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิ
การากัลลาก็เป็นมีซามโมนิคุสเป็นแพทย์หลวงและยึดถือธรรมเนียมเหนือธรรมชาติสืบต่อมา

แม้พ้นสมัยโรมันไปแล้ว คาถา abracadabra ก็ยังได้รับความนิยมและเชื่อถือต่อมาหลายยุคหลายสมัย กลายเป็นเครื่องหมายของสุขภาพและการป้องกันไปโดยปริยาย เมื่อเวลาผ่านไปคาถาดังกล่าวก็ผสมผสานเข้ากับจารีตพื้นเมืองในชาติยุโรปหลายชาติและถูกนำไปใช้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอนเมื่อศตวรรษที่ 17 ซึ่งกินเวลาอยู่นานถึง 18 เดือนระหว่าง ค.ศ. 1665 – 1666 มีคนเสียชีวิตไปกว่า 1แสนราย ผู้คนจำนวนมากในเวลานั้นเชื่อว่าเครื่องรางนี้จะป้องกันโรคระบาดเข้าสู่บ้านเรือนของตนได้ จึงพากันเขียนคำว่า abracadabra ไว้ที่ประตูบ้าน แน่นอน วิธีการนี้ใช้ไม่ได้ผล แต่สิ่งเดียวที่คาถา abracadabra ให้กับชาวกรุงลอนดอนนับพัน ๆ คนคือความหวังแม้เพียงน้อยนิดท่ามกลางช่วงเวลาที่ผู้คนทั้งชาติสิ้นหวัง นั่นเอง 


ในช่วงที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอน มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจนมีเกวียนขนศพไปฝังไม่เว้นแม้แต่เวลากลางคืน
ตามบ้านเรือนผู้คนมีการเขียนรูปไม้กางเขนและข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลเพื่อป้องกันสิ่งร้ายไม่ให้เข้าสู่บ้าน แน่นอน หนึ่งในนั้นเป็นวลี abracadabra ที่เชื่อว่าสามารถปัดเป่าโรคร้ายให้พ้นไปได้ ที่มาของภาพ


อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ทุกวันนี้คำว่า abracadabra กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกลหรือการแสดงเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ไปแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่แทบไม่รู้เลยว่าคำดังกล่าวมีความเป็นมาอันยาวนานซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพลังบำบัดรักษา การขับไล่สิ่งร้ายและพลังเหนือธรรมชาติ

น่าเสียดายที่ผู้คนที่ใช้เครื่องรางนั้น ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บหรือเหตุการณ์ที่ต้องการให้เครื่องรางช่วยปัดเป่าได้เลย อย่างน้อยก็ไม่มีหลักฐานกล่าวถึงกรณีเช่นนั้น ในทางกลับกัน ปัจจุบันนี้ทั้งเรารักษามาลาเรียและโรคระบาดได้ด้วยยารักษาโรคที่ไม่มีชนิดใดเกี่ยวข้องกับคาถาอาคมเลยแม้แต่น้อย กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในแง่วัฒนธรรมร่วมสมัย คาถา abracadabra ก็ยังคงมีบทบาทในฐานะสิ่งบรรเทาความทุกข์ใจหรือช่วยให้กำลังใจแก่ผู้มีความเชื่ออยู่เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาในอดีต


แหวนที่มีหัวแหวนเป็นแผ่นสามเหลี่ยมจารึกคาถา abracadabra ที่ทำขึ้นในปัจจุบัน สำหรับผู้มีความเชื่อนำไปใช้ ที่มาของภาพ 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Skemer, D. (2006) Binding words: Textual amulets in the Middle Ages. University Park, Pennsylvania:The Pennsylvania State University Press
https://www.thevintagenews.com/2018/08/03/abracadabra/
https://en.wiktionary.org/wiki/abracadabra
https://www.ancient-origins.net/history/abracadabra-power-spells-against-forces-evil-003305
http://blogs.discovermagazine.com/bodyhorrors/2015/01/26/abracadabra/#.W3BhZy2B1ok
https://www.huffingtonpost.com/entry/avada-kedavra-abracadabra-hocus-pocus_us_55f30ab5e4b077ca094ed68b