Oriental World

สามคดีดัง! สะเทือนบัลลังก์ปลายราชวงศ์หมิง

คดีที่ 1 คดีไม้พลอง!梃击案

ในสมัยปลายราชวงศ์หมิง ภายในพระราชวังต้องห้ามเกิดเรื่องราวพิศดารที่เกี่ยวพันกับชะตากรรมของประเทศถึง 3 เหตุการณ์ติดๆ กัน เรียกกันว่า…

“สามคดีใหญ่ปลายราชวงศ์ 明末三大案”

และทั้งสามคดีล้วนเกี่ยวข้องบุรุษผู้หนึ่ง...จูฉางลั่ว 朱常洛
จูฉางลั่วหาใช่คนธรรมดาสามัญ แต่เป็นถึงองค์ชายใหญ่ พระโอรสของจักรพรรดิว่านลี่ 万历
แห่งราชวงศ์หมิง แม้จะเป็นถึงองค์ชายใหญ่ แต่กว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรอจนพระชนมายุ 19 ปีจึงได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ


จูฉางลั่ว องค์ชายรัชทายาท เป้าหมายของการลอบสังหาร ที่มาของภาพ 

นั่นเป็นเพราะมารดาของจูฉางลั่วเป็นเพียงนางกำนัลในวังหลวง ข้างจักรพรรดิว่านลี่เองนั้นโปรดปราน
พระมเหสีเจิ้งกุ้ยเฟย 郑贵妃 มากกว่า จึงอยากจะแต่งตั้ง ฝูหวัง 福王 องค์ชายสามนาม จูฉางสวิน 朱常洵 ที่เกิดจากพระมเหสีเจิ้งขึ้นเป็นรัชทายาทแทน แต่เรื่องผิดธรรมเนียมเช่นนี้ถูกเหล่าขุนนางทูลคัดค้านเต็มที่
จนว่านลี่ไม่สามารถทำตามพระทัยตนเองได้ จำต้องตั้งองค์ชายใหญ่จูฉางลั่ว ที่ไม่ทรงโปรดปรานขึ้นเป็นองค์รัชทายาทตามโบราณราชประเพณี (ว่ากันว่าเรื่องนี้ทำให้ฮ่องเต้ว่านลี่ถึงกับไม่ออกว่าราชการพบปะขุนนางอีกเลยนับสิบๆ ปี)

แล้วคดีดังคดีแรกก็บังเกิดขึ้นที่ วังฉือชิ่งกง 慈庆宫 ขององค์รัชทายาทจูฉางลั่วผู้นี้นี่เอง

เดือนห้า รัชศกว่านลี่ ปีที่ 43 (ตรงกับ ค.ศ. 1615) มีชายผู้หนึ่งเดินถือไม้พลองขนาดใหญ่ ลักลอบเข้ามาในวังหลวง บุกเข้าไปจนถึงฉือชิ่งกง วังที่ประทับองค์รัชทายาท มีขันทีผู้หนึ่งมาพบเขา ชายผู้นั้นใช้ไม้พลองในมือฟาดขันทีผู้นั้นอย่างไม่ยั้ง เหล่าขันทีในวังรัชทายาทจูฉางลั่ว กรูกันเข้าไปจับตัวมือไม้พลองจอมโหดไว้ได้ แล้วส่งไปสอบสวน

ในการสอบสวนเบื้องต้น ทุกคนต่างคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นคนบ้าทำการไปโดยไร้สติ เพราะจะมีคนสติดีที่ไหน กล้าถือไม้พลองเดินดุ่ยๆ เข้าไปทุบตีผู้คนถึงหน้าวังฉือชิ่งกงขนาดนั้น แต่เมื่อสอบสวนอย่างจริงจัง คำสารภาพที่ได้ทำให้องค์รัชทายาทและผู้คนในวังต้องตกตะลึง

‘เพราะเป้าหมายของชายผู้นี้คือ ชีวิตขององค์รัชทายาท’

ชายที่คนคิดว่าบ้าผู้นี้ มีนามว่า จางไช 张差 เขาหาใช่คนบ้า แต่คือมือสังหารที่ถูกจ้างวานมาให้ปลงพระชนม์องค์รัชทายาท

จางไชให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากขันทีวังหลวงสองคน หนึ่งคือ ผังเป่า 庞保 สองคือ
หลิวเฉิง 刘成 โดยทั้งสองลอบพาตัวจางไชเข้าพระราชวังต้องห้าม บอกทางไปสู่ฉือชิ่งกง แล้วสั่งให้ลอบปลงพระชนม์จูฉางลั่ว


พระมเหสีเจิ้ง เจิ้งกุ้ยเฟยผู้ต้องสงสัยเป็นคนบงการแผนสังหารรัชทายาท ที่มาของภาพ 

ผังเป่าและหลิวเฉิงล้วนเป็นขันทีในตำหนักเจิ้งกุ้ยเฟย สายตาทุกคู่จึงพุ่งเป้ามาที่นางหรือเป็นเจิ้งกุ้ยเฟยบงการให้สังหารจูฉางลั่ว เพื่อให้โอรสของตัวเองขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทน!

ข้างเจิ้งกุ้ยเฟยเมื่อเห็นไฟใกล้ลามมาถึงตัว ก็รุดไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิว่านลี่ ร้องห่มร้องไห้ขอความเป็นธรรมว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เรื่องมาถึงขั้นนี้ ว่านลี่ ฮ่องเต้ที่ไม่ออกว่าราชการมานับสิบๆ ปีก็ต้องออกโรงเรียกประชุมเหล่าขุนนางที่
วังฉือชิ่งกงขององค์รัชทายาท เมื่ออยู่กันพร้อมหน้า ว่านลี่ก็เปิดฉากตำหนิเหล่าขุนนางว่า

“ทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ คดีนี้แพร่งพรายออกไปจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งแผ่นดิน ไม่เป็นผลดีต่อ
ราชสำนัก ภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างพวกข้าพ่อ-ลูกก็ย่ำแย่ เรื่องนี้ให้ยุติแค่ลงโทษ จางไช ผังเป่า
หลิวเฉิง ก็พอเถิด”


บรรดาขุนนางดูจะไม่พอใจเท่าไรนัก เพราะเรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนว่า เจิ้งกุ้ยเฟยและฝูหวัง จูฉางสวินน่าจะอยู่เบื้องหลัง การลงโทษเพียงจางไช ผังเป่าและหลิวเฉิง ก็เหมือนตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการ

จูฉางลั่วเห็นบรรยากาศตึงเครียดระหว่างจักรพรรดิว่านลี่และขุนนาง เขาก็จำต้องกล่าวขึ้นกลางที่ประชุมว่า

เรื่องนี้เป็นจางไชใส่ร้ายผังเป่าและหลิวเฉิง ลงโทษจางไชผู้เดียวก็เพียงพอ อย่าให้เดือดร้อนผู้อื่นเลย”

เมื่อจูฉางลั่วที่ถือเป็นเจ้าทุกข์ เป้าหมายของการลอบสังหาร ยอมยุติเพียงเท่านี้ ขุนนางทั้งหลายก็จนปัญญาจะทัดทานต่อ

วันที่ 29 เดือนห้า ค.ศ. 1915 จางไชถูกประหารชีวิต ว่ากันว่าก่อนจะถูกประหาร จางไชยังตะโกน
ลั่นลานประหารว่า “ไม่เป็นธรรม”

ส่วนผังเป่า หลิวเฉิง สองขันทีนั้นไม่ยอมรับสารภาพใดๆ ทั้งสิ้น แต่อีกสิบวันต่อมาก็ตายอย่างเป็นปริศนาในวังนั่นเอง

คดีนี้ถูกปิดลงแล้ว แต่ “จอมบงการ” ที่อยู่เบื้องหลังยังไม่ถูกกระชากหน้ากาก

รัชทายาทจูฉางลั่วแม้จะรอดพ้นแผนสังหารครั้งนี้ แต่อีกห้าปีข้างหน้าโชคจะไม่อยู่ข้างเขาอีกต่อไป และนั่นจะทำให้เกิดคดีดังคดีที่สอง ที่ทำให้จูฉางลั่วกลายเป็น

“ฮ่องเต้เดือนเดียว 一 月皇帝”
(โปรดติดตามตอนต่อไป)