World Clvilization

เปิดตำนานเรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู

ครั้งก่อน เคยได้เกริ่นถึงเรื่องของแม่น้ำไนล์และโมเดลเรือในอียิปต์โบราณกันไปแล้ว และในครั้งนั้นได้กล่าวถึงโมเดลเรือขนาดยักษ์ของฟาโรห์คูฟูเอาไว้ด้วย คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับเรือสุริยะที่ฟาโรห์เจ้าของมหาพีระมิดองค์ใหญ่ที่สุดแห่งกิซ่าได้ฝังเอาไว้เคียงข้างมหาพีระมิดของพระองค์กันบ้างดีกว่า เรือลำนี้พิเศษกว่าโมเดลเรือลำเล็กๆ ที่เคยกล่าวถึงไปในครั้งก่อนแน่นอน เพราะมันมีขนาดใหญ่พอๆ กับเรือของจริงที่ชาวไอยคุปต์เคยใช้ล่องแม่น้ำไนล์เมื่อในอดีตเลยน่ะสิ!


หนึ่งในหลุมเรือด้านข้างมหาพีระมิดของฟาโรห์คูฟู หลุมนี้ไม่มีเรือฝังเอาไว้ ที่มาของภาพ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ฟาโรห์คูฟู (Khufu) เจ้าของมหาพีระมิดแห่งกิซ่า (Giza) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันได้บัญชาให้สถาปนิกนามเฮมอน (Hemon) ช่วยออกแบบสุสานที่พำนักหลังความตายให้กับพระองค์ และผลงานชิ้นโบแดงของเฮมอนที่ปรากฏออกมาสู่สายตาของพวกเราก็คือ มหาพีระมิดแห่งกิซ่า (Great Pyramid of Giza) ที่มีความสูงร่วม 147 เมตร ขนาดฐานกว้างยาวด้านละ 230 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์ที่สูงที่สุดในขณะนั้นเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นนักอียิปต์วิทยายังค้นพบกับ “หลุมเรือ” (Boat Pit) จำนวน 5 หลุม ปรากฏอยู่เรียงรายเคียงข้างองค์พีระมิด และเจ้าหลุมเรือที่ว่านี้เองที่กำลังจะนำพาพวกเราเดินทางเข้าไปหาพระเอกตัวจริงในครั้งนี้
นั่นก็คือ “เรือสุริยะ” ของฟาโรห์คูฟู

ถึงแม้ว่าจะมีหลุมเรือมากถึง 5 หลุม แต่ 3 หลุมทางด้านทิศตะวันออกขององค์พีระมิดกลับไม่มีหลักฐานของเรือใดๆ ฝังอยู่ ทว่าหลุมทางด้านทิศใต้อีก 2 หลุมกลับทำให้นักอียิปต์วิทยาต้องทึ่ง เพราะว่าภายในหลุมนั้นมีแผ่นไม้จำนวนมากที่คาดว่าน่าจะเป็น “เรือ” โบราณที่ถูกแยกส่วนฝังเอาไว้นั่นเอง!

หลุมเรือฝั่งทิศตะวันออกของฟาโรห์คูฟูเคยมีจิ๊กซอว์สามมิติของเรือขนาดความยาว43เมตรฝังอยู่ ที่มาของภาพ

การค้นพบครั้งสำคัญในหลุมเรือทางด้านทิศใต้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1954 เมื่อสถาปนิกและนักโบราณคดี
ชาวอียิปต์นามว่าคามัล เอล-มัลลัค (Kamal el-Mallakh) ได้ค้นพบหลุมทางด้านทิศใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งมี
ก้อนหินปูนหนักร่วม 20 ตัน จำนวน 41 ก้อนวางเรียงตัวกันปิดหลุมเอาไว้ คามัลพยายามเบียดตัวลงไประหว่างช่องหินที่กว้างที่สุดที่เขาสามารถลงไปได้ แล้วก็ได้กลิ่นคุ้นจมูกของบางสิ่งที่เขาแทบจะตระหนักรู้ในทันทีว่ามันคือกลิ่นของไม้สนซีดาร์ (Cedar) จากเลบานอน นั่นหมายความว่า เขากำลังเข้าใกล้สิ่งมหัศจรรย์ที่ซุกซ่อนอยู่ในหลุมแห่งนี้เข้าไปทุกที แต่เนื่องด้วยภายในหลุมนั้นมืดมิด เขาสัมผัสได้เพียงแค่กลิ่นของไม้สนซีดาร์ แต่ไม่อาจมองเห็นอะไรทั้งสิ้น คามัลจึงขอให้เพื่อนร่วมทีมช่วยส่งกระจกลงไปให้ ก่อนที่จะพยายามหมุนตัวเพื่อหาช่องให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามากระทบกับกระจก เพื่อขับไล่ความมืดภายในห้อง เมื่อแสงสุริยาได้มุมตกกระทบเข้ากับกระจกที่คามัลถือเอาไว้ ความตื่นเต้น ตื้นตัน เกินคำบรรยายก็ได้บังเกิดขึ้นกับคามัล ไม่ต่างจากที่โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) เคยพบเจอมาก่อนเมื่อปี ค.ศ. 1922 หลังจากที่เขาค้นพบสุสานของยุวกษัตริย์ตุตันคาเมน (Tutankhamun) อันโด่งดัง


ภาพขณะที่ทีมงานของอาห์เหม็ด ยูสเซฟ มุสตาฟากำลังประกอบจิ๊กซอว์เรือสุริยะขนาดยักษ์ ที่มาของภาพ

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของคามัลคือไม้พาย (Oar) ขนาดยักษ์ พร้อมด้วยแผ่นไม้อีกจำนวนมาก ไม่ต้องสงสัยเลย คามัลค้นพบเรือโบราณอายุร่วม 4,600 ปีข้างมหาพีระมิดของฟาโรห์คูฟูเข้าให้แล้ว!

หลังจากทำการยกก้อนหินหนักทั้งหมดออกไปด้วยความยากลำบาก ก็เผยให้เห็นซากเรือโบราณที่ถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น 1,224 ชิ้น ซึ่งรวมทั้งเชือกและเครื่องมือต่างๆ ที่ทำจากหินเหล็กไฟด้วย ส่วนของหัวเรือทรงกอปาปิรัสได้รับการจัดวางเอาไว้ทางด้านทิศตะวันตกของหลุม แผ่นไม้ส่วนใหญ่ที่ค้นพบในหลุมเรือแห่งนี้ได้รับการเชื่อมต่อบางส่วนเอาไว้ด้วยกันแล้วด้วยเชือก นอกจากนั้นก็ยังพบชิ้นส่วนของไม้พายชิ้นยักษ์ทำจากไม้ท่อนเดียว ยาวร่วม 8.5 เมตร อีกหนึ่งโหล ประตูอีก 5 บาน นับได้ว่าชิ้นส่วนที่ค้นพบในหลุมเรือแห่งนี้มีตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ เพียงแค่ 10 เซนติเมตร ไปจนถึงแผ่นไม้ความยาว 23 เมตรเลยทีเดียว เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วก็พบว่าชิ้นส่วนเหล่านี้น่าจะเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์สามมิติขนาดยักษ์ของเรือโบราณ ดังนั้นทีมขุดค้นจึงเริ่มวางแผนที่จะประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกันอีกครั้ง เพื่อหวังที่จะคืนชีพเรือสุริยะลำนี้ให้จงได้


เรือสุริยะของฟาโรห์คูฟูหลังจากประกอบแล้วมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับเรือที่เคยใช้งานจริงในอดีต ที่มาของภาพ

งานประกอบจิ๊กซอว์สามมิติอันแสนยากลำบากนี้ได้ตกเป็นของหัวหน้าผู้ควบคุมงานนามว่า อาห์เหม็ด
ยูสเซฟ มุสตาฟา (Ahmed Youssef Mustafa) แต่งานนี้ก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก เพราะชาวไอยคุปต์ได้ช่วยอาห์เหม็ดเอาไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ด้วยการเขียนกำกับเอาไว้บนแผ่นไม้แต่ละส่วนว่าชิ้นไหนเป็นส่วนหัวเรือ ท้ายเรือ กลางเรือหรือกราบเรือ แต่ถึงอย่างนั้นอาห์เหม็ดก็ต้องทุ่มเทเวลาในการประกอบเรือลำนี้ถึง 14 ปี สุดท้ายในปี ค.ศ. 1968 จิ๊กซอว์สามมิติก็สำเร็จเป็นเรือขนาดยักษ์ ระวางขับน้ำ 45 ตัน ที่มีขนาดความยาวร่วม 43 เมตร กว้างเกือบ 6 เมตร ถือได้ว่าเรือมีความยาวมากกว่าหลุมที่มันถูกฝังเอาไว้เสียอีกแน่ะ

นักอียิปต์วิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพีระมิดนามว่า “มาร์ค เลห์เนอร์” (Mark Lehner) เสนอว่าเรือสุริยะลำนี้
น่าจะสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่นำพาฟาโรห์คูฟูเดินทางไปยังโลกหน้า และอาจจะเคยใช้ในการขนส่งพระศพของฟาโรห์คูฟูมายังมหาพีระมิดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าเรือลำนี้จะเคยถูกปล่อยลงน้ำจริงแท้แค่ไหน ตอนนี้นักอียิปต์วิทยามีเพียงแค่สมมติฐานเท่านั้น


ส่วนหนึ่งของชิ้นส่วนเรือสุริยะลำที่สองของฟาโรห์คูฟูในหลุมเรือด้านทิศใต้ฝั่งตะวันตก ที่ถูกขนย้ายไปทำการบูรณะก่อนที่จะประกอบขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ที่มาของภาพ

นอกจากหลุมทางใต้ฝั่งตะวันออกที่บรรจุจิ๊กซอว์สามมิติขนาดยักษ์แล้ว หลุมเรือทางทิศใต้อีกหลุมหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกที่เคยถูกสำรวจคร่าวๆ เมื่อปี ค.ศ. 1987 ก็น่าสนใจเช่นกัน การขุดสำรวจหลุมเรือแห่งที่สองเริ่มต้นโดย ดร. ซาฮี ฮาวาสส์ (Dr. Zahi Hawass) นักอียิปต์วิทยาชื่อดังเมื่อปี ค.ศ. 2008 มีการเคลื่อนย้ายก้อนหินหนักร่วม 16 ตันจำนวน 41 ก้อนออกจากปากหลุมเรือ จากการสำรวจพบว่าหลุมเรือแห่งที่สองนี้มีแผ่นไม้บรรจุอยู่ราว 700 ชิ้น นั่นหมายความว่าเมื่อประกอบจิ๊กซอว์เรือสามมิติลำที่สองเสร็จแล้วน่าจะเล็กกว่าเรือจากหลุมแรกที่ประกอบโดยอาเหม็ดเมื่อปี ค.ศ. 1968 ไม่แน่ว่าชาวไอยคุปต์อาจจะตั้งใจให้เรือทั้งสองลำนี้เป็นเรือพี่เรือน้องกันก็เป็นได้


ทีมนักอียิปต์วิทยาและนักวิทยาศาสตร์กำลังขนย้ายแผ่นไม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรือสุริยะลำที่สองออกจากหลุมเรือด้วยความระมัดระวัง ที่มาของภาพ

ปัจจุบัน นักอียิปต์วิทยากับทีมนักวิทยาศาสตร์จากอียิปต์และญี่ปุ่นกำลังขะมักเขม้นกับการบูรณะเรือสุริยะลำที่สองของฟาโรห์คูฟู แผ่นไม้จำนวนมากถูกส่งออกไปทำการวิเคราะห์ โดยเฉพาะกระดูกงูของเรือที่มีความยาวถึง 26 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดก็ถูกนำไปวิเคราะห์และบูรณะจากทีมนักวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน คาดว่าน่าจะบูรณะเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2020 หลังจากนั้นก็จะทำการประกอบในพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum แห่งใหม่ใกล้กับมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ซึ่งก็น่าจะใช้เวลาอีกราว
5 ถึง 6 ปี และหลังจากนั้นนักท่องเที่ยวก็น่าจะได้เห็นเรือสุริยะทั้งสองลำจัดแสดงไว้อย่างสง่างาม


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ: Cheops’s Solar Boat โดย Farid Atiya
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/greatpyramid5.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/solar.htm
Website: https://www.thevintagenews.com/2017/04/06/the-khufu-ship-of-ancient-egypt-is-one-of-the-oldest-largest-and-best-preserved-vessels-from-antiquity
Website: https://www.reuters.com/article/us-egypt-archaeology/egypt-unearths-part-of-ancient-king-khufus-boat-idUSKBN1702KE
Website: http://www.egyptorigins.org/boats.htm