World Clvilization

10 สุดยอดผลงานชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ไคโร (ตอนจบ)

มาดูสุดยอดผลงานชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ไคโร 5 ชิ้นที่เหลือกันต่อเลย


รูปสลักของคนแคระชื่อ เซเนบ การจัดวางให้ลูกๆ ทั้งสองของเขาอยู่บริเวณขาเป็นการสร้างความสมดุลให้กับรูปสลัก ที่มาของภาพ

6. รูปสลักคนแคระเซเนบกับครอบครัว (Dwarf Seneb) รหัส JE51280 ขนาดสูง 34 เซนติเมตร สลักจากหินปูน ค้นพบที่นครกิซ่า (Giza) สมัยราชวงศ์ที่ 4 ถึง 6 รูปสลักชิ้นนี้ทำให้เรารู้ว่าดินแดนอียิปต์โบราณก็มีคนแคระเหมือนกันนะ แถมทำให้เราจินตนาการถึงบทบาทหน้าที่และฐานะในสังคมของคนแคระในสังคมไอยคุปต์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เราทราบจากอักขระที่จารึกอยู่บนรูปสลักว่าคนแคระเซเนบคนนี้ทำงานในพระราชวังหลวงในหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับห้องเก็บฉลองพระองค์ขององค์ฟาโรห์ นั่นหมายความว่าเซเนบเป็นคนมีฐานะ เพราะมีบันทึกเอาไว้ว่าเขามีวัวอยู่ในครอบครองหลายพันตัวเลยทีเดียว รูปสลักชิ้นนี้แสดงรูปแบบที่งดงามของศิลปะไอยคุปต์ เซเนบในร่างของคนแคระนั่งขัดสมาธิอยู่ทางด้านหนึ่งโดยที่ภรรยาของเขานั่งอยู่เคียงข้าง เบื้องล่างรูปสลักของเซเนบมีเด็กน้อยสองคนหญิงชายที่เปลือยกายและแตะนิ้วชี้ไปที่ปาก เด็กน้อยสองคนกำลังทำหน้าที่สร้างความสมมาตรให้กับรูปสลักประหนึ่งเป็นขาของเซเนบ ซึ่งสมดุลพอดีกับขาของภรรยาของเขาที่ห้อยลงมา แสดงให้เห็นว่าชาวไอยคุปต์ก็เป็นศิลปินที่หลงใหลในความสมมาตรตัวยงเลยทีเดียว


ฟาโรห์คูฟูเจ้าของมหาพีระมิดแห่งกิซ่าองค์มหึมามีหลักฐานหลงเหลือเอาไว้เพียงแค่รูปสลักขนาดจิ๋วเท่านั้น ที่มาของภาพ

7. รูปสลักงาช้างของฟาโรห์คูฟู (Khufu) รหัส JE36143 ขนาดความสูง 7.5 เซนติเมตร สลักจากงาช้าง ค้นพบที่นครอไบดอส (Abydos) สมัยราชวงศ์ที่ 4 หรืออาจจะ 26 หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมรูปสลักชิ้นนี้ถึงถูกระบุว่าอาจจะมีอายุในช่วงราชวงศ์ที่ 4 หรือ 26 ก็ได้ มันต่างกันเป็นพันๆ เลยไม่ใช่หรือ
ต้องบอกก่อนว่า ข้อมูลนี้ไม่ได้ผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะคนที่เสนอแนวคิดนี้ขึ้นมาก็คือ ดร.ซาฮี ฮาวาสส์ (Dr. Zahi Hawass) นักอียิปต์วิทยาชื่อดังนั่นเอง เขาเชื่อว่ารูปสลักชิ้นนี้น่าจะเป็นของใหม่จากสมัยราชวงศ์ที่ 26 ที่สลักเลียนแบบขึ้นมาจากของเดิมในช่วงราชวงศ์ที่ 4 มากกว่า แต่ก็แน่นอนว่ามันยังเป็นเพียงแค่สมมติฐานเท่านั้น รูปสลักทำจากงาช้างชิ้นนี้ค้นพบในนครอไบดอสโดยฟลินเดอรส์ เพทรี (Flinders Petrie) เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1903 แสดงภาพฟาโรห์คูฟูสวมมงกุฎแดงแห่งอียิปต์ล่าง มือข้างขวาถือไม้นวดข้าวอันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจในการควบคุมดูแลประชากรของพระองค์ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ไม่น้อยที่ฟาโรห์ผู้รังสรรค์มหาพีระมิดองค์ใหญ่ที่สุดในอียิปต์โบราณที่มีความสูงร่วม 147 เมตรจะมีเพียงแค่รูปสลักงาช้างขนาดความสูงเพียงแค่ 7.5 เซนติเมตรรูปนี้เท่านั้นเอง เพราะถ้ากล่าวถึงรูปสลักของฟาโรห์คูฟูแล้วละก็ ต้องบอกว่าที่นักอียิปต์วิทยาค้นพบแล้วก็มีเพียงแค่รูปสลักขนาดจิ๋วรูปนี้เท่านั้นเอง


รูปสลักของฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุตหรือ “ราชินีมีเครา” แห่งไอยคุปต์ ที่มาของภาพ

8. รูปสลักศีรษะของราชินีมีเคราฮัตเชปซุต (Hatshepsut) รหัส JE56259 และ JE56262 สลักจากหินปูน ขนาดความสูง 61 เซนติเมตร กว้าง 55 เซนติเมตร ค้นพบที่นครเดียร์ เอล-บาฮารีย์ (Deir el-Bahari) สมัยราชวงศ์ที่ 18

เชื่อว่าสาวกคนรักอียิปต์โบราณ น่าจะรู้จักราชินีมีเครา “ฮัตเชปซุต” กันเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้เป็นฟาโรห์หญิงเพียงหนึ่งเดียวของไอยคุปต์ แต่ก็ต้องถือว่านางคือสุดยอดฟาโรห์หญิงนักบริหารคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณเลยทีเดียว รูปสลักชิ้นนี้ค้นพบจากลานชั้นที่สามของวิหารประกอบพิธีศพของพระนางที่เดียร์ เอล-บาฮารีย์ ใบหน้าของนางดูเป็นอิสตรี แต่มีผิวสีออกน้ำตาลเข้มดั่งบุรุษ บนศีรษะของนางสวมมงกุฎแดงแห่งอียิปต์ล่าง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ส่วนบนของมงกุฎได้แตกหักออกไปแล้ว จึงยากที่จะจินตนาการว่าแท้ที่จริงแล้วมงกุฎที่สวมอยู่นั้นเป็นเพียงแค่มงกุฎแดงหรือเป็นมงกุฎผสมของทั้งสองแผ่นดินกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากรูปสลักชิ้นนี้ก็คือเคราปลอมที่ติดอยู่ที่คางของนางซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฟาโรห์ที่ทำให้ฮัตเชปซุตได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ราชินีมีเครา” นั่นเอง


โลงศพทองคำชั้นในสุดของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนทำจากทองคำแท้น้ำหนักร่วม 110 กิโลกรัม ที่มาของภาพ

9. โลงศพทองคำชั้นในสุดของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamun) รหัส JE60671 ทำจากทองคำแท้ ความยาวประมาณ 187.5 เซนติเมตร จากสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมนในหุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) สมัยราชวงศ์ที่ 18 ผลงานชิ้นโบแดงลำดับรองสุดท้ายที่ถือว่าพลาดไม่ได้ก็คือโลงศพทองคำแท้ชั้นที่สาม ซึ่งก็คือชั้นในสุดของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน นักอียิปต์วิทยาพบว่าพระศพของพระองค์ได้รับการบรรจุเอาไว้ในโลงศพหลากหลายชั้นที่วางเรียงซ้อนกันอยู่ในโลงพระศพหิน (Sarcophagus) ซึ่งโลงชั้นแรกและชั้นที่สองนั้นเป็นเพียงแค่โลงไม้ฉาบด้วยทองคำ แต่โลงชั้นในสุดของพระองค์ทำจากทองคำแท้ น้ำหนักมากกว่า 110 กิโลกรัม ตัวโลงศพสลักเป็นรูปแบบคล้ายมนุษย์ในท่าไขว้แขนทั้งสองข้างเอาไว้ที่หน้าอกพร้อมถือตะขอและแส้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ บริเวณศีรษะของโลงศพสวมเนเมสประดับด้วยงูเห่าและนกแร้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง บริเวณขาของมัมมี่มีภาพสลักของเทพีไอซิส (Isis) และเนปทิส (Nephthys) คอยกางปีกปกป้องคุ้มครองให้ฟาโรห์ตุตันคาเมนเดินทางไปยังโลกหน้าได้อย่างปลอดภัย


ผลงานชิ้นโบแดงอันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ไคโรคือหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่สลักจากทองคำแท้น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ที่มาของภาพ

10. หน้ากากทองคำของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน รหัส JE60672 ทำจากทองคำแท้และอัญมณีหินสีหลากหลายชนิด ขนาดความสูง 54 เซนติเมตร จากสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมนในหุบผากษัตริย์ แน่นอนว่าโบราณวัตถุชิ้นที่น่าสนใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์ไคโรที่ทุกท่านต้องการเข้าไปเยี่ยมชมมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “หน้ากากทองคำ” น้ำหนักร่วม 11 กิโลกรัมของฟาโรห์ตุตันคาเมนนั่นเอง หน้ากากทองคำชิ้นนี้ครอบอยู่บนมัมมี่ของยุวฟาโรห์เพื่อป้องกันใบหน้า ไหล่และลำตัวส่วนบนของพระองค์ ด้านบนหน้ากากประดับลวดลายสวยงามด้วยหินลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) สีน้ำเงิน บนศีรษะประดับเนเมสพร้อมสัญลักษณ์งูเห่าและ
นกแร้งคล้ายคลึงกับที่ปรากฏบนโลงพระศพทองคำ พระองค์สวมเคราปลอมพร้อมด้วยเครื่องประดับคอสีสันงดงามที่ทำจากหินสีหลากหลายชนิดทั้งคาเนเลียน ควอตซ์ ออบซิเดียนและเทอร์ควอยซ์ ด้านหลังหน้ากากประดับอักขระอียิปต์โบราณจากคัมภีร์มรณะที่กล่าวถึงการปกป้องคุ้มครองอวัยวะต่างๆ ของฟาโรห์โดยเหล่าเทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณ ปัจจุบันหน้ากากทองคำได้รับการเก็บรักษาเอาไว้ในตู้กระจกอย่างดี และเชื่อได้เลยว่าใครก็ตามที่ได้เห็นหน้ากากทองคำของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนจะต้องตกตะลึงกับความสามารถของช่างฝีมือชาวอียิปต์โบราณเมื่อ 3,300 ปีก่อนอย่างแน่นอน

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ไคโร มีโบราณวัตถุจัดแสดงอยู่เต็มบริเวณ ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ: Inside the Egyptian Museum โดย Zahi Hawass
หนังสือ: The Illustrated Guide to the Egyptian Museum in Cairo โดย Alessandro Bongioanni และ Maria Sole Croce
Website: http://www.globalegyptianmuseum.org/detail.aspx?id=14891
Website: http://www.touregypt.net/egyptmuseum/egyptian_
museumk1.htm

Website: http://www.globalegyptianmuseum.org/record.aspx?id=14991
Website: http://www.globalegyptianmuseum.org/record.aspx?id=15064
Website: http://www.globalegyptianmuseum.org/detail.aspx?id=15062