Oriental World

พบแล้ว! กะโหลกชายเคราะห์ร้ายแห่งปอมเปอี

นักโบราณคดีพบกะโหลกศีรษะ “ชายเคราะห์ร้ายที่สุดในปอมเปอี” ในสภาพสมบูรณ์พร้อมฟันเต็มปาก แต่เรื่องราวการตายกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน

จากบทความที่เคยเสนอไปคราวก่อนเกี่ยวกับการพบโครงกระดูกชายเคราะห์ร้ายที่เมืองปอมเปอีโบราณในสภาพนอนอยู่บนพื้น ตำแหน่งที่เคยเป็นศีรษะมีหินก้อนใหญ่น้ำหนัก 600 ปอนด์ (ราว 272 กิโลกรัม)
ทับอยู่ ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าศีรษะยังอยู่ใต้หินก้อนนั้น ขณะเดียวกัน เมื่อข่าวดังกล่าวแพร่ไปในโลกสังคมออนไลน์ ก็ปรากฏว่ามีการตั้งชื่อโครงกระดูกที่ค้นพบว่า “ชายเคราะห์ร้ายที่สุดในปอมเปอี” อีกด้วย


สภาพร่างกายท่อนล่างของ “ชายผู้เคราะห์ร้ายที่สุดในปอมเปอี” ที่นักโบราณคดีพบ ที่มาของภาพ

ก่อนหน้านี้คณะนักโบราณคดีที่ขุดสำรวจรายงานว่ากลุ่มเถ้าภูเขาไฟทำให้วงกบประตูล้มลงมาทับและตัดศีรษะชายคนนั้นออกจากร่าง แต่จากการขุดสำรวจเพิ่มเติมทำให้พบกะโหลกศีรษะชายคนดังกล่าวในสภาพสมบูรณ์ ปากที่เปิดอ้าออกเผยให้เห็นว่าฟันที่ยังอยู่ครบถ้วน แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกวงกบประตูล้มทับแต่อย่างไร

ขณะที่กะโหลก ลำตัวส่วนบนและแขนซึ่งพบอยู่ต่ำลงไปจากส่วนที่เหลือของร่างกายและหินก้อนมหึมาถึง
3 ฟุต นักวิชาการยืนยันว่ากระดูกที่พบนั้นเป็นของบุคคลเดียวกันเพราะมีความใกล้เคียงกับกระดูกชิ้นอื่น ๆ และเพราะกระดูกทั้งสองส่วนจับคู่เข้ากันได้พอดี


นักโบราณคดีกำลังทำความสะอาดกะโหลกศีรษะที่อยู่ลึกลงไปกว่าร่างกายท่อนล่างถึง 3 ฟุต ที่มาของภาพ

กะโหลกและกระดูกจากร่างกายท่อนบนที่นักโบราณคดีกำลังทำความสะอาดและรวบรวมเพื่อนำไปศึกษา ที่มาของภาพ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา นักโบราณจากอุทยานโบราณคดีปอมเปอีแถลงข่าวว่า “ความหมายของเหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ไม่ได้เกิดจากก้อนหินหล่นมาทับศีรษะ” ดร.มาซซิโม โอซานนา ผู้อำนวยการแหล่งขุดค้นดังกล่าว “สมมติฐานใหม่ของเราคือ เขาเสียชีวิตจากอาการขาดอากาศหายใจจากกรวดและ
เถ้าภูเขาไฟ”

คณะนักสำรวจระบุว่าชายคนดังกล่าวมีอายุราว 35 ปีและเป็นคนพิการซึ่งอาจเป็นผลให้เขาเคลื่อนไหวได้ช้าและตกเป็นเหยื่อของก๊าซพิษและเถ้าถ่านจากภูเขาไฟที่ประทุขึ้นในเวลานั้น เขาเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้าย 2,000 รายที่เสียชีวิตจากการระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อ ค.ศ. 79 ซึ่งคนส่วนใหญ่เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนที่มาพร้อมกับเถ้าภูเขาไฟหรือเสียชีวิตเพราะอาการขาดอากาศหายใจ

นอกจากนี้ในการขุดค้นยังพบว่าร่างของชายคนดังกล่าวมีถุงเล็ก ๆ บรรจุกุญแจเหล็ก เหรียญเงินราว
20 เหรียญและเหรียญสัมฤทธิ์อีก 2 เหรียญ

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าร่างกายท่อนบนของชายคนดังกล่าวแยกออกจากท่อนล่างระหว่าง ค.ศ. 1748 – 1815 ในขณะที่เมืองเนเปิลอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์บูร์บองแห่งฝรั่งเศส เนื่องจากนักโบราณคดีในช่วงเวลาดังกล่าวได้ขุดอุโมงค์เข้าไปในเถ้าภูเขาไฟที่ทับถมกันอยู่ และเป็นไปได้ว่าในเวลาต่อมาอุโมงค์ที่ขุดลอดไปใต้ตำแหน่งโครงกระดูกดังกล่าวพังลงจนเป็นเหตุให้ศีรษะและร่างกายท่อนบนแยกออกอย่างที่พบในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม คณะนักโบราณคดียังไม่มั่นใจว่าหินก้อนใหญ่หล่นลงมาทับร่างชายคนนั้นเมื่อไร สมมติฐานหนึ่งที่คณะขุดค้นเสนอคือ ขณะที่ชายเคราะห์ร้ายหายใจไม่ออกหรือเสียชีวิตลงแล้ว เขาอยู่ในหรืออยู่ใกล้อาคารดังกล่าว เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นทำให้ผนังและก้อนหินขนาดใหญ่พังลงมาทับร่างไร้ลมหายใจของเขาในเวลาเดียวกันหรืออาจเป็นหลังจากนั้น


โปรดสังเกตว่าฟันที่อยู่ครบถ้วนและกะโหลกของ“ชายเคราะห์ร้ายที่สุดในปอมเปอี” ไม่มีการแตกหักหรือบุบสลายจากก้อนหินขนาดใหญ่ที่เคยเชื่อกันว่าหล่นลงมาทับจนชายคนดังกล่าวเสียชีวิตเลย รอยแตกที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากสาเหตุอื่น และทำให้สมมติฐานข้างต้นมีน้ำหนักน้อยลง ที่มาของภาพ 

“สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจคือกะโหลกของชายคนนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่มีการบุบสลายจากก้อนหินเลย” ผู้อำนวยการแหล่งขุดค้นกล่าว “ขณะนี้เรามีโครงกระดูกสมบูรณแล้วซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้อีกมาก” แม้จะมีรอยแตกอยู่บนกะโหลกบ้างแต่ ดร.โอซานนาและคณะนักโบราณคดีก็วางแผนจะใช้การวิเคราะห์ดีเอ็นเอเพื่อเรียนรู้เรื่องราวในช่วงเวลาก่อนที่จะนำไปสู่การจบชีวิตของ “ชายเคราะห์ร้ายที่สุดในปอมเปอี” ให้มากที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.nytimes.com/2018/06/29/science/pompeii-skull-rock.html

https://www.huffingtonpost.com/entry/pompeii-discovery-death-meme_us_5b0eac1be4b0568a8810735a

https://www.nytimes.com/2018/05/30/world/europe/pompeii-skeleton-rock.html

https://www.independent.co.uk/news/world/europe/unluckiest-guy-history-crushed-rock-pompeii-mount-vesuvius-archaeologists-wrong-a8424616.html

https://news.nationalgeographic.com/2018/06/headless-pompeii-skull-archaeology-science/

http://www.abc.net.au/news/2018-07-01/pompeii-victim-was-not-crushed-by-stone-skull-found-intact/9929058