Armies Weapons and Warfare

สงครามในอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียต

ในปี ค.ศ. 1989 กองทัพสหภาพโซเวียตถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน ภายหลังจากที่ต้องต่อสู้กับเหล่านักรบมูจาฮิดีนที่ตะวันตกและชาติอาหรับให้การสนับสนุน หลังจากนั้นเป็นต้นมาสงครามแย่งชิงอำนาจของกลุ่มนักรบชนเผ่าต่างๆ ในอัฟกานิสถานจึงเริ่มต้นขึ้น มันทำให้ประเทศแห่งนี้ต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จากไฟสงคราม เกือบ 10 ปีของสงคราม นี่คือเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับสงครามในอัฟกานิสถานของกองทัพสหภาพโซเวียตและผลกระทบของมันหลังจากนั้น


ขบวนยานเกราะของโซเวียตและกำลังพลเคลื่อนที่ผ่านภูมิประเทศของอัฟกานิสถาน ที่มาของภาพ

การรุกรานอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียตเกิดขึ้นจริงหรือ?
สื่อตะวันตกส่วนใหญ่มักประโคมข่าวเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ว่า นี่เป็นการรุกรานของกองทัพแดงที่บุกเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน แต่แท้ที่จริงแล้วมันกลับไม่ใช่การรุกรานอย่างที่เราส่วนใหญ่เข้าใจ แต่มันเป็น
“การเชิญ” จากรัฐบาลประเทศอัฟกานิสถานในตอนนั้น การตัดสินใจส่งทหารโซเวียตเข้าไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม โปลิตบูโร (Politburo) หรือ คณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียต
ได้ตัดสินใจในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1979 ให้ส่งกำลังเข้าไปในประเทศอัฟกานิสถาน แม้จะดูเหมือนว่าเป็นภารกิจทางทหาร แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศอัฟกานิสถาน
และความต้องการของสหภาพโซเวียตที่ต้องการเข้าไปจัดการรักษาเสถียรภาพรัฐบาลอัฟกานิสถานที่สหภาพโซเวียตให้การสนับสนุน


นักรบมูจาฮิดีนในสมรภูมิอัฟกานิสถาน ที่มาของภาพ

การเดิมพันในเกมอัฟกานิสถาน
อัฟกานิสถานในด้านภูมิศาสตร์ ประเทศนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมกันระหว่าง
เอเชียกลางและตะวันออกกลาง ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาดินแดนแห่งนี้มีศึกสงครามเกิดขึ้นหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยโบราณที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย นำกองทัพบุกเข้ามาในปีที่ 330 ก่อนคริสตกาล รวมถึงยังมีกองทัพม้าอันเกรียงไกรของมองโกล ภายใต้บัญชาของเจงกิสข่านที่เคลื่อนพลบุกเข้ามา กระทั่งในศตวรรษที่ 19 อันเป็นยุคสมัยชองการล่าอาณานิคม จักรวรรดิรัสเซียและอังกฤษ ต่างต่อสู้เพื่อแย่งชิงอัฟกานิสถาน มันเป็นสิ่งที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า "The Great Game" หรือ การเดิมพันครั้งสำคัญ เป็นเกมเดิมพันที่ต่อเนื่องยาวนานในการช่วงชิงดินแดนแห่งนี้


นายพลของกองทัพอัฟกานิสถานให้การต้อนรับทหารโซเวียตด้วยความยินดี ที่มาของภาพ

กีฬาเป็นเครื่องมือในการทำสงคราม
สงครามในอัฟกานิสถานส่งผลให้เกิดการประท้วงสหภาพโซเวียตไปทั่วโลก การประท้วงยังรวมไปถึงการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่จะไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงมอสโคว์
ในปี ค.ศ. 1980 และเหล่าบรรดาประเทศอื่นๆ ที่ไม่พอใจการกระทำของโซเวียตก็ตัดสินใจไม่ส่งนักกีฬาลงแข่งขันในโอลิมปิกครั้งนี้ด้วยเช่นกัน การกระทำของอเมริกันและชาติอื่นๆ ที่ไม่พอใจโซเวียตกับสงคราม
ในอัฟกานิสถาน ก็ได้รับการโต้ตอบจากโซเวียตในลักษณะเดียวกันกับการแข่งขันโอลิมปิก ปี ค.ศ. 1984
ที่นครลอสแองเจอลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อนักกีฬาโซเวียตพร้อมใจกันประท้วงด้วยการไม่ลงแข่งขัน


ภาพวาดแสดงให้เห็นนักรบมูจาฮิดีนใช้จรวดสติงเกอร์ยิงเฮลิคอปเตอร์ของโซเวียต ที่มาของภาพ

ข้อเท็จจริงเรื่องจรวดสติงเกอร์ เอฟไอเอ็ม 92 สติงเกอร์ (FIM-92 Stinger) จรวดต่อสู้อากาศยานแบบพื้นสู่อากาศที่มีชื่อเสียง เป็นสิ่งที่คาดหวังว่าจะเป็นตัวพลิกเกมในสนามรบ และสร้างความได้เปรียบให้แก่กลุ่มนักรบมูจาฮิดีนในการต่อสู้กับอากาศยานของโซเวียต โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Mi-24 หรือที่ทางตะวันตกเรียกมันว่า ไฮนด์ มีความพยายามอย่างมากจากซีไอเอของอเมริกาที่จะส่งมอบมันให้แก่กลุ่มนักรบเหล่านี้ เพื่อใช้ต่อกรกับเฮลิคอปเตอร์โซเวียต แต่แท้จริงแล้ว การมาถึงของจรวดเหล่านี้กลับมาช้ากว่าที่มันจะส่งผลและสร้างความได้เปรียบใดๆ ในสนามรบได้อย่างเด่นชัด เพราะในช่วงที่จรวดเหล่านี้ถูกส่งมาถึงประจวบเหมาะกับเป็นช่วงที่กองทัพโซเวียตตัดสินใจถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานแล้ว


ภาพวาดแสดงให้แห่งเหตุการณ์ในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อตัวแทนของจักรวรรดิอังกฤษและรัสเซีย เดินทางมาเจรจาในปัญหาอัฟกานิสถาน ที่มาของภาพ

การสนับสนุนของอเมริกาที่กลายเป็นการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย
สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินและทางทหารแก่กลุ่มต่อต้านในอัฟกานิสถาน มีการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ และให้การฝึกกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ออกปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ ของอัฟกานิสถาน กลุ่มต่อต้านเหล่านี้เป็นการรวมกันของเหล่าบรรดามุสลิมหัวรุนแรง ทั้งที่มาจากในอัฟกานิสถานและในกลุ่มประเทศอาหรับ หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มหัวรุนแรงคนหนึ่งที่จะกลายมาเป็นหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายที่อเมริกาต้องการตัวมากที่สุด และใช้เวลาอย่างยาวนานในการระดมทรัพยากรต่างๆ กว่าจะปลิดชีพเขาได้ ชายที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องหลั่งเลือดและชีวิตนับพันบนแผ่นดินของตนเอง เขาคนนั้นก็คือ โอซามะ บินลาเดน มันเป็นการเดินหมากที่ผิดพลาดของอเมริกาที่ฝังเชื้อร้ายของการก่อการร้ายเอาไว้บนแผ่นดินแห่งนี้ อเมริกาลงทุนกับสงครามลับในอัฟกานิสถานไปหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในการบูรณะประเทศหลังสงครามได้ นั่นจึงทำให้วังวนของสงครามแย่งชิงอำนาจของเหล่าผู้นำกลุ่มต่างๆ
พากันกลับมาเล่นกีฬาสงครามเพื่อชิงอำนาจปกครองประเทศ ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาลอัฟกานิสถานหลังจากที่โซเวียตถอนกำลังออกไป และการสู้รบที่มีมาอย่างยาวนาน ก่อให้เกิดรัฐบาลใหม่นั่นก็คือ รัฐบาลตาลีบัน เมื่อพวกตาลีบันเถลิงอำนาจ ก็ได้แปรสภาพประเทศให้เป็นรัฐอิสลาม กฎหมายชารีอะฮ์อันเข้มงวดและมีบทลงโทษที่รุนแรงก็ถูกบังคับใช้กับประชาชนของตน


ภายใต้การปกครองของรัฐบาลตาลีบัน มีการใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการลงโทษที่โหดร้ายรุนแรง ที่มาของภาพ

น้ำมันและวอดก้า
สหภาพโซเวียตใช้งบประมาณในการทำสงครามครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 2-3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ทางเครมลินก็ยังสามารถจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็น
(สหภาพโซเวียตในช่วงนั้นส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) แต่ราคาน้ำมันเริ่มลดลงอย่างมากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1980 นอกจากนี้การรณรงค์ต่อต้านแอลกอฮอล์ของประธานาธบดีกอร์บาชอฟ ยังทำให้รัฐบาลโซเวียตต้องสูญเสียรายได้จากการขายวอดก้า เมื่อรายได้ลดลงอย่างมากจึงทำให้เศรษฐกิจของสหภาพโซเวียตพุ่งสู่ภาวะถดถอยอย่างรวดเร็ว


เฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบเอ็มไอ24 ไฮนด์ หนึ่งในยุทโธปกรณ์สำคัญของกองทัพโซเวียต ที่มาของภาพ

อัฟกันซินโดรม
เมื่อทหารโซเวียตถอนกำลังออกจากอัฟกานิถสาน พวกเขาเกือบทั้งหมดต้องป่วยกับโรคร้ายที่กัดกินชีวิตทหารหลังสงคราม นั่นก็คือโรค “อัฟกันซินโดรม” มันคือโรคร้ายที่ทหารผ่านศึกโซเวียตในสมรภูมิอัฟกานิสถานต้องเผชิญ ทหารเหล่านี้พบเจอกับประสบการณ์ที่เลวร้ายในสนามรบและกลับมายังประเทศของตนเองที่กำลังจะแตกสลาย พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญใดๆ กลายมาเป็นคนว่างงาน และรัฐบาลในช่วงนั้นก็มิอาจให้การช่วยเหลือใดๆ แก่พวกเขาได้ สงครามในอัฟกานิสถานทำให้ทหารเหล่านี้กลายมาเป็น “ผู้ที่ถูกลืม” จากสังคม ผลของสงครามในครั้งนี้ สร้างบาดแผลไว้ในใจทหารโซเวียตและทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเขาลดต่ำลง แต่สิ่งที่เลวร้ายหลังจากนั้นก็คือ ทหารที่ถูกลืมเหล่านี้กลายมาเป็นแก๊งอาชญากร ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อาวุธและยุทโธปกรณ์บางส่วนถูกลักลอบขโมยนำไปขายในตลาดมืด และส่งต่อไปยังสมรภูมิต่างๆ ในประเทศโลกที่สาม รวมถึงยังเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมในยุครัฐบาลรัสเซียภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตอีกด้วย


ยานเกราะบีเอ็มพีของโซเวียตขณะแล่นเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
website : https://en.wikipedia.org/wiki/Soviet%E2%80%93Afghan_War
website : https://www.rbth.com/international/2017/01/12/7-things-you-probably-didnt-know-about-the-soviet-war-in-afghanistan_678758
website : https://www.theguardian.com/world/2011/sep/27/10-myths-about-afghanistan
website : https://history.state.gov/milestones/1977-1980/soviet-invasion-afghanistan
website : http://www2.needham.k12.ma.us/nhs/cur/Baker_00/2002-p4/baker_p4_12-01_mj_sz/