World Clvilization

สามซากที่ปอมเปอี

ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2561ที่ผ่านมามีการขุดค้นเมืองโบราณปอมเปอีในประเทศอิตาลี ที่จริงไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากจะกล่าวว่าการขุดค้นเมืองโบราณที่ถูกปกคลุมด้วยเถ้าและหินเหลวจากภูเขาไฟ
วิสุเวียสแห่งนี้ดำเนินมาตั้งแต่เริ่มค้นพบเมื่อปลายศตวรรษที่18 แล้ว และยังมีการขุดค้นต่อเนื่องจนปัจจุบัน
 
แต่การขุดค้นครั้งนี้มีการนำทีมผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักอนุรักษ์และนักวิจัยหลายสาขามาร่วมงานกัน พร้อมนำวิทยาการสมัยใหม่อย่างโดรน (drone) และเครื่องสแกนสามมิติที่ช่วยให้พบหลักฐานใหม่ ๆ ที่เคยอยู่ “ใต้จมูก” นักขุดค้นแต่ไม่อาจหาพบได้เพราะความจำกัดในหลาย ๆ ด้าน
 
2,000 ปีให้หลัง ซากที่เคยจมอยู่ใต้พื้นกลับมาปรากฏต่อสายตาชาวโลกอีกครั้งหนึ่งแล้ว
 
ผลการขุดค้นแรกที่ใคร่นำเสนอเป็นโครงกระดูกชายที่ถูกหินก้อนใหญ่ทับในตำแหน่งที่ควรจะเป็นศีรษะของเขา ซึ่งเมื่อเผยแพร่บนสื่อออนไลน์ก็ได้รับการตอบรับและ “แชร์” ต่ออย่างรวดเร็ว 


นักโบราณคดีกำลังทำความสะอาดโครงกระดูกที่ถูกหินทับศีรษะ ที่มาของภาพ

จากการศึกษาลักษณะกระดูกทราบว่าร่างผู้เคราะห์ร้ายรายนี้เป็นชาย อายุอย่างน้อย 30 ปี ร่องรอยของโรคที่กระดูกขาแสดงว่าเขาป่วยด้วยอาการกระดูกอักเสบ ทำให้เดินไม่ถนัดนักหรือจะเรียกว่าพิการก็ได้
นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเขาน่าจะรอดจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งแรก แต่ระหว่างที่เขากำลังวิ่งหนีมฤตยูจากภัยธรรมชาติครั้งนี้อย่างสุดชีวิตเข้าไปในตรอกแคบ ๆ ก็ถูกหินกรอบประตูของอาคารใกล้เคียง หล่นลงมาทับศีรษะ น้ำหนักมหาศาลของหินทำให้เขาเสียชีวิตคาที่ ศพถูกเถ้าภูเขาไฟกลบไว้นับแต่นั้นมา อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่พบศีรษะแต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ใต้ก้อนหินก้อนนั้น นั่นเอง


อีกมุมหนึ่งของโครงกระดูกที่พบ ที่มาของภาพ

ต่อมาเป็นซากม้าที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่เคยพบมาในปอมเปอีซึ่งพบอยู่ในคอกม้าพร้อมเครื่องบังเหียน แต่ก็อย่างที่ทราบกันว่าร่างทั้งหมดที่ถูกหุ้มเถ้าภูเขาไฟในปอมเปอีนั้น เนื้อหนังและกระดูกภายในเสื่อมสลายไปหมดแล้วจากความร้อนและกาลเวลา นักโบราณคดีจึงต้องใช้เทคนิคการฉีดปูนปลาสเตอร์เข้าไปเพื่อ “หล่อ” รูปร่างจากโพรงที่อยู่ภายในทำให้พอจะศึกษารายละเอียดของร่างนั้น ๆ ได้


ร่างของม้าที่ฉีดปูนปลาสเตอร์เข้าไปแทนที่โพรงภายในเถ้าภูเขาไฟที่เย็นตัวลงกลายเป็นของแข็งเหมือนปูนที่ช่วย“หุ้ม” และ “รักษา”
โครงรูปร่างของสิ่งต่าง ๆ ไว้ ที่มาของภาพ


กรณีของม้าที่เพิ่งค้นพบใหม่นี้ก็เช่นกัน นักโบราณคดีต้องยืนยันให้ได้ว่ารูปร่างของสัตว์สี่เท้าที่ค้นพบนี้ไม่ใช่ลาหรือล่อซึ่งพบอยู่มากในเมืองโบราณแห่งนั้น (เช่นเดียวกับสุกรและสุนัข) การศึกษาโครงกระดูกบ่งบอกว่าสัตว์นี้เป็นสัตว์ตัวเต็มวัย แม้สัดส่วนความสูง 150 เซนติเมตรนั้นจะค่อนข้างเล็กไปมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนของม้าในปัจจุบัน กระนั้นจากการค้นคว้าของนักวิชาการก็ยืนยันว่าความสูงดังกล่าวถือว่าใหญ่กว่ามาตรฐานความสูงของม้าที่พบเมื่อ 2,000 ปีก่อน

อีกสิ่งหนึ่งที่นักวิชาการนำมาใช้ยืนยันซากที่พบคือรอยพิมพ์หูซ้ายของมันที่ประทับอยู่บนพื้น มันนอนตะแคงซ้ายเมื่อสิ้นใจ ทำให้รอยพิมพ์หูประทับอยู่บนเถ้าภูเขาไฟที่ปกคลุมอยู่บนพื้นเมื่อแข็งตัวก็ไม่ต่างจากปูนที่ช่วยยืนยันว่าตำแหน่งและลักษณะหูเช่นนี้เป็นของม้า มิใช่ลาหรือล่อดังที่เป็นข้อสันนิษฐาน

รอยพิมพ์หูซ้ายของม้าที่ประทับอยู่บนพื้น ซึ่งนักโบราณคดีนำมาประกอบการศึกษา ที่มาของภาพ

นอกจากนี้การพบเศษชิ้นส่วนโลหะอย่างเหล็กและสัมฤทธิ์ที่พบบริเวณหัวม้าแสดงว่าม้าตัวนี้สวมเครื่องบังเหียนที่น่าจะพร้อมสำหรับการนำผู้เป็นเจ้าของออกเดินทางหรือเตรียมไว้สำหรับเป็นม้าสำคัญในการประกอบพิธีกรรมที่ต้องมีขบวนแห่

ซากสุดท้ายที่นำเสนอในบทความนี้เป็นโครงกระดูกเด็กที่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง อายุราว 6-9 ขวบ พบในอยู่ใกล้ประตูของโรงอาบน้ำกลางเมืองโบราณปอมเปอี ทว่าการขุดค้นเมื่อ 20 ปีก่อนในจุดเดียวกันนี้กลับไม่พบโครงกระดูกดังกล่าว ที่เป็นเช่นนั้นเพราะแม้จะอยู่ลึกจากระดับการขุดค้นครั้งก่อน
(20 ปีที่แล้ว) เพียง 10 เซนติเมตร แต่วิทยาการในเวลานั้นไม่สามารถตรวจพบได้

โครงกระดูกของเด็กที่พบล่าสุดในโรงอาบน้ำที่ปอมเปอี ที่มาของภาพ 

โครงกระดูกที่ค้นพบอยู่ใต้ระดับดินเดิมที่ขุดค้นเมื่อ20 ปีก่อนเพียง 10 เซนติเมตร ที่มาของภาพ 

แต่เมื่อนำทีมผู้เชี่ยวชาญและวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในการขุดค้นทำให้ตรวจพบ จนนำไปสู่การขุดสำรวจและทำความสะอาดโครงกระดูกดังกล่าว สันนิษฐานว่าเด็กคนนั้นคงวิ่งเข้ามาหลบภัยในโรงอาบน้ำ ซึ่งแม้จะป้องกันเถ้าและหินเหลวจากภูเขาไฟได้ในระดับหนึ่ง แต่ก๊าซพิษที่ภูเขาไฟพ่นออกมา ประกอบกับหินเหลวที่ไหลเข้ามาทางช่องประตูและหน้าต่าง ทำให้เด็กคนนั้นสิ้นใจจมอยู่ใต้เถ้าภูเขาไฟในที่สุด

การขุดค้นเมืองโบราณปอมเปอีก็เช่นเดียวกับแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ที่ไม่มีวันจบสิ้น วิทยาการใหม่ ๆ และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นของนักวิชาการช่วยให้เกิดความเข้าใจกระจ่างแก่เรื่องราวในอดีตได้ เช่นเดียวกับการค้นพบที่นำมาเสนอในครั้งนี้ เรียบเรียง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
https://www.smithsonianmag.com/smart-news/skeleton-man-crushed-stone-block-uncovered-pompeii-180969208/?utm_source=facebook.com&utm_medium=socialmedia
https://edition.cnn.com/2018/05/29/health/pompeii-victim-crushed-rock-eruption-intl-trnd/index.html
https://www.nytimes.com/2018/05/30/world/europe/pompeii-skeleton-rock.html
https://www.thelocal.it/20180511/pompeii-horse
https://www.thelocal.it/20180426/child-skeleton-discovered-pompeii https://apnews.com/fd5c65604d454fa18994d94ef30ec5d1