Oriental World

สวัสดิกะ-ศาสนาตะวันออก และพลพรรคนาซี

สืบเนื่องจากเรื่องสวัสติกะ มีหลายท่านสนใจเรื่องที่นาซีนำสวัสติกะไปใช้เป็นสัญลักษณ์ ต้องบอกก่อนว่า
สวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แพร่หลายทั่วโลกนานหลายพันปีแล้ว โดยเฉพาะในอินเดีย ถือเป็นสัญลักษณ์มงคล ในยุโรปก็ปรากฏสวัสติกะมาตั้งแต่ยุคหิน เช่น เป็นสัญลักษณ์ของเทพสายฟ้าธอร์ ทว่า เมื่อเป็นคริสเตียนความเชื่อนี้ขาดช่วงไป แล้วกลับมานิยมใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นี่เอง แต่แล้วก็กลับเป็นสัญลักษณ์อวมงคลมีมลทินเพราะพวกนาซีนำไปใช้

เหตุที่ยุโรปหันมาสนใจสวัสติกะอีกครั้ง เพราะต้นศตวรรษที่ 19 เพิ่งจะสืบสาวพบว่าตัวเองคือลูกหลาน
เผ่าอารยัน ซึ่งมีพี่น้องอยู่ในอินเดีย จึงเกิดความสนใจในภาษาและศาสนาของอินเดียอย่างแพร่หลาย
โดยเฉพาะในเยอรมนีกระแสนิยมปรัชญาอินเดียและภาษาสันสกฤตเข้มข้นมาก และมีการนำสวัสดิกะมาเผยแพร่เป็นสัญลักษณ์มงคลในยุโรป

คณะสำรวจของเยอรมนี ปี 1938/1939ถ่ายพร้อมกับขุนนางทิเบตผู้แทนจีน โปรดสังเกตภาพธงสวัสดิกะของนาซี และธงหน่วย SS
ที่ด้านหลัง ที่มาของภาพ


ต่อมาพวกชาตินิยมในยุโรปเหนือ เช่น ในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสแกนดิเนเวีย เริ่มรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ของโคตรตระกูลชาวอารยัน โยงว่าชาวอารยันเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม และมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลจากยุโรปถึงอินเดีย ตอนนี้สวัสติกะกลายเป็นสัญลักษณ์ของพวกชาตินิยม พวกเชิดชูเชื้อชาติอารยัน และพวกฝ่ายขวาจัดทางการเมือง กลายเป็นสัญลักษณ์ของพรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน หรือนาซี ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม นอกนัยยะเรื่องเชื้อชาตินิยมแล้ว พวกนาซียังสนใจสวัสดิกะในฐานะสัญลักษณ์ด้านมิติทางศาสนาและพลังลี้ลับด้วย เพราะมีข้อมูลบ่งชี้ว่า พลพรรคนาซีหลายคนสนใจศาสนาและวัฒนธรรม
อินเดีย-ทิเบต แม้แต่ฮิตเลอร์เอง ที่สนใจเรื่องลี้ลับกับศาสนาตะวันออกมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เป็นหนุ่มก็ยังใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องญี่ปุ่น-ทิเบต และเมื่อมีอำนาจยังส่งทีมสำรวจไปยังทิเบตและหลายพื้นที่ เพื่อค้นหา "วัตถุมงคล" ที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกอารยัน หรือมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ


คณะสำรวจทิเบตของเยอรมันนำโดยแอร์นสต์ แชเฟอร์ (Deutsche Tibet-Expedition Ernst Schäfer) ระหว่างปี 1938 - 39
ในภาพ บรูโน แบร์เงอร์ นักมานุษยวิทยาชาติพันธุ์ กำลังวัดสัดส่วนโครงหน้าของชาวทิเบต ที่มาของภาพ


ที่ฮิตเลอร์เลือกใช้สวัสดิกะป็นสัญลักษณ์ของพรรคนาซี เพราะได้รับคำแนะนำจากดอกเตอร์ฟรีดิช โครห์น (Dr. Friedrich Krohn) แห่งสมาคมทูเลอ (Thule Society) ซึ่งเป็นสมาคมที่ศึกษาเรื่องลี้ลับและเชิดชูเผ่าอารยัน และเชื่อว่า เผ่าอารยันเคยอยู่ในทวีปหรือแดนลับแลที่ยิ่งใหญ่มาก่อน (แนวคิดนี้พวกนาซีบางคน
นำไปต่อยอดว่า ดินแดนลับแลที่เรียกว่าทูเลอน่าจะอยู่ในทิเบต)

มาถึงตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า แม้จะมีความเชื่อเรื่องสวัสดิกะเป็นของเผ่าอารยัน แต่สวัสดิกะของนาซีน่าจะเป็นอารยันสายยุโรปเหนือ ไม่ใช่อารยันสายอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ตรงจุดนี้ยังมีการถกเถียงกันมาก ส่วนหนึ่งเพราะหลังจากที่นาซีเถลิงอำนาจแล้ว สมาชิกหลักของพรรคต่างสนใจวัฒนธรรมตะวันออกกันอย่างมาก ทั้งยังส่งคณะสำรวจไปทิเบตเพื่อสำรวจดินแดนในตำนานของเผ่าอารยัน เช่น ทีมสำรวจของไฮริช ฮิมเลอร์ เดินทางไปทิเบตในปี 1938/1939 เพราะสนใจเพิน (Bon) ศาสนาท้องถิ่นของทิเบตยุคก่อนพุทธศาสนา และเชื่อว่าทิเบตเป็นดินแดนลับแลของชาวอารยันที่มีวัฒนธรรมสูงส่ง ศาสนาเพินยังใช้สวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์อีกด้วย

ฮิตเลอร์อาจมีเจตนาที่จะยกหลักนาซีและลัทธิคลั่งอารยันขึ้นเป็นศาสนาใหม่ โดยได้รับคำแนะนำจากสมาคมทูเลอ (อารยันยุโรปเหนือ) แต่สมุนของฮิตเลอร์บางคนสนใจที่จะใช้หลักของพรามหณ์และพุทธ
มาเป็นฐานของศาสนาใหม่ด้วย (เพราะป็นอารยันเหมือนกัน) เช่น วัลทาร์ วืสท์ (Walther Wüst) เจ้าหน้าที่หน่วย SS และผู้อยู่เบื้องหลังของหน่วยโบราณคดีอารยัน (Ahnenerbe) ของนาซี หรือ ยาค็อบ วิลเฮม
เฮาอาร์ (Jakob Wilhelm Hauer) ผู้เชี่ยวชาญด้านสันสกฤตและนำหลักจากคัมภีร์พรามหณ์และพุทธ
มาใช้ในงานด้านอุดมการณ์เช่นกัน


วัลทาร์ วืสท์ (Walther Wüst) เจ้าหน้าที่หน่วย SS และผู้อยู่เบื้องหลังของหน่วยโบราณคดีอารยัน (Ahnenerbe) ของนาซี
กำลังบรรยายหนังสือของฮิตเลอร์เรื่อง "การต่อสู้ของข้าพเจ้า" (Mein Kampf) เมื่อปี 1937 ที่มาของภาพ


หลักที่ว่านี้มีความซับซ้อนมาก และเป็นหลักเดียวกับนักรบพุทธะ ของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
(ดูเรื่อง Zen at War ) ผมขอละไว้ก่อน เพราะอาจเกิดความเข้าใจผิดได้มาก และผู้แต่งหนังสือ Hitler, Buddha, Krishna ยังเรียกร้องให้คณะสงฆ์ทิเบตเผยแพร่คำสอนที่ถูกต้องเพื่อขจัดการตีความแบบผิดๆ ของพวก SS (ปัญหาก็คือพระลามะรูปสำคัญของทิเบตเคยติดต่อพวก SS ซึ่งน่าจะผ่านทางคณะสำรวจทิเบตเมื่อปี 1938)

นี่เป็นแค่รายชื่อบางส่วนของพลพรรคนาซีที่สนใจพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ อินเดียและทิเบตศึกษา และสนใจจะนำหลักมาผลักดันแนวคิดอารยันเป็นใหญ่ ผู้สนใจอาจอ่านเพิ่มเติมได้จาก Hitler, Buddha, Krishna อย่างไรก็ตาม ท่านผู้อ่านต้องตระหนักว่า ฮิตเลอร์ไม่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียโดยตรง แต่เป็นสมุนของฮิตเลอร์ และกระแสนิยมในเยอรมันที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว และกรณีนี้ยังมีความเป็นประวัติศาสตร์แบบจับแพะชนแกะ (Crypto-history) อยู่มาก

เรื่องนี้ค่อนข้างกว้าง ข้อมูลมาก และซับซ้อนเรื่องหลักการ ผมพยายามย่อยให้ง่ายที่สุดแล้ว หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ

บทส่งท้าย
ภาพชุด "คณะสำรวจทิเบตของเยอรมันนำโดย แอร์นสต์ แชเฟอร์" (Deutsche Tibet-Expedition Ernst Schäfer) ระหว่างปี 1938 - 1939 จากหอจดหมายเหตุสหพันธรัฐ

ท่านเรติง รินโปเช ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขององค์ดาไลลามะที่ 14กำลังวางมือบนศีรษะเพื่ออวยพรบรูโน แบร์เงอร์
นักมานุษยวิทยาชาติพันธุ์ชาวเยอรมัน ระหว่างการพบกันที่นครลาซา เมื่อปี 1938 ที่มาของภาพ


หญิงชาวเผ่าโกล็อก เป็นชาวทิเบตกลุ่มหนึ่งในแคว้นคัมและอัมโด หรือทิเบตตะวันออก ภาพนี้ถ่ายโดยผู้นำคณะสำรวจ
แอร์ยนต์ แชเฟอร์ เมื่อปี 1938 ที่มาของภาพ


คณะนักสำรวจนักรอบกองไฟ ที่มาของภาพ


พรานชาวทิเบตกับเลียงผาชาปี ที่มาของภาพ

คณะสำรวจได้รับการรับรองโดยขุนนางและลามะชั้นสูงที่นครลาซา ที่มาของภาพ


บรูโน แบร์เงอร์ ตรวจลักษณะฟันของชาวเผ่าลาเชน ชาวทิเบตกลุ่มหนึ่งในสิกขิม ที่มาของภาพ