Oriental World

มหาวงศ์กับการปกป้องพุทธศาสนาในลังกา (ตอนจบ)

ครั้งที่แล้วได้เขียนเอาไว้ว่า ในคัมภีร์ มหาวงศ์ มีฉากที่พรรณนาชัยชนะของพระเจ้าทุฏฐคามินีเหนือกษัตริย์เอฬาระชาวทมิฬ หลังจากที่ได้รับชัยชนะดังกล่าวแทนที่พระเจ้าทุฏฐคามินีจะทรงโสมนัสยินดี กลับร้อนรนกระวนกระวายพระทัย จะบรรทมก็ไม่เป็นอันบรรทม ดังบรรยายมีว่า


สงครามที่ถูกตีความเป็นสงครามศาสนาในมหาวงศ์ ที่มาของภาพ

สมเด็จพระเจ้าทุฏฐคามินีอภัยราชบพิตร เมื่อทอดพระเนตรเห็นราชอิสริยยศสมบัติในสกลลังกาทวีปทั้งปวงสำเร็จแก่พระองค์ ก็ทรงพระรำพึงพิจารณาซึ่งเหตุอันได้ซึ่งราชสมบัตินั้นก็ปรากฏนิมิตให้เห็น
กเลวระซากอสุภฝูงทมิฬทั้งหลาย อันพินาศฉิบหายตายในสงครามเพราะอาณัตติกประโยค อันพระองค์ตรัสใช้ให้พิฆาตฆ่านั้น จะนับคณนามิได้ปรากฏประหนึ่งเต็มไปในแผ่นดินสกลลังกา บ้างตายใหม่ตายเก่าสดเน่าขึ้นพองพึงเกลียดกลัว บ้างมีศีรษะกระจัดกระจายเรี่ยรายไปในทิศต่างๆ บ้างตาปลิ้นลิ้นแลบหลอกเหลือก
ดูพิลึกพึงแสยงสังเวชยิ่งนัก บางหมู่แร้งกาสุนัขป่าสุนัขบ้านเป็นต้นกัดทึ้งยื้อแย่งกันไปมา เท้าแลมือผลัดกันไปศีรษะแลตัวขาดเป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่ บ้างได้ยินเป็นเสียงร้องไห้ครวญครางปรากฏในพระกรรณ
ฟังพิลึกหวาดหวั่นสังเวชพระทัยนัก...


แต่ทั้งหมดนี้เมื่อพระอรหันต์ทั้งแปดรูปมาถวายพระพรว่า การกระทำของพระองค์เป็นบาปเพียงเล็กน้อย เพราะพระองค์ทรงกระทำการปกป้องพระพุทธศาสนา พระองค์ก็หายกระวนกระวายในที่สุด

มหาวงศ์ในการเมืองศรีลังกา

ตำนานอันใกล้โพ้นมักจะถูกหยิบยกมาใช้ทางการเมืองเสมอ รัฐบาลของศรีลังกา (เป็นชาวสิงหลและเป็นชาวพุทธส่วนใหญ่) หลายยุคหลายสมัย ได้มีการหยิบยกเอา มหาวงศ์ ขึ้นมาปรับใช้ และถือเอาว่าเป็นภารกิจของหัวหน้ารัฐบาลที่จักต้องทำการปกป้องพุทธศาสนา ดังเช่นที่กษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยโบราณที่ผ่านมาได้อุทิศตน


นางจันทริกา กุมารตุงคะ บันดารานายเกกับนางอองซานซูจี ที่มาของภาพ

ยกตัวอย่างในช่วงค.ศ.1995 รัฐบาลผสมภายใต้การนำของนางจันทริกา บันดารานายเก กุมารตุงคะ
(อยู่ในตำแหน่งช่วงค.ศ.1994-2005) ก็ได้ใช้คัมภีร์ศาสนาต่างๆ ในการประกาศว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
นางมีหน้าที่ในการปกป้องประชาชนของประเทศศรีลังกา หรือเป็นดังเช่นกษัตริย์ที่จะต้องเป็นผู้หมุนกงล้อธรรมจักรให้หมุนไปต่อ

สืบอายุพุทธศาสนาให้ดำเนินต่อไป Liberation Tigers of Tamil Elam – LTTE

นางเห็นว่ารัฐบาลจะต้องกระทำการสงครามกับกองกำลังปลดปล่อยพยัคฆ์ทมิฬอีลัม (LTTE) ที่นำโดย
นายเวลุปิลไล ประภาการัน

กลุ่ม LTTE แสดงตนว่าเป็นตัวแทนของชาวทมิฬทั้งหลาย ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับชาวพุทธ และมีจุดมุ่งหมายในการเป็นอิสระจากการปกครองของรัฐบาลชาวพุทธ

กลุ่ม LTTE ใช้วิธีการก่อการต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารผู้นำทางการเมือง การวางระเบิดอาคารสถานที่ต่างๆ

ระเบิดพลีชีพ
ที่น่าสนใจคือ การใช้ระเบิดพลีชีพ (suicide bombing) นั้น อาจจะมีผู้เข้าใจว่าใช้กันในตะวันออกกลางก่อน อันที่จริงแล้วถูกนำมาใช้เป็นยุทธวิธีทางการก่อการก็โดยกลุ่ม LTTE ในประเทศศรีลังกานี่เอง ก่อนจะแพร่หลายออกไปในที่อื่นๆ

มหาวงศ์ในการเมืองศรีลังกา
มีชาวพุทธจำนวนมาก รวมทั้งพระสงฆ์ในลังกา สนับสนุนให้มีการปราบปรามกองกำลัง LTTE อย่างเด็ดขาด และไม่ต้องการให้รัฐบาลของนางกุมารตุงคะยอมอ่อนข้อเจรจากับมารแต่อย่างใด เพราะประเทศ
ศรีลังกานั้นเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา ไม่สามารถแบ่งแยกการปกครองเป็นอย่างอื่นได้

นายเวลุปิลไล ประภาการัน ผู้นำ LTTE ที่มาของภาพ

“ภาพซ้อน” ของมหาวงศ์ในยุคร่วมสมัยได้เกิดขึ้นทันที เกิดภาพอุปมาว่า นางกุมารตุงคะเป็นพระเจ้า
ทุฏฐคามินี และนายประภาการันคือพระเจ้าเอฬาระ กษัตริย์ทมิฬ และสงครามที่รัฐบาลกำลังกระทำ
เป็นสงครามทางศาสนา

พระสงฆ์กับการสนับสนุนรัฐบาล
มีพระสงฆ์ที่ติดตามและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการจัดการกับกลุ่ม LTTE อย่างเข็มแข็งหลายรูป รูปหนึ่งนั้นคือพระโสภิตา พระนักเทศน์ผู้มีชื่อเสียง ผู้มักจะออกมาให้ความเห็นในทางสาธารณะเสมอในเรื่องหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ท่านเห็นว่าสังคมศรีลังกาเสื่อมถอยลงไปมากเนื่องจากผู้คนมัวเมาอยู่กับเงินทองทรัพย์สิน ศีลธรรมของผู้คนเสื่อมถอยลงไป คนไม่สามารถนับถือศีลห้ากันได้ต่อไป สังคมยึดแต่วัตถุและของนอกกาย

พระโสภิตา เถโร ผู้มีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ที่มาของภาพ

หนทางออกคือ ประเทศพุทธศาสนาเถรวาทอย่างศรีลังกาต้องหันกลับมายึดมั่นหนทางเดิมดังเช่นครั้งพุทธกาล ความแข็งแกร่งของชาวพุทธจะเกิดขึ้นได้หากชาวพุทธมีศีลธรรมกำกับ

ดังนั้น สำหรับมุมมองของท่าน วิธีการจัดการกับความเลวร้ายคือ...

แม้กระทั่งองค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าเองก็ตรัสด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นและดีงาม เมื่อความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสาธุชนจากภยันตราย และหากว่าเราจะปกป้องประเทศศรีลังกา หนามแหลมของการก่อการร้ายจะตั้งถูกถอนรากถอนโคนให้สิ้น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กรมศิลปากร, วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เล่ม 1 คัทภีร์มหาวงศ์ (2534)
Tessa J. Bartholomeusz, In Defense of Dharma (2002)