Oriental World

วิญญาณนักพนันที่ไร้ศาลสิงสู่: ว่าด้วยพงศาวดารกาสิโนในสยาม

"ที่นักเลงเล่นเบี้ยหรือเล่นหวย คนใดจะเล่นรวย จนถึงตั้งตัวได้เพราะการเล่นเบี้ยเล่นหวยนั้น ยังไม่ปรากฏตัวเลย"

ผมยกพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ว่าด้วยคุณแลโทษของหวย แลบ่อนเบี้ย) ขึ้นมาแสดง เพราะเห็นว่า เป็นข้อเขียนที่ดีที่สุดครอบคลุมที่สุดว่าด้วย คุณและโทษของการเปิดบ่อน (รวมถึงหวย) ถูกกฎหมายโดยรัฐ เป็นข้อเขียนที่ยกทั้งข้อดีและข้อเสียอิงกับประโยชน์นิยม ไม่อิงกับอุดมการณ์ทางการเมือง หรือคุณค่าด้านศีลธรรม ทั้งเป็นประสบการณ์โดยตรงของผู้ที่เคยบริหารจัดการเรื่องนี้

พูดถึงเรื่องบ่อนเสรี (เรียกอย่างหรูหราว่ากาสิโน) อย่าไปอ้างศีลธรรมจรรยา หรืออะไรที่เป็นนามธรรม
ต้องอ้างผลเชิงประจักษ์ เช่น ผลกระทบต่อสังคมและรัฏฐะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การอ้างศีลธรรมเป็นเรื่องน่าเย้ยหยันของใครหลายคน


นักพนันชาวสยาม ถ่ายเมื่อประมาณปี 1900 ที่มาของภาพ

อย่างในเล่ม "ว่าด้วยคุณแลโทษของหวยแลบ่อนเบี้ย" ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงยกข้อดีข้อเสียของบ่อนในสยามให้เห็นอย่างชัดเจน

ข้อดีก็คือ "ถ้าจะค้นหาข้อที่เปนคุณ ก็มีอยู่บ้าง จะว่าแต่ที่เปนข้อสำคัญ คือ ที่เปนอุบายการเก็บภาษีจากราษฎรอย่างหมดจด (ที่ว่าหมดจดนั้น ไม่ได้หมายความว่า ดี) ถ้าหากว่าประสงค์แต่จะให้ได้เงินเปนประมาณแล้ว ไม่มีวิธีเก็บภาษีอย่างอื่นจะสะดวกยิ่งกว่าอากรหวยและบ่อนเบี้ย"

ข้อเสียก็คือ "เปนเหตุที่ทำให้ไพร่บ้านพลเมืองยากจน ไม่มีกำลังที่จะประกอบการให้ตนเองและบ้านเมืองมีความเจริญประการ ๑ เปนเหตุให้ไพร่บ้านพลเมืองเกิดนิสสัยเป็นคนพาลสันดานชั่วประการ ๑"

มีทั้งข้อดีข้อเสียอย่างนี้แล้ว ประเทศไทยควรจะมีบ่อนเสรีหรือกาสิโนอิสระ หรือไม่มีก็ขึ้นอยู่กับเสียงโหวตของประชาชน และดุลพินิจของผู้ที่เป็นตัวแทนอำนาจของประชาชนแล้ว


นักพนันชาวสยาม ถ่ายเมื่อประมาณปี 1900 ที่มาของภาพ

รัฐบาลประเทศสยามหรือไทยมีประสบการณ์ครบถ้วนมาแล้ว ทั้งบ่อนเบี้ยและสถานกาสิโน และมีการประเมินมาแล้วว่าผลลัพธ์เป็นเช่นไร ในยุคของ “บ่อนเบี้ย” เกิดขึ้นในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลพบว่า ประชาชนเล่นพนันกันแบบหัวราน้ำ รัฐบาลได้เงินอากรมากมาย แต่ผลทางสังคมนั้นเลวร้ายมาก ดังที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงตั้งข้อสังเกตถึงชุมชนที่มีการเปิดบ่อนว่า

“.... ไม่เห็นใครบริบูรณ์ขึ้นเพราะพากันเข้าบ่อนทั้งผู้หญิงผู้ชาย ที่รอดอยู่ได้ก็คือ พวกที่ยกบ้านเรือนไปตั้งทำนาอยู่ตามทุ่งนาที่ไกลๆ หรือออกไปตั้งแลกข้าวอยู่ในที่ห่างๆ จากโรงบ่อน พวกนั้นค่อยยังชั่วหน่อย
แต่ถึงกระนั้นก็ดี ถ้ามีช่องโอกาสได้ลงมากลางเมืองได้เมื่อไร ขายข้าวได้มีเงินติดตัวอยู่เท่าใด ก็หมดไปเท่านั้นเหมือนกัน ....”

ต่อมาหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว มีข้อเสนอให้ตั้ง “สถานกาซิโน” ของรัฐบาล เสนอโดยนายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาลหลวงพิบูลสงครามหนแรก ข้อเสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาเงินแทนเงินรัชชูปการที่ยกเลิกไป จนเกิดมี “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงื่อนไขการพนันตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการพนัน” ดำเนินครั้งแรกที่หัวหิน เมื่อพฤษภาคม ๒๔๘๒ แต่เปิดได้ ๒ วันก็ล่ม
เพราะคนไม่เข้า นัยว่าประเจิดประเจ้อเกินไป


ชายชาวสยามรับการนวดเคล้นจากหมอนวดหญิง ที่มาของภาพ

ต่อมาในปี ๒๔๘๗ - ๒๔๘๘ รัฐบาลควง อภัยวงศ์ มีการเปิดบ่อนเสรีกาสิโน คราวนี้ประสบความสำเร็จ เพราะมีคนเข้าใช้บริการล้นหลาม แต่เพราะคนไทยนั้นพนันกันไร้ขีดจำกัด ทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวกันมาก รัฐได้เงินก็จริง แต่ประชาชนได้ความฉิบหาย สุดท้ายจึงต้องเลิกกันไปในเวลาแค่ ๔ เดือน

การพนันอาจทำเงินให้รัฐก็จริง แต่ผลเสียด้านอื่นๆ รุนแรงกว่ากันมาก ประเทศอื่นๆ ที่ทำกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ผมเชื่อว่าเพราะประชาชนไม่ได้คลั่งไคล้การพนันเท่าคนไทย คนไทยเรานั้นพอลงมือก็เลิกยากเสียแล้ว และกว่าจะเลิกได้ก็เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ถึงเป็นทาสเขาก็ยอม ดังที่ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“.... ชาวสยามอยู่อย่างค่อนข้างรักเล่นการพนันเสียเหลือเกิน จนถึงจะยอมผลาญตัวเองให้ฉิบหายได้
ทั้งเสียอิสรภาพความชอบธรรมของตัวหรือลูกเต้าของตัวด้วย ในเมืองนี้ใครไม่มีเงินพอจะใช้เจ้าหนี้ได้ ก็ต้องขายลูกเต้าของตัวเองลงใช้หนี้สิน และถ้าแม้ถึงเช่นนี้แล้วก็ยังมิพอเพียง ตัวของตัวเองก็ต้องกลายตกเป็นทาส ....”


กิริยาอย่างนายและบ่าวในสยาม ยุคที่ยังมีทาสไว้ครอบครอง ถ่ายปี 1900 ที่มาของภาพ

ข้อเขียนของลา ลูแบร์ ไม่เพียงสะท้อนนิสัยเสพติดการพนันของคนไทยแต่โบราณเท่านั้น ยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่า คนไทยพร้อมที่จะขายตัวเป็นทาส หรือขายคนใกล้ชิดให้เป็นทาส เพื่อปรนเปรอความใคร่ในด้านการสี่ยงโชคของตัวเอง และนี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบทาสในไทยคงอยู่ยาวนานหลายศตวรรษ ผิดกับประเทศอื่นที่การเป็นทาสมักเกี่ยวข้องกับการกระจายที่ดินไม่เป็นธรรม หรือการบังคับขู่เข็ญให้สิ้นอิสรภาพ

แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงเห็นเป็นตรรกะว่า การพนันทำให้คนสยามตกเป็นทาสมากมาย หากคิดจะเลิกทาสต้องเลิกการพนันเสียก่อน ดังทรงมีพระราชดำริว่า

“.... การมีราษฎรที่มัวเมาอยู่ในการพนัน ย่อมเป็นเหตุนําไปสู่ความวิบัติ ทั้งทางส่วนตัวและทางความมั่นคงของประเทศชาติ...ข้าพเจ้าเห็นว่า ยังมีความขัดข้องอยู่ ด้วยกรุงสยามยังมีภาษีหวยถั่วโป การพนันต่างๆ ฝิ่น เหล้า เหล่านี้ที่จริงได้ทําคนให้เปนทาษ ให้โทษแก่มนุษย์ทั้งหลาย...จะต้องคิดดับของเหล่านี้เสียก่อนจึงจะเลิกทาษได้ ....”

แม้ทุกวันนี้ มีแค่บ่อนใต้ดิน คนก็ตกลงเป็นทาสหนี้นอกระบบกับผู้มีอิทธิพลมากมาย ยังไม่นับว่าครอบครัวไม่น้อยต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ก็เพราะการพนันอีกเท่าไหร่