Armies Weapons and Warfare

RED ORCHESTRA กับชัยชนะของกองทัพแดง

RED ORCHESTRA (เรด ออร์เคสตร้า) คือชื่อที่หน่วยเกสตาโปของเยอรมัน เรียกโครงข่ายสายลับสหภาพโซเวียตที่ปฏิบัติการในเยอรมัน และประเทศต่างๆ ในยุโรป ระหว่างก่อนและช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หน่วย Reichssicherheitshauptamt (ไรซ์ซิคแคร์เฮทส์ฮอปอัมท์) หรือเรียกย่อๆ ว่า RSHA ของเยอรมันซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการจารกรรมของเอสเอสเรียกขาน อุปกรณ์และสายลับของเรด ออร์คเคสตร้า เช่น เครื่องส่งวิทยุของสายลับสหภาพโซเวียตถูกเรียกขานว่า "เปียโน" เรียกผู้ส่งวิทยุว่า "นักเปียโน" เรียกหัวหน้าโครงข่ายสายลับว่า "วาทยากร" เช่นกันกับกลุ่มชาวเยอรมันที่ต่อต้านนาซีในเยอรมัน ก็มีชื่อเรียกที่คล้ายๆ กันคือ Black Orchestra (แบล็ค ออร์เคสตร้า)


หนังสือ เดอะ เรด ออร์เคสตร้า เขียนโดย วี.อี ทาแรนท์ ที่มาของภาพ

ในบรรดากลุ่มสายลับต่างๆ ของโซเวียตที่ปฏิบัติการอยู่ในเยอรมันและบางประเทศของยุโรป มีกลุ่มสายลับสำคัญอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของเทรปเปอร์ ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศสและเบลเยียม
กลุ่มเรดทรี ปฏิบัติการอยู่ในอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และ กลุ่มของ ชูลเซอะ บอยเซิน/ฮาร์นาค
ปฏิบัติการอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน


ชัยชนะของโซเวียตที่เมืองสตาลินกราด ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการข่าวของสายลับโซเวียตในแนวรบเยอรมัน ที่มาของภาพ

หนึ่งในเรื่องราวสายลับสหภาพโซเวียตที่ปฏิบัติการณ์ในดินแดนเยอรมัน เลโอโปล เทรปเปอร์ เขาคือ
เจ้าหน้าที่ GRUหรือหน่วยข่าวกรองของสหภาพโซเวียตที่ถูกส่งมาปฏิบัติการณ์ในกรุงบรัสเซล
ประเทศเบลเยี่ยมตั้งแต่ช่วงต้นปี ค.ศ. 1939 ในคราบของนักอุตสาหกรรมชาวแคนนาดา ก่อนจะเริ่มสร้างโครงข่ายสายลับในฝรั่งเศสและกลุ่มประเทศต่ำ เขาก่อตั้งบริษัทบังหน้าในธุรกิจส่งออกเสื้อกันฝนที่มีสาขาอยู่ในเมืองท่าสำคัญต่างๆ ของยุโรป ภายหลังจากความปราชัยของกองทัพเบลเยี่ยมในปี ค.ศ. 1940
เขาย้ายไปยังปารีส ฝรั่งเศส และที่นั่นเขาเริ่มทำธุรกิจในตลาดมืดส่งออกสิ่งผิดกฎหมายไปขายในเยอรมัน
ไม่นานนัก เขาก็พบกับนักชาตินิยมชาวเบลเยี่ยมนามว่า ซูซาเน่ สปาค ซึ่งได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงข่ายสายลับนี้เพื่อต่อต้านการยึดครองเบลเยี่ยมของกองทัพเยอรมันเทรปเปอร์ โครงข่ายสายลับของเขารวบรวมข้อมูลข่าวสารทางการทหาร และอุตสาหกรรมผลิตยุทโธปกรณ์ในดินแดนยึดครองของเยอรมัน รวมถึงที่ตั้งหน่วยทหาร แหล่งวัตถุดิบในการผลิตอาวุธสงคราม โรงงานผลิตอากาศยาน รวมถึงผังการออกแบบรถถัง และแน่นอนว่า เทรปเปอร์ยังมีสายสัมพันธ์กับชนชั้นสูงของเยอรมันและพรรคนาซี


โฉมหน้าของเหล่าบรรดาสมาชิกเรด ออร์เคสตร้าที่ถูกเกสตาโปจับกุม ถูกนำมาถ่ายรูปก่อนถูกนำไปสอบปากคำและทรมาน
เพื่อรีดข้อมูล ที่มาของภาพ


เขารวบรวมข่าวสารจากการออกงานเลี้ยงอาหารค่ำในทุกโอกาสที่ได้รับเชิญ ทำให้เขาได้รับทราบเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ของกองทัพเยอรมัน แผนยุทธการ การเคลื่อนกำลังของกลุ่มกองทัพต่างๆ ในแนวรบด้านตะวันออก แต่ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 1942 พวกเกสต้าโปก็กระชากหน้ากากสายลับและจับเขาได้ในที่สุด
เขาถูกจับที่ปารีส ที่นั่นเขาถูกสอบสวนและโดนบังคับให้เป็นสายลับสองหน้าเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่
เขาต้องส่งข้อมูลผิดๆ กลับไปยังมอสโก แต่โชคยังเข้าข้างสายลับอย่างเทรปเปอร์ ในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1943 หน่วยใต้ดินฝรั่งเศสช่วยเหลือและพาเขาหลบซ่อนจากพวกเยอรมัน เขาคือผู้โชคดีคนเดียวในโครงข่ายสายลับ เพราะคนอื่นๆ อย่าง ซูซาเน่ สปาค และพลพรรคสายลับทั้งหมดถูกจับและถูกประหารชีวิต
เพียง 13 วันก่อนการปลดปล่อยกรุงปารีสของกองทัพพันธมิตร และเลโอโปล เทรปเปอร์ยังมีชีวิตอยู่จนสิ้นสุดสงคราม


ฮาร์โร ชูลเซอะ บอยเซิน ที่มาของภาพ

นอกจากนี้ เรื่องราวของสายลับกลุ่มต่างๆ ถูกจัดตั้งขึ้นโดยนายทหารของกองทัพอากาศเยอรมัน หรือกลุ่มสายลับของ ชูลเซอะ บอยเซิน/ฮาร์นาค ซึ่งปฏิบัติการอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน โดยฮาร์โร ชูลเซอะ บอยเซิน
เขาเป็นนายทหารอากาศเยอรมันที่มีส่วนร่วมในการต่อต้านฮิตเลอร์มาเป็นเวลานาน แต่เข้าร่วมกับกองทัพเพื่อปิดบังสถานะของตนเอง เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคนาซีในปี ค.ศ.1937 เพื่ออำพรางสถานะตนเองให้แนบเนียนยิ่งขึ้น มีผู้กล้าหลากหลายอาชีพจากทุกๆ ชนชั้นในสังคมเยอรมันที่ต่อต้านนาซีและ หรือพวกฝักใฝ่คอมมิวนิสต์หลายคน เข้าร่วมกลุ่มสายลับของบอยเซิน รวมทั้งโฮรสท์ เฮลมัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เข้ารหัสสัญญาณภายในกองบัญชาการกองทัพบกเยอรมัน ในกรุงเบอร์ลิน ด้วยขนาดของกลุ่มสายลับดังกล่าวที่มีขนาดใหญ่และผสมผสานกันกับผู้คนหลากหลายอาชีพ มันจึงทำให้การรักษาความลับของกลุ่มเป็นเรื่องยากที่จะไม่ถูกตรวจพบ แต่ก่อนที่กลุ่มนี้จะถูกหน่วยเกสตาโปบุกเข้าจับกุม มีสมาชิกของกลุ่มนำข้อมูลความลับของนาซีไปมอบให้แก่สถานทูตอเมริกันในกรุงเบอร์ลิน ในช่วงก่อนที่เยอรมันจะประกาศสงครามกับอเมริกา กลุ่มสายลับของบอยเซินถูกจับกุมได้ในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1942 สมาชิกที่ถูกจับได้ทั้งหมด ถูกทรมานเพื่อรีดข้อมูลต่างๆ ก่อนจะถูกประหารชีวิต


เลโอโปล เทรปเปอร์ ที่มาของภาพ

ความสำเร็จของเรด ออร์เคสตร้า ส่งผลต่อยุทธการสำคัญต่างๆ ที่กองทัพแดงเปิดฉากรุกต่อกองทัพเยอรมัน หนึ่งในความสำเร็จนั้นคือการล้วงข้อมูลความลับของกองทัพที่ 6 ของเยอรมัน ในก่อน
ยุทธภูมิสตาลินกราด โดยการประสานงานหาข่าวของสายลับสหภาพโซเวียตทุกคนในกองทัพเยอรมัน
ซึ่งอยู่ในคราบของทหารระดับต่างๆ พลเรือนรัสเซียที่แสร้งแปรพักตร์และทำงานให้เยอรมัน กระทั่งหญิงขายบริการทางเพศจนทำให้พวกเขาสามารถรับรู้ถึงทำเนียบกำลังรบของกองทัพที่ 6 สนามบินที่สำคัญ หรือแม้แต่ตารางการปฏิบัติงานของจอมพลเพาลุส ทั้งหมดนี้แลกมาด้วยความอุตสาหะ ความกล้าหาญ และเลือด กรุงเบอร์ลินแตกในปี 1945 เป็นช่วงเวลาที่กองทัพแดงผลักดันกองทัพนาซีกลับมายังประตูบ้านของตัวเอง โครงข่ายสายลับเรด ออร์เคสตร้า ยังเริ่มปฏิบัติการรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับกองทัพอเมริกันและอังกฤษ มันเป็นการปูทางไปสู่สงครามข่าวกรองของอเมริกากับพันธมิตรนาโต้และสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น อาจกล่าวได้ว่า ชัยชนะของกองทัพแดงที่มีต่อกองทัพนาซีเยอรมัน เรด ออร์เคสตร้า มีส่วนสำคัญอย่างมากในชัยชนะอันเป็นตำนานของสหภาพโซเวียต และ เรด ออร์เคสตร้า ยังได้รับการยกย่องว่าเป็น โครงข่ายสายลับที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


ไฮริช ฮิมเลอร์ หัวหน้าหน่วยเกสตาโปของเยอรมัน ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. https://www.historylearningsite.co.uk/nazi-germany/the-red-orchestra/
2. https://spyinggame.me/2011/05/26/the-red-orchestra-by-v-e-tarrant-1996/
3. https://en.wikipedia.org/wiki/Harro_Schulze-Boysen
4. https://en.wikipedia.org/wiki/Red_Orchestra_(espionage)
5. https://en.wikipedia.org/wiki/Leopold_Trepper