World Clvilization

คิปู ภาษาปมเชือกแห่งจักรวรรดิอินคา

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของมนุษยชาติคือการประดิษฐ์ตัวเขียน เรารู้เรื่องราวของชนโบราณผ่านการบอกเล่าของชนโบราณเอง (แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเล่าโดยผู้ชนะก็ตาม) แต่นั่นก็คือสิ่งที่เหล่าบรรพชนในอดีตได้จดบันทึกเอาไว้ และการถอดความภาษาโบราณก็ได้ช่วยให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเข้าใจถึงเรื่องราวของอารยธรรมนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น


ชาวอินคาบันทึกข้อความและตัวเลขต่างๆ เอาไว้ในปมเชือกที่เรียกว่า “คิปู” ที่มาของภาพ

ถึงแม้ว่าเราจะทราบกันดีว่าชาวอียิปต์โบราณมีการใช้อักษรภาพที่เรียกว่า “เฮียโรกลิฟฟิค” แทนตัวเขียน ชาวเมโสโปเตเมียใช้อักษรลิ่มที่เรียกว่า “คูนิฟอร์ม” ในการสื่อสาร แต่อารยธรรมในดินแดนโลกใหม่อย่างเช่นชาว “อินคา” ที่รุ่งเรืองอยู่ในประเทศเปรู บริเวณเทือกเขาแอนดีสกลับไม่ได้ทิ้งหลักฐานของความสามารถทางด้านตัวเขียนเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ในปัจจุบันเราทราบว่าชาวอินคาสื่อสารกันด้วยภาษาเกชัว (Quechua) ทว่ากลับไม่เคยมีใครเคยค้นพบ “ภาษาเขียน” ของชาวอินคาแต่อย่างใด ในปัจจุบันนักโบราณคดีทราบดีแล้วว่า ที่ยังไม่มีใครเคยค้นพบนั้นก็เป็นเพราะว่าชาวอินคาไม่มีภาษาเขียนจริงๆ น่ะสิ
แต่ถึงอย่างนั้นอารยธรรมของพวกเขารุ่งเรืองอยู่ได้ด้วยการสื่อสารผ่านระบบ “ปมเชือก” ที่เรียกว่า “คิปู” (Quipu) ซึ่งมีความเก่าแก่ถึงประมาณ 4,600 ปีมาแล้ว!


ภาพวาดแสดงชาวอินคากับปมเชือกคิปู ที่มาของภาพ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1532 เมื่อครั้งที่อาณาจักรอินคากำลังรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนอเมริกาใต้ นายพลฟรานซิสโก ปิซาโร (Francisco Pizarro) จากสเปนได้ยกทัพเข้าไปขยายดินแดนและเผยแผ่ศาสนา พวกเขาได้เผชิญหน้ากับรหัสปมเชือกชวนฉงนที่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันหมายถึงอะไร
และชาวอินคาประดิษฐ์มันขึ้นมาด้วยเหตุใดกัน ในปัจจุบันเรารู้จักรหัสปมเชือกพิศวงของชาวอินคาเหล่านี้กันในนาม “คิปู” (Quipu) ซึ่งเป็นภาษาเกชัวมีความหมายว่า “ปม” ลักษณะเด่นของคิปูก็คือมันจะประกอบไปด้วยเส้นเชือกยาวหนึ่งเส้นซึ่งเรียกว่า “เชือกหลัก” (Main) โดยที่ในเชือกหลักนี้จะมีเชือกย่อย (Pendant) อีกหลายต่อหลายเส้นห้อยร้อยออกไป และบนเชือกย่อยที่ร้อยออกไปจากเส้นหลักนี้เองที่ชาวอินคาผูกปมพิศวงเอาไว้ให้ชาวสเปนได้พิศวงงงงวยกัน

จุดประสงค์หลักของปมเชือกปริศนาเหล่านี้ที่นักวิชาการปัจจุบันเข้าใจก็คือ มันถูกนำมาใช้ในเชิงการสื่อสารในรูปแบบของ “บันทึก” แต่เป็นที่น่าเสียดายที่นักวิชาการในปัจจุบันยังไม่สามารถถอดรหัสปมเชือกคิปูได้อย่างถ่องแท้ทั้งหมด เนื่องด้วยส่วนหนึ่งก็คือกษัตริย์อตาฮวลปา (Atahualpa) ของชาวอินคาเองเคยสั่งให้ทำลายระบบปมเชือกคิปู อีกทั้งยังสั่งประหารผู้ที่สามารถผูกและถอดรหัสปมเชือกคิปูได้อีกด้วย


ภาพแสดงปมเชือกในรูปแบบต่างๆ ที่ชาวอินคาใช้สื่อสารผ่านคิปู ที่มาของภาพ

แต่ถึงอย่างนั้น นักโบราณคดีก็พอที่จะเข้าใจปมเชือกนี้บ้างแล้วในระดับหนึ่ง สิ่งแรกเลยที่นักวิชาการมองเห็นจากปมเชือกพิศวงเหล่านี้ก็คือ ความแตกต่างกันของลักษณะปม จำนวนของปม สีของปม ซึ่งบ้างก็
ถักทอจากขนของตัวลามะที่มีอยู่ดาษดื่นในแถบเทือกเขาแอนดีส แต่บ้างก็ถักทอจากฝ้าย นั่นย่อมหมายความว่าความแตกต่างกันในเรื่องของสีและปมนั้น ควรจะให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน ว่าแต่ความแตกต่างที่ว่านั้นมันคืออะไรกันล่ะ?

สิ่งแรกที่นักวิชาการเข้าใจระบบปมเชือกของชาวอินคาก็คือเรื่องของ “คณิตศาสตร์” และบันทึกที่ชาวอินคาจดจารเอาไว้ในปมเชือกอันแสนซับซ้อนเหล่านี้ก็คือ “ตัวเลข” นั่นเอง เมื่อลองมองดูดีๆ แล้วก็จะพบว่า
ชาวอินคาใช้ระบบเลขฐานสิบเหมือนที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ที่เราทราบแน่ชัดในเรื่องนี้ก็เพราะว่า ชาวอินคามักจะทำการรวมผลลัพธ์ของตัวเลขต่างๆ เอาไว้ด้วย บ้างก็จะมีการรวมผลลัพธ์ของผลลัพธ์อีกทอดหนึ่ง
ดังนั้นถ้าการตีความเรื่องตัวเลขผิดพลาด ผลลัพธ์ก็ควรจะต้องออกมาขัดแย้งด้วยเช่นกัน

รหัสปมเชือกของชาวอินคาประกอบไปด้วยเชือกหลักและเชือกย่อยหลายๆ เส้น โดยที่ตลอดความยาวของเชือกย่อยแต่ละเส้นจะมีการขมวดปมที่แตกต่างกันหลักๆ สามแบบเอาไว้ ปมชนิดแรกก็คือ ปมอย่างง่าย (Single knot) ปมชนิดที่สองก็คือปมยาว (Long knot) ซึ่งประกอบขึ้นจากปมอย่างง่ายที่ม้วนขดภายในเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างน้อยหนึ่งรอบ ส่วนปมชนิดที่สามก็คือปมเลขแปด (Figure eight knot) ด้วยมีลักษณะขดเหมือนกับเลข 8 แต่บ้างก็อาจจะมีการเพิ่มปมรูปแบบที่สี่เข้ามาด้วย นั่นก็คือปมเลขแปดที่มีการบิดเกลียวแบบพิเศษ ระบบการบันทึกตัวเลขลงไปในปมเชือกของพวกเขาก็ทำได้ไม่ยาก และถอดรหัสได้ไม่ยากเช่นกัน โดยที่เชือกแต่ละเส้นนั้นจะมีการวางตำแหน่งของปมเชือกโดยเว้นระยะห่างเป็นช่วงๆ บ่งบอกถึงหลักของตัวเลขว่าเป็นหลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อยหรือหลักพัน ซึ่งการเพิ่มจำนวนตัวเลขก็จะแสดงออกด้วยการเพิ่มจำนวน “ปม” เข้าไป ณ บริเวณหลักนั้นๆ ในเส้นเชือก เช่นปมอย่างง่ายสามปมในหลักสิบก็หมายถึงเลข 30 หรือปมอย่างง่าย 8 ปมในหลักร้อยก็คือเลข 800 ง่ายใช่ไหมล่ะ?

ด้วยว่าระบบปมเชือกคิปูของชาวอินคาแสดงจำนวนตัวเลข นักวิชาการจึงตีความว่ามันน่าจะทำหน้าที่เสมือน “บัญชี” รายการสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนปศุสัตว์ สินค้าและเครื่องบรรณาการต่างๆ ที่พวกเขาได้รับมาจากดินแดนอื่น แต่บางครั้งปมเชือกปริศนานี้ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลขอย่างที่เคยเข้าใจกันเสมอไป เพราะเป็นไปได้ว่ามันอาจจะสื่อถึงชื่อของ “สถานที่” บางแห่งในประเทศเปรูด้วยเป็นได้


ตัวอย่างการบวกเลขในระบบปมเชือกคิปูของชาวอินคา แสดงให้เห็นว่าพวกเขาใช้ระบบเลขฐานสิบ ที่มาของภาพ

นอกจากนั้นยังมีการตั้งทฤษฎีกันว่าบางทีชาวอินคาอาจจะบันทึกระบบการ “ออกเสียง” เอาไว้ในปมเชือกของพวกเขาด้วย ทำให้ระบบปมเชือกคิปูก็อาจจะไม่ได้เป็นเพียงแค่บัญชีสินค้าของชาวอินคาเท่านั้น แต่มันอาจจะเป็นถึง “ภาษา” ของพวกเขาเลยทีเดียว แนวคิดนี้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่ได้รับการเปิดเผยในประเทศอิตาลีเมื่อปี ค.ศ. 1996 สมมติฐานก็คือรหัสปมเชือกคิปูนี้ อาจจะใช้บันทึกภาษาพูดของชาวอินคาเอาไว้ด้วยนั่นเอง ถึงแม้ว่าในทุกวันนี้นักวิชาการส่วนใหญ่จะยอมรับตรงกันว่า ภาษาที่ถอดรหัสออกมาได้จากปมเชือกคิปูนี้จะไม่ได้สอดคล้องกันโดยตรงกับภาษาเกชัว แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มันอาจจะเคยใช้บันทึกภาษาพูดของชาวอินคาเอาไว้จริงๆ ก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างนั้นนักวิชาการทางด้านภาษาก็ยังไม่ยอมรับว่า ระบบการออกเสียงที่ซุกซ่อนอยู่ในปมเชือกคิปูนี้จะสื่อถึงระบบ “การเขียน” ที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับภาษาโบราณอื่นๆ ในปัจจุบันนักวิชาการยังคงพยายามตีความ “คิปู” ของชาวอินคากันอย่างขะมักเขม้น และเมื่อปลายปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาว่า นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสามารถเข้าใจความหมายในปมเชือกได้เพิ่มเติมแล้ว นั่นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้นี้ นักโบราณคดีอาจจะเข้าใจชาวอินคาได้ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://khipukamayuq.fas.harvard.edu
Website: http://www.ancientscripts.com/quipu.html Website: https://www.ancient.eu/Quipu
Website: http://www.ancient-origins.net/news-history-archaeology/archaeologists-uncover-ancient-mathematical-devices-inca-peru-001794
Website: http://www.ancientpages.com/2017/12/27/secrets-quipu-ancient-inca-message-decoded-student/
Website: http://www-history.mcs.st-and.ac.uk/HistTopics/Inca_mathematics.htm