Oriental World

เปิดปมรักซุนยัตเซ็น

เมื่อพูดถึง ดร.ซุนยัตเซ็น หรือ ซุนจงซาน 孙中山 เราๆ ท่านๆ จะนึกถึงภาพของ “บิดาประเทศ 国父” มหาบุรุษผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยในประเทศจีน และเมื่อพูดถึงคู่สมรสของซุนยัตเซ็น ที่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการมีเพียง 2 คน หนึ่ง คือคู่สมรสที่พ่อแม่จัดหาให้ ได้แก่ หลูมู่เจิน 卢慕贞 สองคือ
ซ่งชิงหลิง 宋庆龄 หนึ่งในสามสาวสกุลซ่งอันลือเลื่อง

หลูมู่เจิน ภริยาคนแรกของซุนยัตเซ็น ที่มาของภาพ 

หลูมู่เจินนั้นเป็นลูกสาวพ่อค้าที่มีอายุน้อยกว่าซุนหนึ่งปี เธอมีลูกชายลูกสาวกับซุนยัตเซ็นสามคน
ค.ศ. 1912 เมื่อจีนก่อตั้งสาธารณรัฐ ซุนยัตเซ็นก้าวขึ้นเป็นผู้นำ หลูมู่เจินมีโอกาสลิ้มลองบทบาทสตรีหมายเลขหนึ่งอยู่เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ไม่นาน บทบาทของเธอก็ค่อยๆ หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
ว่ากันว่าเพราะหลูมู่เจินไม่ได้มีบุคลิกที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายอย่างซุนยัตเซ็นที่ต่อสู้ทางการเมืองไม่หยุดหย่อน ส่วนตัวหลูมู่เจินชอบจะเป็นแค่หลังบ้านที่อยู่แต่เหย้าเลี้ยงดูลูก ซ่งชิงหลิงจึงก้าวเข้ามาแทนที่
เพราะแม้ซ่งชิงหลิงจะมีอายุน้อยกว่าซุนยัตเซ็นถึงยี่สิบเจ็ดปี และแม้พ่อของซ่งชิงหลิงที่เป็นเพื่อนกับ
ซุนยัตเซ็นจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ แต่ซ่งชิงหลิงก็ดูะเป็นสตรีที่เหมาะจะยืนอยู่คู่กับซุนยัตเซ็น
งานนี้หลูมู่เจินจึงต้องยอมเปิดทางให้ หลูมู่เจินหย่ากับซุนยัตเซ็นแล้วย้ายไปอยู่มาเก๊าจนถึงบั้นปลายของชีวิต


ซ่งชิงหลิงในวัยสาว ที่มาของภาพ 

แต่ก่อนจะมีซ่งชิงหลิง นักต่อสู้กู้ชาติอย่างดร.ซุนยัตเซ็นที่เดินทางเคลื่อนไหวเพื่อปลุกกระแสปฏิวัติจีนอยู่นั้น ก็ใช่จะไร้คนเคียงกาย ข้างกายเขามี เฉินชุ่ยเฟิน 陈粹芬 สาวฮกเกี้ยนที่เกิดในฮ่องกง เธอได้พบกับ
ซุนยัตเซ็นเมื่อตอนปี 1892 จากนั้นก็ติดตามซุนยัตเซ็นต่อสู้กู้ชาติมาโดยตลอด เป็นคู่ทุกข์คู่ยากอีกคนของ
ซุนยัตเซ็นจนกระทั่งซ่งชิงหลิงเข้ามา เฉินชุ่ยเฟินก็จำต้องหลีกทางเช่นกัน ต่อมาเฉินชุ่ยเฟินไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกงจนเสียชีวิตลงในปี 1960 ด้วยความสนิทสนมกับบ้านตระกูลซุน และความรักใคร่ดุจพี่สาวน้องสาวของเฉินชุ่ยเฟินและหลูมู่เจินภรรยาคนแรกของซุนยัตเซ็น เมื่อเฉินชุ่ยเฟินเสียชีวิตลง คนในตระกูลซุน ยังนับเธอเป็น “อนุ” ของซุนยัตเซ็น

แต่นอกจากหลูมู่เจิน เฉินชุ่ยเฟิน และซ่งชิงหลิง สตรีชาวจีนทั้งสามนางที่กล่าวมาแล้ว น้อยคนจะรู้ว่า
ซุนยัตเซ็นยังมีภริยาเป็นชาวญี่ปุ่น

ดร.ซุนยัตเซ็น และ โอสึกิ คาโอรุ ที่มาของภาพ

ในปี 1898 ซุนยัตเซ็นอยู่ที่โยโกฮาม่า ที่นี่เองที่เขาได้พบกับเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นอายุ 11 คนหนึ่ง เวลานั้น
ซุนยัตเซ็นพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโยโกฮาม่า เขาอาศัยอยู่ที่ชั้นล่าง ส่วนที่ชั้นสองมีครอบครัวชาวญี่ปุ่นอีกครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ วันหนึ่งลูกสาวของครอบครัวชาวญี่ปุ่นทำแจกันตกแตก น้ำที่หกจากแจกัน
ไหลซึมไปถึงห้องชั้นล่างที่ซุนยัตเซ็นพักอยู่ เด็กสาวลงมาขอโทษขอโพยซุนยัตเซ็น และนั่นเป็นครั้งแรกที่
ซุนยัตเซ็นในวัย 32 ปี ได้พบกับ โอสึกิ คาโอรุ 大月薰 เด็กหญิงวัย 11 ปี เพียงแรกพบซุนยัตเซ็นก็ถูกชะตากับเด็กหญิง

ปี 1901 ซุนยัตเซ็นขอแต่งงานกับคาโอรุ แต่ด้วยอายุที่ห่างกันมาก ทำให้พ่อของคาโอรุยังไม่อาจทำใจยกลูกสาวให้ได้ แต่ที่สุดในปีต่อมา ซุนยัตเซ็นก็ได้แต่งงานกับคาโอรุสมใจ ในเวลานั้นซุนยัตเซ็นอายุ 37 ปี ส่วนคาโอรุอายุ 14 (จะว่าไปดูเหมือน ดร. ซุนยัตเซ็นของเราจะนิยมเอ๊าะๆ อยู่ไม่น้อย)

แต่ก่อนที่ซุนจะแต่งงานกับคาโอรุ ซุนยัตเซ็นก็ได้สาวใช้ชาวญี่ปุ่นชื่อ ฮารุ อาซาดะเป็นเมีย ตัวของอาซาดะนั้นอ่อนกว่าซุนยัตเซ็น 16 ปี อาซาดะอายุสั้นเสียชีวิตลงก่อนที่ซุนยัตเซ็นจะแต่งกับคาโอรุ


เปรียบเทียบเค้าหน้าซุนยัตเซ็น และลูกสาวชาวญี่ปุ่น ฟูมิโกะ ที่มาของภาพ

วันที่ 12 เดือนพฤษภาคม 1906 พยานรักระหว่างซุนยัตเซ็นและคาโอรุก็ถือกำเนิดขึ้น เป็นทารกหญิงนาม ฟูมิโกะ 富美子ทว่าเวลานั้น ดร.ซุนยัตเซ็นไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว ฟูมิโกะจึงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่ออีกเลย เมื่อคาโอรุแต่งงานใหม่ ฟูมิโกะก็ไม่เคยรู้สถานะที่แท้จริงของตัวเองว่าเป็นถึงลูกสาวของ “บิดาชาติจีน”
จนหลังๆ แล้วคาโอรุถึงยอมเปิดเผยเรื่องนี้กับฟูมิโกะ

คาโอรุเสียชีวิตลงในปี 1970 ด้วยอายุ 82 ปี

เมื่อนับดูแล้ว เรียกได้ว่า ดร.ซุนยัตเซ็น “นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่” ยังเป็น “นักรักผู้ยิ่งยงอีกด้วย”