Armies Weapons and Warfare

ทาเคโอะ โยชิกาว่า ผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะของกองทัพเรือญี่ปุ่นที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์

หากเอ่ยชื่อของ ทาเคโอะ โยชิกาว่า ในเรื่องราวของสมรภูมิแปซิฟิกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูในทำเนียบของนายพล นักบิน หรือกัปตันเรือ ซึ่งเขาไม่ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งเหล่านี้เลยในกองทัพญี่ปุ่น ทว่าชายคนนี้กลับมีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อชัยชนะของกองทัพเรือญี่ปุ่นในการโจมตีฐานทัพเรืออเมริกันที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 เขาเป็นใครและทำอะไร? นี่คือเรื่องราวของ
ชายผู้นี้

ทาเคโอะ โยชิกาว่า เกิดในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1914 ในยุคที่จักรวรรดิญี่ปุ่นกำลังแผ่แสนยานุภาพออกไปนอกเกาะของตน ชนชาติญี่ปุ่นในตอนนั้น เป็นที่น่าเกรงขามแก่ชาติตะวันตกเป็นอย่างมาก การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างรวดเร็ว นำพาแดนอาทิตย์อุทัยนี้ก้าวกระโดดทัดเทียมนานาอารยะประเทศ
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วโลกในตอนนั้น คือชัยชนะของกองทัพเรือญี่ปุ่นต่อกองเรือรบของจักรวรรดิรัสเซีย ในยุทธนาวีที่ช่องแคบทสึชิม่าเมื่อปี ค.ศ. 1905 ซึ่งทำให้กองทัพเรือญี่ปุ่นอวดศักดา
นาวิกานุภาพของตนเองออกไปทั่วโลก


ทาเคโอะ โยชิกาว่า ที่มาของภาพ

โยชิกาว่าก็เหมือนเด็กผู้ชายนับล้านที่เกิดมาในยุคนั้น สภาพสังคมและนโยบายของชาติ ทำให้อาชีพทหารคือสิ่งที่เด็กผู้ชายทุกคนต่างใฝ่ฝัน เขาสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนนายเรือ ในปี ค.ศ. 1933 โดยมีผลการสอบเข้าเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น นักเรียนนายเรืออนาคตไกลคนนี้ ยังได้ร่วมฝึกบนเรือลาดตระเวนอะซามะ อีกด้วย วิทยาการด้านอากาศยานเข้ามามีส่วนร่วมในการรบทางทะเล เมื่อกองทัพเรือญี่ปุ่นจัดตั้งกองบินนาวีขึ้นมา ก็มีการพัฒนาบุคลากรและสร้างอากาศยานขึ้นมาเพื่อใช้งานในกองทัพอย่างต่อเนื่อง โยชิกาว่าเองก็มีความต้องการจะเป็นทั้งลูกน้ำเค็มและลูกทัพฟ้า พร้อมๆ กันอยู่แล้วตามความใฝ่ฝัน เขาจึงสมัครเข้าอบรมเป็นนักบินนาวีในปี ค.ศ. 1934

แต่โชคชะตาของเด็กหนุ่มคนนี้ก็พลิกผัน เมื่อในระหว่างที่เขากำลังฝึกอบรมเป็นนักบินนาวีอยู่นั้น เขาป่วยเป็นโรคกระเพาะอย่างรุนแรง เขาพยายามอดทนอดกลั้น และฝืนเรียนต่อไปให้ได้ แต่อาการที่เขาเป็นอยู่กลับหนักลงเรื่อยๆ จนทำให้เขาไม่สามารถจบการฝึกอบรมได้ เขาถูกส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการของโรคที่เขาเป็นอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษาและพักฟื้น มันจึงกระทบต่อการเรียนและการทำงานของเขา โรคชนิดนี้ เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ มันจะรบกวนการใช้ชีวิตของเขา และจะเป็นอุปสรรคอย่างมากในการปฏิบัติราชการทหารต่อไปในอนาคต จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1936 โยชิกาว่าจึงถูกปลดออกจากกองทัพเรือ


เรือประจัญบานลำต่างๆ ของกองทัพเรืออเมริกันที่ถูกโจมตีที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ที่มาของภาพ

มันคือความผิดหวัง และน่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง อนาคตของเขาต้องมาดับวูบลงเพียงเพราะสังขารในร่างการไม่เอื้ออำนวย เขาเศร้าโศกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมากและพยายามที่จะฆ่าตัวตาย แต่ครอบครัวกับญาติๆ ต่างห้ามปราบและคอยปลอบประโลมเขาเอาไว้ แม้วันนี้การรับใช้ชาติของเขาอาจจะไม่ใช่การเป็นทหาร แต่สักวันหนึ่งเมื่อชาติต้องการ เขาอาจจะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็เป็นได้ ซึ่งมันก็เป็นความจริงในที่สุด เพราะกองทัพเรือเรียกเขากลับเขารับราชการใหม่อีกครั้ง ในตำแหน่งนายทหารการข่าวกองทัพเรือ โดยมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวกรองกองทัพเรือของชาติต่างๆ ซึ่งตัวเขาทำหน้าที่รับผิดชอบในการหาข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาและกองทัพเรืออังกฤษ

เมื่อญี่ปุ่นเข้าร่วมเป็นชาติอักษะกับเยอรมนี และอิตาลี ทั้ง 3 ชาติมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางทหารระหว่างกันและกันเสมอ นั่นจึงทำให้โยชิกาว่ามีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองกองทัพเยอรมันหรือ แอบแวร์ (Abwehr) ทำให้เขาได้รู้จักเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกองทัพเยอรมัน เบอร์นาด คืน ทั้งสองร่วมทำงานใกล้ชิดกันมาโดยตลอด เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดฉากขึ้นในยุโรป ตอนนั้นญี่ปุ่นยังไม่ได้ประกาศสงครามกับอังกฤษ กองทัพเยอรมันได้รับประโยชน์อย่างมากจากข่าวกรองต่างๆ ที่ทางกองทัพญี่ปุ่นส่งมาให้ ข่าวกรองเหล่านี้แจ้งเกี่ยวกับกองเรือของอังกฤษและเครือจักรภพในดินแดนอาณานิคมเอเชีย

ภาพถ่ายจากเครื่องบินรบญี่ปุ่นแสดงให้เห็นแถวของเรือประจัญบานที่จอดทอดสมอต่อกันกำลังถูกโจมตี ที่มาของภาพ

โยชิกาว่าก็มีส่วนในผลงานเพื่อช่วยมิตรเยอรมัน ครั้งหนึ่งในขณะที่เขาและลูกทีมกำลังดักฟังการส่งข่าวทางวิทยุของกองเรือสินค้าที่กำลังแล่นไปอังกฤษ โดยเขาสามารถดักจับสัญญาณวิทยุของกองเรือลำเลียงสินค้าของอังกฤษ ซึ่งเป็นขบวนเรือขนาดใหญ่มีเรือสินค้าจำนวนถึง 17 ลำ สัญญาณถูกส่งมาใกล้ๆ กับเมืองฟรีทาวน์ ในแอฟริกาตะวันตก เขารีบส่งข้อมูลนี้ไปให้ฝ่ายเยอรมันทันที กองเรืออูของเยอรมันจึงถูกระดมมาเพื่อล่าทำลายกองเรือของอังกฤษครั้งนี้โดยเฉพาะ เรือสินค้าของอังกฤษหลายลำถูกจม แต่มีบางส่วนหนีรอดไปได้ มันเป็นชัยชนะของกองทัพเรือเยอรมันที่มาจากมิตรแดนไกลอย่างญี่ปุ่น ผู้นำเยอรมัน
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ส่งหนังสือขอบคุณเป็นการส่วนตัวมอบให้กับโยชิกาว่า ที่ช่วยสนับสนุนความสำเร็จของชัยชนะครั้งนี้อีกด้วย

ภาพถ่ายอาคารแห่งหนึ่งบนเกาะฟอร์ดในบริเวณเพิร์ล ฮาร์เบอร์โดนไฟไหม้เป็นผลจากการโจมตีของญี่ปุ่น ที่มาของภาพ

ในปี ค.ศ. 1940 โยชิกาว่า กลายมาเป็นนักการทูตอาวุโสในกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อปลอมคือ ทาดาชิ โมริมูระ เขาเดินทางไปหมู่เกาะฮาวายของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1941 แต่แท้จริงแล้วเขามีภารกิจสำคัญของกองทัพเรือ นั่นคือภารกิจรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ บริเวณฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ เขาเช่าอพาร์ตเม้นต์สองชั้นที่สามารถมองเห็นอ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ และมักจะเดินเที่ยวไปรอบๆ เกาะโออาฮู พร้อมกับจดบันทึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝูงบินรบและมาตรการรักษาความปลอดภัย เขาเช่าเครื่องบินขนาดเล็กจากสนามบินจอห์น รอดเจอร์ (John Rodgers) บินรอบๆ เกาะเพื่อสังเกตสถานที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่งของอเมริกัน รวมถึงดำน้ำใต้ท่าเรือเพื่อพิสูจน์หาความลึกในบริเวณต่างๆ รอบท่าเรือด้วยตัวเขาเอง นอกจากนี้เขายังรวบรวมข้อมูลด้วยการนำเรือเล็กทำทีออกไป
ตกปลาเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ รวมถึงการฟังข่าวซุบซิบในท้องถิ่น

ข้อมูลทุกอย่างที่เขารวบรวมได้ ถูกส่งไปยังหน่วยข่าวกรองกองทัพเรือญี่ปุ่น มันกลายเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมแผนการโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ ด้วยความอุตสาหะของเขา จึงสามารถแบ่งเพิร์ล ฮาร์เบอร์
ออกเป็น 5 โซน เขายังระบุตำแหน่งรวมถึงจำนวนเรือรบและ "พล็อต" ตำแหน่งลงในแผนที่ของท่าเรือ เมื่อเขาได้รับรหัสวิทยุที่ถูกส่งมาว่า "ลมฝนตะวันออก" ในวิทยุคลื่นสั้น ซึ่งนำข่าวมาจากกรุงโตเกียว มันส่งสัญญาณการโจมตีฐานทัพเรืออเมริกาในครั้งนี้ โยชิกาว่าทราบดีว่าจากนี้ชะตากรรมของคนญี่ปุ่นกว่า 160,000 คน ในหมู่เกาะฮาวายจะต้องเปลี่ยนไป เพราะพวกเขากำลังจะกลายเป็นพลเมืองของชนชาติศัตรูในไม่ช้า และคงต้องถูกจับถูกควบคุมตัว รวมถึงถูกสอบปากคำและค้นหาหลักฐานต่างๆ เป็นแน่ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงทำลายอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลต่างๆ แผนที่ กล้องส่องทางไกล สมุดบันทึก ทุกๆ อย่างถูกทำลายทิ้งอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เขาสามารถจัดการทุกอย่างได้ก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น และเป็นไปตามที่คาดการณ์ ชาวญี่ปุ่นทั้งหมดถูกจับและควบคุมตัว แน่นอนว่าโยชิกาว่าคือหนึ่งในนั้น

ภาพวาดแสดงให้เห็นฝูงบินรบญี่ปุ่นกำลังดำดิ่งลงมาทิ้งระเบิด ที่มาของภาพ

แต่ในที่สุด เขาก็ได้เดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1942 ในข้อตกลงการ
แลกเปลี่ยนนักการทูตของอเมริกันและญี่ปุ่น ที่ต่างฝ่ายต่างควบคุมตัวไว้ และยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาคือสายลับญี่ปุ่น ที่มีส่วนสำคัญในการเปิดฉากการโจมตีฐานทัพเรืออเมริกัน อันนำไปสู่สงครามแปซิฟิกที่จะยืดเยื้อทรมานชาวญี่ปุ่นไปอีกกว่า 4 ปี โยชิกาว่ายังคงทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองกองทัพเรือญี่ปุ่นในช่วงที่เหลือของสงคราม เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นถูกยึดครองโดยกองกำลังสหรัฐอเมริกา เขาก็หลบซ่อนตัวเพราะกังวลการตามล้างแค้นของฝ่ายอเมริกัน จากการที่เขามีส่วนสำคัญในการรวบรวมข้อมูลการโจมตี
เพิร์ล ฮาร์เบอร์

ในปี ค.ศ. 1955 เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและทำธุรกิจขายขนม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อเวลาผ่านไป เขามักจะนำเรื่องราวที่ตนเองเคยทำหน้าที่ในช่วงสงคราม บอกเล่าให้คนรอบข้างฟัง มันกลับทำให้ใครต่อใครด่าทอเขาว่าเป็นต้นเหตุที่นำระเบิดนิวเคลียร์มาทิ้งที่ญี่ปุ่น โยชิกาว่ายังโชคดีที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวหลังสงคราม เขาเปลี่ยนไปทำธุรกิจขายประกัน ใช้ชีวิตวัยชราในบ้านพักคนชรา และเสียชีวิตที่นั่นใน
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1993 ด้วยวัย 78 ปี


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Takeo_Yoshikawa
Website : https://ww2db.com/person_bio.php?person_id=534
Website : http://www.historynet.com/the-spy-who-doomed-pearl-harbor.htm
Website : http://turtledove.wikia.com/wiki/Takeo_Yoshikawa
Website : http://www.thehistoryreader.com/military-history/takeo-yoshikawa/