Oriental World

ช่างตัดกี่เพ้ากับมาดามเจียงไคเช็ค

เมื่อพูดถึงอีเมลดา มาร์กอส อดีตสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์ ผู้คนย่อมต้องนึกถึงรองเท้าราคาแพงระยับนับร้อยๆ คู่ที่เธอสะสม จะมีกี่คนที่รู้ว่า ก่อนหน้าอีเมลดา มาร์กอส มีสตรีหมายเลข 1 อีกคนหนึ่งของโลกที่คลั่งไคล้สิ่งหนึ่งจนมีสะสมไว้นับร้อยนับพัน เธอผู้นั้นคือ ซ่งเหม่ยหลิง คู่สมรสของเจียงไคเช็ค สิ่งที่เธอสะสมเอาไว้ คือ กี่เพ้า!!!

กี่เพ้า หรือ ฉีผาว 旗袍 เดิมหมายถึงชุดคลุมยาวของพวกชาวกองธงแมนจู แต่ชุดกี่เพ้าเข้ารูปที่เราคุ้นตากันนั้นเพิ่งมีขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ในช่วงทศวรรษที่ 1920’s นี่เอง

จางไอ้หลิง 张爱玲 ประพันธกรผู้เลื่องชื่อของจีนสมัยใหม่เคยกล่าวไว้ว่า

“มีสองสิ่งที่สตรีพึงเก็บรักษา หนึ่งคือกำไลหยก สองคือกี่เพ้า”

“女人一生最该收藏的两样东西,一是玉镯,一是旗袍。”


ซ่งเหม่ยหลิง ที่มาของภาพ

ซ่งเหม่ยหลิง 宋美龄 น้องนุชคนสุดท้องของสามสาวสกุลซ่ง เธอได้แต่งงานอยู่กินกับเจียงไคเช็ค และกลายเป็นสตรีหมายเลข 1 ที่มีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์จีนยุคใกล้ ซ่งเหม่ยหลิงแม้จะได้รับการศึกษามาจากต่างประเทศ แต่เธอกลับหลงใหลในชุดกี่เพ้า รูปถ่ายแทบจะร้อยทั้งร้อยของซ่งเหม่ยหลิง
เธอจะปรากฏกายภายใต้ชุดกี่เพ้าเสมอ มีคนสันนิษฐานว่า ซ่งเหม่ยหลิงน่าจะมีกี่เพ้านับพันชุดในตู้เสื้อผ้า

แล้วใครกันเล่า ที่คอยตัดเย็บกี่เพ้าให้กับซ่งเหม่ยหลิง สุภาพสตรีหมายเลข 1

ณ ตรอกแคบๆ แห่งหนึ่งในนครนานจิงมีร้านตัดเสื้อผ้าอยู่ร้านหนึ่ง มาดามซ่งมักมาให้ช่างที่นี่ตัดเย็บกี่เพ้าให้เสมอ ถึงที่สุดจึงเชิญเขาให้ทิ้งอาชีพคนตัดเย็บในซอยเล็กๆ มาเป็นดีไซเนอร์ ช่างตัดชุดประจำตัวของสตรีหมายเลข 1 เขาผู้นั้นคือ

จางรุ่ยเซียง 张瑞香
จางรุ่ยเซียง พื้นเพเป็นคนหูเป่ย ก่อนจะมาประกอบอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อผ้าที่นานจิง ที่นี่เองที่ฝีมือ
ตัดเย็บกี่เพ้าของเขาไปเข้าตาซ่งเหม่ยหลิง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศจีนในเวลานั้น จนทำให้ช่างตัดเสื้อผ้าธรรมดา กลายเป็น “ช่างตัดกี่เพ้าประจำทำเนียบรัฐบาล”

แต่อย่าคิดว่า การได้เลื่อนชั้นครั้งนี้จะทำให้ชีวิตจางรุ่ยเซียงสบายขึ้น ที่ไหนได้ เขากลับต้องทำงานหนักกว่าเดิม ว่ากันว่า หนึ่งปี 365 วัน เขามีวันหยุดเพียงวันเดียวคือ วันตรุษจีน นอกนั้นทั้ง 364 วัน ชีวิตจางรุ่ยเซียง คือ “กี่เพ้า”



จางรุ่ยเซียงนั้น รู้จักสัดส่วนของมาดามเจียงไคเช็คผู้นี้เป็นอย่างดี เขาจึงสามารถผลิตกี่เพ้าให้เธอได้ตลอดเวลา และที่น่าแปลกใจคือ ทรวดทรงองค์เอวของซ่งเหม่ยหลิงนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรเลย เธอจึงสวมกี่เพ้าของจางรุ่ยเซียงได้ทุกชุด

แต่ไม่ใช่ทุกชุดที่จางรุ่ยเซียงตัด ซ่งเหม่ยหลิงจะใส่!!!

นี่ไม่ใช่เพราะ “ไม่ถูกใจ” แต่เป็นเพราะ “ไม่มีเวลา”



ทุกครั้งที่จางรุ่ยเซียงตัดเย็บกี่เพ้าให้ซ่งเหม่ยหลิงเสร็จ เขามักนำมันไปเสนอกับซ่งเหม่ยหลิงด้วยความภูมิอกภูมิใจ ซ่งเหม่ยหลิงนั้นได้แต่มองดูมันด้วยสายตาที่ชื่นชม จากนั้นก็ให้คนนำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า

จางรุ่ยเซียง ใช้เวลาตัดเย็บกี่เพ้าหนึ่งชุด 2 - 3 วัน ก็แล้วเสร็จ เขาทำงานปีละ 364 วัน ลองคิดดูว่า
จะมีกี่เพ้าอยู่ในตู้เสื้อผ้าของซ่งเหม่ยหลิงมากน้อยขนาดไหน

กี่เพ้าไม่เคยห่างกายซ่งเหม่ยหลิง จางเซียงรุ่ยก็ไม่เคยห่างไกลจากเธอเช่นเดียวกัน

เมื่อเกิดสงครามต่อต้านญี่ปุ่น รัฐบาลกว๋อหมินตั่งจำต้องอพยพจากนานจิงไปฉงชิ่งจางรุ่ยเซียงก็ตามมาดามเจียงไคเช็คไปด้วย


เจียงไคเช็คและมาดาม ที่มาของภาพ

เมื่อซ่งเหม่ยหลิงต้องเดินทางไปรักษาตัวที่อเมริกา จางรุ่ยเซียงก็อยู่กับเธอไม่ห่าง

เมื่อเจียงไคเช็คพ่ายแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน จนต้องทิ้งมาตุภูมิ อพยพไปไต้หวัน จางรุ่ยเซียงก็ติดตามมาดามเจียงไคเช็คข้ามน้ำข้ามทะเล ทิ้งแผ่นดินแม่ไปไต้หวันด้วย

เมื่อจางรุ่ยเซียงมาอยู่ที่ไต้หวัน แม้จะเป็นช่างตัดเสื้อผ้าคนโปรดของสตรีหมายเลขหนึ่ง แต่เขาก็ใช้ชีวิต
เรียบง่าย สมถะ เงินทองหรือสินน้ำใจที่ซ่งเหม่ยหลิงมอบให้เขา เขาก็ให้ภรรยาเก็บไว้จนหมด


ซ่งเหม่ยหลิงและเจียงไคเช็ค ที่มาของภาพ

เมื่อมาอยู่ที่ไทเป ไต้หวัน เขาก็รวบรวมเงินได้ประมาณหนึ่ง แล้วซื้อบ้านไว้ที่อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน ชานเมืองไทเป ให้ครอบครัวเปิดร้านทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ

ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อจางรุ่ยเซียงป่วยหนัก เขายังคงกล่าวว่า

“ต้องขอโทษท่านฮูหยินจริงๆ ยังมีกี่เพ้าที่ตัดไม่เสร็จค้างอยู่”
对不起老夫人,还有旗袍没有做完