Oriental World

จดหมายจากเจ้าชายในดงปฏิวัติกับพุ่มสกี้ ผู้เป็นแรงบันดาลใจนักรบในนิยาย

เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ผมได้อ่านลายพระหัตถ์ (จดหมาย) ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ที่เก็บรักษาไว้ที่หอสมุดบริติช (British Library) มีฉบับหนึ่งน่าสนใจมาก ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน ร.ศ. 124 ทรงเขียนที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มาถึงพระราชบิดา คือพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เมืองสยาม ขณะนั้นสมเด็จฯ เจ้าฟ้า ทรงศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก ประเทศรัสเซีย

ลายพระหัตถ์ฉบับนี้ทรงสรุปเหตุการณ์การปฏิวัติรัสเซีย เมื่อปี 1905 (Revolution of 1905)
ให้พระราชบิดาทรงอ่านทรงเล่าง่ายๆ ตรงไปตรงมาว่า ใครกำลังทำอะไร ต้องการอะไร ทรงเล่าว่า


ภาพถ่ายนายพุ่มกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เมื่อครั้งทรงเป็นนายทหารที่รัสเซีย

"... ที่นี่เกิดมีพวกชั้นคนมีความรู้ หรือเรียกตามภาษาอังกฤษว่าพวก intellectual เกิดร้องว่า การงานในฝ่ายเมืองเดินไม่สะดวก เพราะพวกข้าราชการทำการเหลวไหล ทำโดยลำพังใจ คิดถึงแต่ตน
แปลพระราชโองการต่างๆ กฎหมายต่างๆ เล่นตามใจ และอื่นๆ ไม่มีใครดูแลกำกับ (control) ได้เลย ..."

พวกปัญญาชนจึงปลุกระดมแรงงาน นัดหยุดงาน รัฐบาลทำการจับขังและกดขี่พวกปัญญาชนมาก
แต่ทว่า "...

พวก intellectual ไม่ยอมแพ้ กระทำการต่างๆ แรงมากขึ้นทุกที รัฐบาลไม่มีอำนาจพอที่จะจัดการได้
เพราะคนโดยมากพากันไปเห็นด้วยกับพวก intellectual ว่ารัฐบาลหมดปัญญา ..."

ในที่สุดรัฐบาลพระเจ้าซาร์จึงต้องยอมสละอำนาจบางส่วน เปิดให้มีรัฐสภา หรือ ดูมา

"... แต่ปาร์ลิแมนต์นั้น เลือกเอาแต่คนที่รัฐบาลไว้ใจ คือพวกที่มีเงินมากๆ" และยังปิดทางไม่ให้พวกปัญญาชนมาร่วมในสภา ทำให้เกิดความวุ่นวายต่อไป กระทั่ง

"ขอ guarantees ต่างๆ ตามที่ในเมืองยุโรปมีทุกแห่ง คือ guarantees of personal freedom, freedom of speech, of conscience, of meeting, of press ... ถือสาสนาใดก็ได้ แลเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้"
(สะกดตามต้นฉบับ)


ภาพประชาชนชาวรัสเซียมุงดูการเผาสัญลักษณ์ของระบอบราชาธิปไตย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1917 ที่มาของภาพ 

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าทรงเล่าในท้ายลายพระหัตถ์ว่า เหตุการณ์รุนแรงขึ้น กระทั่งประชาชนแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่าย "ราษฎรถือธงของเมือง มีพระรูปเอมเปรอเที่ยวเดินร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือสวดมนต์ถวายเอมเปรอต่างๆ" กับอีกฝ่าย คือ "นักเรียนคนทำงาน ถือธงแดง (ธงของพวก socialists) เที่ยวร้องติรัฐบาลอีก ขอให้มีริปับลิกอะไรต่างๆ"

การปฏิวัติปี 1905 หรือ Revolution of 1905 เป็นชนวนให้เกิด February Revolution หรือการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ในปี 1917 รัสเซียเปลี่ยนจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็น "ริปับลิก" และสู่ระบอบโซเวียตในเวลาต่อมา แต่สมเด็จฯ เจ้าฟ้า ทรงเสด็จกลับสยามไปนานแล้ว เหลือแต่พระสหายร่วมโรงเรียนนายร้อย คือ พุ่ม สาคร นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเรียนจบแล้วเข้ารับราชการทหาร และโอนสัญชาติเป็นรัสเซีย มีชื่อว่า นิโคลัย พุ่มสกี้ (Nikolai Pumsky) โดยไม่กลับบ้านตามสมเด็จฯ เจ้าฟ้า

ต่อมานายพุ่มเปลี่ยนไปรับศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์รัสเซีย โดยมีพระเจ้าซาร์ หรือจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ทรงเป็นพ่อทูนหัวให้ และรับพุ่มเข้าเป็นนายทหารฮุสซาร์ราชองครักษ์ จึงไม่น่าแปลกใจที่นายพุ่มจะภักดีกับราชวงศ์รัสเซียเป็นอย่างมาก

หลังเกิด February Revolution พุ่มสกี้ รบให้กับฝ่ายรัสเซียขาว (White Guard) เมื่อแพ้รัสเซียแดง
(บอลเชวิก) ก็ไม่ถูกปลดจากราชการ เพราะนายทหารชั้นผู้น้อยช่วยกันเลือกท่านเป็นผู้บัญชาการในระบอบใหม่ต่อไป แต่ท่านภักดีกับพระเจ้าซาร์จึงไม่ยอมรับ และหนีออกจากประเทศรัสเซียไปที่ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาได้พำนักกับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ


ภาพถ่ายของมิคาอิล บุลกาคอฟ นักเขียนชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในยุคปฏิวัติและยุคโซเวียต ผู้ที่น่าจะได้รับแรงบันดาลใจ
เรื่องนายพุ่ม มาแต่งเป็นตัวละครชื่อนาย-ตูรส์
ที่มาของภาพ


เรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยจะทราบกันคือ ในนิยายเรื่อง The White Guard ของ มิคาอิล บุลกาคอฟ (Mikhail Bulgakov) นักเขียนชื่อดังชาวรัสเซียยุคโซเวียต มีตัวละครหนึ่งชื่อว่า นาย-ตูรส์ (Най-Турс) ซึ่งเป็นตัวแทนของนายทหารรัสเซียยุคราชาธิปไตย นักวิจารณ์บางคนเชื่อว่า บุลกาคอฟ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวของนายพุ่ม (Най-Пум) ผสมผสานกับคาแรกเตอร์ของนายทหารรัสเซียคนอื่นๆ
อีก 2 - 3 คน


นายพุ่ม (ซ้ายสุด) กับนายทหารและสุภาพสตรีชาวรัสเซีย

อนึ่ง พวกรัสเซียขาว (White Guard) เมื่อแพ้แล้วก็แตกกระสานซ่านเซ็น ลี้ภัยไปจีนก็มาก เช่นที่ฮาร์บิน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ต่อมาเป็นตัวละครหลักในนิยายของสด กูรมะโรหิต (นักเรียนเก่าจีน) คือเรื่อง "ปักกิ่งนครแห่งความหลัง" และ "เมื่อหิมะละลาย" เป็นเรื่องราวระหว่าง ระพินทร์ หนุ่มไทยกับ วารยา ราเนฟสกายา สตรีสูงศักดิ์ฝ่ายรัสเซียขาว

ตอนที่ผมศึกษาจดหมายของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ กับเรื่องราวของนายพุ่ม เป็นโอกาสครบรอบ 110 ของการปฏิวัติปี 1905 พอดี ตอนนั้นคิดว่า ถ้ามีใครสนใจทำเรื่องราวชีวิตของนายพุ่มเป็นนิยายเฉพาะของท่าน หรือเป็นภาพยนต์บ้างก็คงจะดี แต่นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว สงสัยต้องรอไปอีกนานแสนนาน

สำหรับผมแล้ว นายพุ่มกับชีวิตของเจ้าฟ้าในดงปฏิวัติรัสเซีย เป็นช่วงเวลาที่มีสีสันที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว