Oriental World

พิธีชูโด สายสัมพันธ์ร่วมเตียงของเด็กหนุ่มกับซามูไร


ที่มาของภาพ

ถ้าเคยชมภาพยนตร์ ซีรีย์ ที่เกี่ยวกับบรรดาซามูไรในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น อาจจะพบเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เป็นคนติดตามของพวกไดเมียวและซามูไร คอยถืออาวุธหรือเดินติดตามอยู่ข้างกาย ซึ่งเด็กรับใช้พวกนี้มักจะมีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกัน เช่น เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี ฉลาด พูดจาดี สุภาพ และมีปฏิภาณไหวพริบ เด็กหนุ่มเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นองครักษ์ในยามปกติเท่านั้น แต่ยังต้องติดตามรับใช้ไปจนถึงในสนามรบ จนกระทั่งร่วมเตียง หลับนอน ร่วมสัมพันธ์ด้วยกัน

แล้วการที่นักรบเพศชายคนหนึ่งจะร่วมสัมพันธ์กับอีกคนนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติในยุคสมัยโบราณ แต่กลับถือว่านี่คือการแสดงความรักและภักดีอย่างสูง ซึ่งในชนชั้นซามูไร มีพิธีกรรมที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพศชายนี้ แล้วยังแสดงถึงการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวสำหรับซามูไรด้วย เรียกว่า “พิธีชูโด”

วิถีชูโด เป็นจารีตของพวกซามูไร แต่ก็เป็นเรื่องของความสมัครใจเช่นกัน ทุกวันนี้มีการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีนี้ ก็พบว่า มันแฝงไปด้วยแนวคิดของ ความรัก และการส่งต่อจิตวิญญาณของนักรบไปสู่อีกคนหนึ่ง เมื่อซามูไรผู้หนึ่งมีความรักใคร่ต่อซามูไรหนุ่มรุ่นน้องของตน ก็จะสร้างสายสัมพันธ์ดังกล่าวขึ้น

สาเหตุที่ประเพณีนี้ได้สืบทอดต่อมานั้น อาจเพราะตั้งแต่สมัยคามาคุระเป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่นได้เข้าสู่ยุคที่ชนชั้นซามูไรขึ้นเป็นใหญ่ โชกุนได้ขึ้นมาปกครองบริหารประเทศแทนที่องค์จักรพรรดิ ต่อมาแคว้นต่างๆ
ได้เกิดกระด้างกระเดื่อง มีการสะสมกำลังทหาร ก่อสงครามระหว่างแคว้น ลักษณะเช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องมามากกว่า 500 ปี จนถึงสมัยเอโดะ เมื่อโทกุงาวะ อิเอยาสึ ได้รวมแผ่นดินสำเร็จ


ที่มาของภาพ

ในช่วงเวลาเหล่านั้น แต่ละแคว้นต่างก็ต้องการผู้มีความสามารถ สะสมนักรบเพื่อทำสงครามแทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บรรดาไดเมียวผู้ครองแคว้นหรือซามูไรผู้ครองปราสาทต่างก็ต้องรบทัพจับศึกด้วยตนเอง ชีวิตต้องอยู่ในความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกลอบสังหารและโดนวางยาพิษ ไม่สามารถไว้ใจได้กระทั่งคนใกล้ตัว การมีองครักษ์ที่ไว้ใจได้ช่วยอยู่ข้างกายแม้แต่ในเวลาหลับนอน จึงเป็นการช่วยรักษาความปลอดภัยให้ได้ส่วนหนึ่ง

ตัวอย่างคลาสสิกที่โด่งดังที่สุดคือ โอดะ โนบุนางะ และ โมริ รันมารุ ซึ่งนอกจากสายสัมพันธ์นายบ่าวแล้ว รันมารุยังเป็นคู่หลับนอนให้ด้วย

อีกทั้งเมื่อนักรบออกศึกในสงคราม ไม่สะดวกที่จะพาผู้หญิงเข้ามาในค่ายทหาร แต่หลายครั้งการทำสงครามต้องใช้เวลาติดต่อกันนานหลายวัน เป็นเดือนหรือกระทั่งเป็นปี จึงมีความต้องการผู้หญิงและความต้องการปลดปล่อยทางเพศ ดังนั้นเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่ใกล้ชิดจึงเป็นทางออกในการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศอีกทางหนึ่ง ด้วยความเชื่อว่า หากมีการร่วมสัมพันธ์ระหว่างนักรบอาวุโสกับนักรบหนุ่มเข้าด้วยกัน
สายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นยากที่จะตัดขาดก็จะเกิดขึ้น คนหนุ่มเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ สามารถตายแทนหรือช่วยเป็นคู่คิดในการทำสงคราม แล้วยังเป็นคู่นอนร่วมเตียงเดียวกันได้ด้วย ประเพณีนี้ของซามูไรจึงได้สืบทอดต่อมา


แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซามูไรเหล่านี้ไม่สนใจผู้หญิง เพราะการแต่งงานเพื่อให้มีทายาท ถือเป็นหน้าที่ของชนชั้นนักรบ และที่จริงแล้ว การมีเด็กหนุ่มเหล่านี้ช่วยดูแลปรนเปรอให้ในยามออกไปทำสงคราม แต่เมื่อกลับมาบ้านแล้วพวกเขาก็จะกลับไปหาภรรยาหรืออนุภรรยาของตนเอง ก็นับว่าเป็นหูเป็นตาในการช่วยป้องกันไม่ให้สามีของพวกนางไปหาผู้หญิงใหม่ๆ ที่อาจจะไม่รู้หัวนอนปลายเท้า แบบนี้เรียกได้ว่า ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยทีเดียว

กล่าวกันว่าพิธีชูโดมีความคล้ายคลึงกับประเพณีของชาวกรีกในยุคโบราณ นั่นคือ การที่บรรดาบุรุษหนุ่มจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กหนุ่มด้วยกัน หรืออาจร่วมสัมพันธ์กับผู้อาวุโสกว่า สำหรับแนวคิดในเรื่องนี้มาจากเรื่องของการเทิดทูนบูชาความเป็นบุรุษ และถือว่าการมีสายสัมพันธ์ระหว่างบุรุษ คือสุดยอดของความรักที่สูงส่ง เหนือกว่าความรักระหว่างชายหญิงด้วยซ้ำ

เพราะในสังคมเหล่านี้ถือเพศชายเป็นใหญ่ เป็นเพศที่มีสรีระที่สมบูรณ์แบบ และสวยงามที่สุด การมีสัมพันธ์ร่วมกัน ยังแสดงถึงความรักและภักดีระหว่างบุรุษทั้งสอง โดยเฉพาะในชนชั้นนักรบ หรือผู้นำ ซึ่งชีวิตต้องอยู่บนคมหอกคมดาบ ต้องอยู่กับความไม่แน่นอน ชีวิตพร้อมที่จะถูกสังหารทุกเมื่อ การที่บุรุษเพศร่วมสัมพันธ์กัน จึงเป็นการแสดงความรักและความภักดีที่มีต่อกันอย่างสูงสุด

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคปฏิรูป เมื่อชนชั้นซามูไรถูกตัดสิทธิต่างๆ พิธีชูโดก็สิ้นสุดลงตามไปด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องมีซามูไรอีกต่อไป พิธีนี้ยังสลายไปพร้อมกับการเชิดชูสตรีที่มากขึ้นไปด้วย เดิมทีนักประวัติศาสตร์แทบจะไม่ทราบว่า มีพิธีนี้อยู่ แต่เนื่องจากมีภาพวาดและบันทึกที่แสดงถึงความสัมพันธ์เหล่านี้ไว้ ทำให้มีการศึกษาเพิ่มเติม จนกระทั่งเรื่องราวด้านนี้ของเหล่าซามูไรได้ถูกเปิดเผยออกมา


ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website

https://en.wikipedia.org/wiki/Homosexuality_in_Japan