Armies Weapons and Warfare

การวิจัยในค่ายกักกันของพวกนาซี

สงคราม นับได้ว่าเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการทำสงคราม การค้นพบและสิ่งประดิษฐ์บางอย่าง ยังส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ แม้กระทั่งช่วงหลังสงคราม
และสงครามโลกที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง มีการประดิษฐ์และค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในระหว่างที่สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังดำเนินอยู่นั้น มีการวิจัยและค้นพบทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง แทบไม่น่าเชื่อว่า การวิจัยเหล่านี้กลับดำเนินการอยู่ในสถานที่ที่ซึ่งใครๆ ก็เรียกมันว่านรกบนดิน

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นักวิทยาศาสตร์เยอรมันประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์และนวัตกรรมต่างๆ มากมาย จากนโยบายของพรรคนาซีและความต้องการสร้างอาณาจักรไรช์ที่ 3 ของฮิตเลอร์ จึงมีการระดมนักวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ มาทำงานเพื่อสนองความต้องการนี้โดยเฉพาะ นโยบายการจองล้างจองผลาญ
ชาวยิว ผลักดันให้คนเยอรมันเชื้อสายยิว และผู้คนในประเทศต่างๆ ของยุโรปที่มีเชื้อสายยิว ถูกกวาดต้อนเข้าสู่ค่ายกักกัน พวกเขาต้องเผชิญกับชะตากรรมสยองภายในค่าย

ค่ายกักกันคนเชื้อสายยิว บุคคลไม่เป็นที่ต้องการของสังคม คนพิการประเภทต่างๆ เชลยศึกบางคน
หรือผู้ต่อต้านทางการเมืองของเยอรมัน ถูกส่งเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันเหล่านี้ มีค่ายกักกันนับร้อยค่ายทั้งขนาดเล็กและใหญ่กระจายอยู่ในเยอรมัน รวมถึงประเทศบางประเทศที่เยอรมันยึดครอง พวกเขาเหล่านี้เข้าไปอยู่ในค่ายเพื่อ “รอเวลาตาย” เท่านั้น แต่ก็มิวายที่พวกนาซีจะหาประโยชน์จากการล้างเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ ทรัพย์สินมีค่าทุกๆ อย่าง แม้กระทั่งเสื้อผ้าของผู้ที่ถูกส่งเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันจะถูกยึด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อแต่ไม่ใช่เพียงแค่การยึดทรัพย์สิน สิ่งของ และเสรีภาพในชีวิตเท่านั้นที่พวกนาซีจะกระทำ
แต่ชีวิตของผู้ที่ถูกคุมขังในค่ายกักกัน ซึ่งกลายมาเป็นนักโทษ ไม่ต่างอะไรจากหนูทดลองให้กับพวกนาซี

นักวิทยาศาสตร์นาซี นำนักโทษที่ถูกคุมขังในค่ายกักกัน มาทดลองและเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายอย่าง โดยไม่ต้องคำนึงเรื่องศีลธรรมใดๆ ถึงแม้การทดลองนั้นจะส่งผลให้ผู้ถูกนำมาทดลองเสียชีวิต แต่คนเหล่านี้อยู่เพื่อรอวันตายเท่านั้น ดังนั้นพวกนาซีจึงไม่ต้องคำนึงสิ่งใดนอกเสียจากนำ
ชีวิตของผู้อื่นไปใช้ เพื่อการวิจัยและทดลองที่ตนเองต้องการ ตัวอย่างการวิจัยเหล่านี้ได้แก่

การศึกษาลักษณะของบาดแผล ที่มาของภาพ

การทดลองเรื่องการบาดเจ็บลักษณะต่างๆ
โดยขอบเขตการวิจัยทางการแพทย์ของนาซีครั้งนี้ คือการทดลองตัวยาที่ใช้รักษาทหารในสนามรบและการบาดเจ็บลักษณะต่างๆ การทดลองเหล่านี้ ถูกดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการจากกองทัพเยอรมัน และพวกเขาพยายามที่จะหาคำตอบโดยตรง เกี่ยวกับความเสียหายของร่างกายมนุษย์ที่มีแนวโน้มจะประสบพบเจอกับการสู้รบ มีการนำนักโทษมาทดลองโดยการใช้ปืนยิงใส่ด้วยกระสุนขนาดต่างๆ และระยะที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการใช้ดาบปลายปืนหรือของมีคมแทงเข้าบริเวณอวัยวะต่างๆ เพื่อดูสภาพบาดแผลที่เกิดขึ้น แล้วจึงมีการนำยาหรือเทคนิคการพยาบาลต่างๆ ที่ถูกคิดค้น เพื่อใช้ปฐมพยาบาลหรือรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้น มีนักโทษจำนวนนับร้อยต้องตายไปกับการทดลองนี้



นักโทษสวมใส่ชุดนักบินที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น แล้วถูกให้ไปนอนแช่ในน้ำเย็น ที่มาของภาพ

การทดลองเกี่ยวกับผลกระทบของน้ำเย็นต่อร่างกายของมนุษย์
ในค่ายกักกันที่ชื่อว่า ดัคเฮา นายแพทย์จากหน่วยเอสเอสนามว่า ซิกมุนด์ รัสเคอ นำนักโทษในค่ายมาทดสอบชุดนักบินของกองทัพอากาศเยอรมัน โดยให้พวกเขาสวมใส่และจับพวกเข้าแช่ในน้ำเย็นเป็นเวลานาน โดยจำลองว่าหากนักบินสละเครื่องและโดดร่มลงทะเลเหนือ ซึ่งเป็นทะเลที่มีอุณหภูมิต่ำ ด้วยชุดที่ถูกออกแบบมานี้นักบินจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน การทดลองของรัสเคอช่วยทำให้ทางการแพทย์เข้าใจถึงสภาวะสูญเสียความร้อนอย่างเฉียบพลัน หรือ ไฮโปเทอเมีย (hypothermia) ในมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่ามันแลกมาด้วยชีวิตของนักโทษที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทดลอง


นักโทษคนหนึ่งเสียชีวิตในระหว่างการทดลอง ที่มาของภาพ

การทดลองเรื่องผลของระดับความสูงที่เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์
อีกหนึ่งการทดลองของกองทัพอากาศเยอรมันในค่ายกักกันดัคเฮา คือการศึกษาวิจัยผลของระดับความสูงต่างๆ รวมถึงแรงดันอากาศ ต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งในตอนนั้นกองทัพเยอรมันกำลังมีโครงการจะ
สร้างเครื่องบินที่บินได้สูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา พวกเขาต้องการรู้ถึงผลของระดับความสูงและแรงดันอากาศต่อร่างกายมนุษย์ว่ามันจะเป็นอย่างไร หากมนุษย์นำอากาศยานทะยานขึ้นไปสูงในระดับนั้น รวมถึงจะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บข้อมูลให้แก่นักบินรบเยอรมัน เมื่อเวลาที่พวกเขาสละเครื่องกระโดดร่มลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้าในระดับความสูงขนาดนั้น การทดลองครั้งนี้มี ซิกมุนด์ รัสเคอ คนเดิม เป็นผู้ทดลอง เขานำนักโทษมาแขวนในร่มชูชีพและปิดผนึกเอาไว้ในห้องความดัน แล้วค่อยๆ ปรับระดับความดันไปอย่างช้าๆ และดูผลที่เกิดขึ้นกับนักโทษ นักโทษที่ถูกนำมาทดลองในครั้งนี้ เสียชีวิตระหว่างการทดลอง 80 คน ส่วนที่รอดชีวิตมาได้ พวกเขาถูกนำตัวไปประหารชีวิตภายหลังการทดลองยุติ


ฝาแฝดถูกนำไปใช้เพื่อการทดลองของพวกนาซี ที่มาของภาพ

การศึกษาเกี่ยวกับฝาแฝด
หนึ่งในค่ายกักกันที่เป็นตำนานของความโหดร้ายของพวกนาซี ก็คงหนีไม่พ้นค่ายเอาซ์ชวิท ซึ่งเป็นค่ายกักกันขนาดใหญ่ที่พวกนาซีสร้างขึ้นในโปแลนด์ ภายใต้การดูแลของนายแพทย์โจเซฟ แมงเกเล มีการทดลอง และวิจัยกับนักโทษต่างๆ มากมาย หนึ่งในการศึกษาของนายแพทย์คนนี้คือการศึกษาเกี่ยวกับฝาแฝด เนื่องจากฝาแฝดมียีนที่เหมือนกัน การศึกษาคู่แฝดจะมีประโยชน์อย่างมาก ดังนั้น การศึกษาความแตกต่างในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา จะช่วยแยกสารพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อโรค นอกจากนี้นายแพทย์แมงเกเลยังมีการทดลองบางอย่างกับคู่แฝดอีกด้วย เช่น การฉีดสีเข้าไปในดวงตาของเด็กๆ ที่เป็นฝาแฝด หรือเย็บตัวเด็กติดไว้ด้วยกันและฉีดสารลึกลับบางอย่างหรือสารที่ติดเชื้อ เข้าไปในร่างกายของคู่แฝดแต่ละคู่ แล้วดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีฝาแฝดกว่า 3,000 คน อยู่ในค่ายแห่งนี้ แต่มีฝาแฝดแค่ 300 คน รอดชีวิตออกไปจากค่ายแห่งนี้ได้


สภาพของผู้รอดชีวิตจากค่ายดัคเฮา ที่มาของภาพ

การทดลองเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย จากเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 ไปจนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1945
มีการทดลองในค่ายกักกัน ดัคเฮา เพื่อศึกษาการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ในการรักษาโรคมาลาเรีย นักโทษที่มีสุขภาพดี ถูกทำให้ติดเชื้อมาลาเรีย หลังจากได้รับเชื้อโรค พวกนักโทษได้รับการรักษาด้วยยาชนิดต่างๆ ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อทดสอบความมีประสิทธิภาพของตัวยา มีนักโทษกว่า 1,200 คนถูกใช้ในการทดลองครั้งนี้ แต่พวกเขามากกว่าครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในระหว่างการทดลอง

ภาพทหารคนหนึ่งที่ทรมานจากแก๊สมัสตาร์ดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่มาของภาพ

การศึกษาผลกระทบของแก๊สมัสตาร์ดต่อร่างกายมนุษย์
ในช่วงเวลาระหว่างเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1939 ถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1945 มีการทดลองหลายครั้งที่ค่ายกักกันซาคเซ่นเฮาเซ่น ค่ายกักกันนาทซไวเลอร์ และค่ายอื่นๆ เพื่อศึกษาและวิจัยการรักษาบาดแผลที่เกิดจากแก๊สมัสตาร์ด โดยเยอรมันหวังว่าจะทำการทดลองครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงแรก ฝ่ายอักษะและพันธมิตรยังไม่มีการใช้อาวุธประเภทแก๊ส แต่เยอรมันหวังว่าจะนำผลการศึกษาในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์แก่ฝ่ายตน หากในอนาคตมีการใช้แก๊สในสนามรบ มีนักโทษผู้ถูกนำไปใช้ทดลอง โดยพวกเขาได้รับการสัมผัสกับแก๊สมัสตาร์ดโดยวิธีการต่างๆ ทั้งการสูดดม หรือสัมผัส บาดแผลที่เกิดขึ้นจากแก๊สมัสตาร์ดบนตัวนักโทษที่ได้รับการทดสอบ เพื่อหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
มันเป็นการทดลองที่สังเวยชีวิตมนุษย์นับพันชีวิต


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : http://allthatsinteresting.com/nazi-research
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Nazi_human_experimentation#
Malaria_experiments

Website : http://www.jewishvirtuallibrary.org/the-ethics-of-using-medical-data-from-nazi-experiments
Website : https://www.theguardian.com/news/2004/oct/14/
thisweekssciencequestions.cancer

Website : http://www.slate.com/articles/news_and_politics/explainer/
2010/06/mein_data.html