World Clvilization

ไขปริศนาเทคโนโลยีลี้ลับ ตอนที่ 2 อากาศยานของชนเผ่าแห่งอเมริกาใต้?

ครั้งก่อน ได้นำเสนอภาพสลักที่เชื่อกันว่า เป็นศาสตร์ทางด้านการบินของชาวมายาโบราณกันไปแล้ว
แต่ก็ถูกตอกกลับโดยนักโบราณคดีว่า นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับยานอวกาศ หรือความสามารถทางด้านการบินอะไรเลย เพราะจริงๆ แล้วเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังโลกหน้าของกษัตริย์ปาคาล (Pakal) เขาก็เท่านั้นเอง ครั้งนี้เลื่อนลงมาดูทางทวีปอเมริกาใต้บ้างดีกว่า เพราะที่นี่นักโบราณคดีก็ค้นพบเครื่องประดับทำจากทองคำที่ดูแล้วคล้ายว่าจะเป็น “เครื่องบิน” เช่นกัน แถมยังเป็นเครื่องบินความเร็วสูงเสียด้วยสิ! ว่าแต่โบราณวัตถุเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันล้ำยุคของชนโบราณ หรือจะเป็นเพียงแค่ความบังเอิญเหมือนกรณีบนฝาโลงศพของกษัตริย์ปาคาลกันแน่ เราลองมาดูกันเลยดีกว่า


เครื่องประดับทำจากทองคำของชาวโคลัมเบียโบราณ ชวนให้คิดว่ามันควรจะเป็นเครื่องบินหรือแมลงกันแน่ ที่มาของภาพ

บรรดาเครื่องประดับทองคำรูปทรงอากาศยานเหล่านี้ มีขนาดราวๆ 5 เซนติเมตร คาดกันว่า ชิ้นงานในยุคแรกๆ เป็นฝีมือของวัฒนธรรมชิมู (Chimu) ที่รุ่งเรืองอยู่ในอเมริกาใต้เมื่อประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล ถึงช่วงประมาณปี ค.ศ. 800 นอกจากนั้นยังมีการพบเครื่องประดับประเภทนี้แต่คาดว่ามาจากฝีมือของ
ชนเผ่าอื่นๆ ด้วย หนึ่งในนั้นคือ วัฒนธรรมโทลิมา (Tolima) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขาสูงของประเทศโคลัมเบียราวๆ ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 1000 รวมทั้งยังมีผลงานที่น่าจะเป็นของวัฒนธรรมคาลิมา (Calima) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลัมเบียเมื่อปี ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 600 อีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แหล่งข้อมูลหลายแห่งมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรดาเครื่องประดับเหล่านี้ถูก
ค้นพบในสุสานต่างๆ ทั้งอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่กลับไม่ได้ระบุถึงเวลาหรือสถานที่ที่ค้นพบอย่างแน่ชัด ทำให้นักโบราณคดีสืบสาวราวเรื่องหาข้อเท็จจริงของโบราณวัตถุเหล่านี้ได้ยากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังเป็นไปได้ว่า เจ้าเครื่องประดับเครื่องบินทองคำโบราณเหล่านี้ อาจจะโดนขโมยหรือลักลอบขุดออกมาขายให้ตลาดมืด ก็เลยไม่มีข้อมูลการขุดค้นอย่างเป็นทางการหลงเหลือมาให้ศึกษานั่นเอง


เครื่องประดับบางชิ้นมีลักษณะคล้ายเครื่องบินคองคอร์ดมีปีกทรงสามเหลี่ยมลู่ไปด้านหลัง ที่มาของภาพ

ด้วยรูปลักษณ์ของเจ้าเครื่องประดับปริศนานี้ไปละม้ายคล้ายคลึงกับอากาศยานความเร็วสูง จึงทำให้
นักโบราณคดีและผู้สนใจในศาสตร์ลึกลับต่างให้ความคิดเห็นฉีกกันไปคนละแนว ทางด้านนักโบราณคดีเองก็กล่าวว่า เครื่องบินทองคำเหล่านี้ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากผลงานออกแบบของช่างศิลป์โบราณที่เลียนแบบ
รูปร่างของสัตว์ หรือแมลงบางประเภทมา ด้วยความที่พวกเขาเห็นแมลง รวมทั้งสัตว์บินได้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น นก ค้างคาว กระรอกบิน หรือแม้กระทั่งปลาบินบางชนิดที่มีอยู่อย่างชุกชุมในบริเวณนี้ ดูเหมือนจะบิน
เหนือผิวน้ำได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ จึงนำมาเป็นแบบของชิ้นงานก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยสักนิด

ทางฝ่ายผู้สนใจศาสตร์ลึกลับก็ออกมาโต้ด้วยคำถามที่นักโบราณคดีไม่อาจอธิบายได้หลายประการเช่น
ถ้ารูปเครื่องประดับเหล่านี้คือ ภาพจำลองของสัตว์ แล้วมันคือสัตว์ชนิดใดกันแน่ รวมถึงถ้าสังเกตโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ ที่ค้นพบในบริเวณเดียวกัน และแสดงเป็นรูปสัตว์ที่ไม่ใช่รูปทรงของเครื่องบินทองคำ ก็จะพบว่าชนโบราณเหล่านี้ได้แสดงความชัดเจนลงไปในศิลปวัตถุเอาไว้เสมอว่า สิ่งนั้นคือสัตว์ชนิดใด แต่สำหรับ
เครื่องบินทองคำ น่าแปลกที่พวกเขากลับไม่แสดงความชัดเจนในรูปลักษณ์ของสัตว์เสียอย่างนั้น
ทำไมกันล่ะ? แน่นอนว่า จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีนักโบราณคดี หรือนักวิชาการคนใดทราบคำตอบที่แน่ชัด


วิศวกรชาวเยอรมันสร้างแบบจำลองโกลด์ฟลายเออร์ออกมา เพื่อพิสูจน์เสถียรภาพทางการบินของเครื่องประดับทองคำจากโคลัมเบีย ที่มาของภาพ

ถ้าคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบจำลองของเครื่องบินโบราณของชาวอเมริกาใต้ แล้วเสถียรภาพทางการบินของมันเป็นอย่างไรล่ะ? ถ้ามองที่เครื่องบินทองคำชิ้นหนึ่งที่มีปีกสามเหลี่ยมคล้ายคลึงกับเครื่องบินความเร็วสูงอย่างคองคอร์ด (Concorde) ก็จะพบว่า รูปสลักชิ้นนี้มีชุดหางที่เหมือนกับเครื่องบิน ทั้งแพนหางดิ่ง (Vertical Stabilizer) และแพนหางระดับ (Horizontal Stabilizer) อีกทั้งแพนหางระดับนี้ ดูเหมือนว่าจะติดอยู่ที่ลำตัวมากกว่าติดอยู่ที่ปีก และน่าจะทำหน้าที่เป็นเอเลวอน (Elevon) ซึ่งควบคุมการเลี้ยวและยกตัวของเครื่องบินไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่บนเครื่องประดับชิ้นนี้ ดูยังไงก็ควรจะเป็นส่วนประกอบของเครื่องบินมากกว่าอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ หรือแมลงเสียจริงๆ

แต่นักโบราณคดีมักเชื่อในหลักฐานที่พิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเพื่อตามหาความจริงจึงต้องมีการสร้างแบบจำลองของเครื่องประดับทองคำเหล่านั้นขึ้นมา โดยขยายขนาดตามหลักการออกแบบอากาศยานและอากาศพลศาสตร์ โดยได้รับความร่วมมือจากวิศวกรชาวเยอรมันสามท่าน ในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 1996 ก็ได้มีการสร้างเครื่องบินจำลองออกมาโดยใช้อัตราส่วน 16:1 ให้ชื่อว่า “โกลด์ฟลายเออร์ 1”
(GoldFlyer I) มีขนาดลำตัว 90 เซนติเมตร ความกว้างปีกจากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งประมาณ
1 เมตร มีน้ำหนักราว 750 กรัม นอกจากนั้นยังมีการติดเครื่องยนต์ใบพัดให้กับโมเดลชิ้นนี้ด้วย
แม้ว่าเครื่องประดับโบราณจากโคลัมเบียจะไม่มีหลักฐานที่คล้ายคลึงกับเครื่องยนต์อยู่บนชิ้นงานเลยก็ตามที


ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า เมื่อติดตั้งเครื่องยนต์ให้โมเดลโกลด์ฟลายเออร์แล้ว มันก็สามารถขึ้นบินได้อย่างมีเสถียรภาพ ที่มาของภาพ

ผลการทดลองบินโกลด์ฟลายเออร์ 1 ออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ด้วยว่ามันสามารถรักษาเสถียรภาพทางการบินได้เป็นอย่างดี แถมยังลงจอดได้อย่างเยี่ยมยอดอีกด้วย หลังจากนั้นได้มีการสร้างโมเดล
“โกลด์ฟลายเออร์ 2” ขึ้นมา โดยทำการติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็กเข้าไป ผลการบินก็ยังออกมาสมบูรณ์แบบเช่นเดิม นั่นหมายความว่า ในเชิงรูปทรงของเครื่องประดับทองคำเหล่านี้แล้ว มันมีคุณลักษณะของการเป็นอากาศยานมากกว่าที่จะเป็นแมลงเสียอีก

ถึงแม้ว่าผลการทดลองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์จะออกมาแสดงให้เห็นว่า เครื่องประดับเหล่านี้ถูกออกแบบให้มีเสถียรภาพทางการบินที่น่าทึ่ง แต่นักโบราณคดีก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ชนโบราณแห่งโคลัมเบียจะจงใจสร้างเครื่องประดับทองคำเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นอากาศยานที่บินบนท้องฟ้าได้จริงๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังไม่มีการค้นพบเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนเครื่องประดับเหล่านี้ให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ นอกจากนั้นยังไม่มีตำนานหรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับโบราณวัตถุเหล่านี้มา สนับสนุนว่า ชนโบราณเคยใช้หรือเคยเห็นพวกมันบินบนท้องฟ้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นความเป็นไปได้ที่นักโบราณคดีเสนอกันก็คือ บางทีชนเผ่าแห่งโคลัมเบียคงไม่ได้ต้องการให้มันเป็นเครื่องบินที่บินบนท้องฟ้า อย่างดีที่สุดก็อาจจะเป็นเพียงแค่เครื่องใช้ประกอบพิธีกรรมบางอย่างในอดีตเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ายังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีที่เด่นชัดกว่านี้ออกมาสนับสนุนหรือหักล้าง เครื่องประดับทองคำลี้ลับรูปทรงคล้ายเครื่องบินความเร็วสูงของชาวโคลัมเบียโบราณก็คงจะเป็นปริศนาให้เราต้องถกเถียงกันต่อไปอีกนานแสนนาน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.philipcoppens.com/bbl_plane.html
Website: https://2atoms.com/weird/ancient/plane.htm
Website: https://www.bibliotecapleyades.net/esp_aviones_
precolom02.htm

Website: http://www.badarchaeology.com/out-of-place-artefacts/anomalously-old-technology/model-aeroplanes-from-south-america
Website: http://old.world-mysteries.com/sar_7.htm