Oriental World

จิ้งจอกเก้าหาง ตำนานอสูรที่ร้ายกาจที่สุดของญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลายคนที่สนใจเรื่องญี่ปุ่นโบราณ คงเคยได้ยินหรืออ่านเรื่องของ “ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง” กันมาแล้วบ้าง ปีศาจตนนี้มีปรากฏอยู่ในตำนานของหลายประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น โดยเชื่อว่าอาจเป็นปีศาจตนเดียวกัน ซึ่งความเชื่อในเรื่องนี้อาจเป็นผลมาจากการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ทางวัฒนธรรมของทั้งสามประเทศ โดยเชื่อว่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางมีที่มาจากอินเดีย จากนั้นจึงเดินทางเข้าไปในจีน แล้วไปถึงญี่ปุ่น

แต่เนื่องจากตำนานจิ้งจอกเก้าหางของอินเดียนั้นไม่ค่อยแน่ชัดนัก คนทั่วโลกจึงรู้จักจิ้งจอกเก้าหางจากจีนและญี่ปุ่นมากกว่า สำหรับจิ้งจอกเก้าหางในตำนานจีนที่โด่งดังที่สุด คือตัวที่ปรากฏในพงศาวดารอิงประวัติศาสตร์จีนเรื่อง “ห้องสิน” ซึ่งมีที่มาจากการทำสงครามระหว่างราชวงศ์ซาง (อิน) และแคว้นโจว
ซึ่งจบลงด้วยการล่มสลายของซาง แล้วก่อตั้งราชวงศ์โจวได้สำเร็จ

สำหรับที่มาของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางนั้น เชื่อว่าเริ่มแรกแล้วเกิดมาจากสุนัขจิ้งจอกที่อยากเป็นมนุษย์
จึงไปบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก กระทั่งครบ 900 ปี จึงมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่งดงามได้ จิ้งจอกเก้าหางยังเป็นสาวกของเจ้าแม่หนี่วา เทพมารดาผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่ง ตามความเชื่อของคนจีน

ในตำนานห้องสิน เป็นสงครามระหว่างเหล่าเซียน เทพ มาร และมนุษย์ โดยจุดเริ่มมาจากโจ้วหวัง (ติ้วอ๋อง) แห่งราชวงศ์ซาง ซึ่งเป็นผู้นำที่มีความสามารถพระองค์หนึ่ง แต่ก็ทรงมีความหลงใหลในหญิงงามมาก
ครั้งหนึ่งทรงต้องไปทำพิธีบูชาบวงสรวงเจ้าแม่หนี่วา เมื่อโจ้วหวังได้เห็นเทวรูปเจ้าแม่แล้ว ก็กล่าวชื่นชมในความงามและกล่าวว่าอยากจะได้นางมาเป็นมหเสี เมื่อความนี้ทราบถึงเจ้าแม่ ก็ทรงกริ้วมาก จึงหมายจะทำลายล้างราชวงศ์ซาง จึงได้ส่งจิ้งจอกเก้าหางให้ไปเข้าสิงพระสนมคนโปรดของโจ้วหวังที่ชื่อว่า นางต้าจี๋ แล้วใช้เสน่ห์ยั่วยวน ทำให้โจ้วหวังกลายเป็นทรราช ไม่สนใจกิจการบ้านเมือง ทั้งยังสั่งประหารผู้คนไปจำนวนมาก ผู้คนพบความเดือดร้อนกันไปทั่ว

ต่อมา จีซาง เจ้าเมืองโจว จึงได้ระดมกำลังไพร่พลขึ้นลุกฮือต่อต้าน จากนั้นภารกิจก็ได้ส่งต่อมายังบุตรชายคือ จีพา ซึ่งได้ตั้งตนขึ้นเป็น โจวอู่หวัง เนื่องจากเจ้าแม่หนี่วาเห็นว่าต้าจี๋ทำเกินเลยไป จึงได้บัญชาให้เหล่าเทพเซียนแห่งเขาคุนลุ้นให้ความช่วยเหลือโจวอู่หวัง รวมถึงมนุษย์กึ่งเซียนที่มีความสามารถพิสดารมากมาย ในขณะที่ต้าจี๋เองก็รวบรวมเหล่าปีศาจและเซียนจำนวนหนึ่ง ทำให้กลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเหล่าเซียน ผลสรุปของสงครามคือ โจวอู่หวัง สามารถสังหารโจ้วหวัง แล้วสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้นมาได้ ขณะที่ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางนั้นก็ถูกจัดการไปเช่นกัน แต่บ้างก็เชื่อว่า สามารถหลบหนีไปที่ญี่ปุ่น


ที่มาของภาพ

ทีนี้มารู้จักกับจิ้งจอกเก้าหางของญี่ปุ่นกันหน่อย...

ตำนานปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในประเทศญี่ปุ่นที่โด่งดังนั้น เป็นปีศาจที่แฝงตัวเข้ามาในราชสำนักญี่ปุ่น
ตรงกับในรัชสมัยของจักรพรรดิโทบะ

ตามความเชื่อคือ หลังจากจิ้งจอกเก้าหางถูกขับไล่จากประเทศจีนแล้วก็ได้หนีมาถึงญี่ปุ่น จำแลงกายเป็นหญิงงามนามว่า ทามาโมะ โนะ มาเอะ ซึ่งได้กลายเป็นพระสนมคนโปรดของจักรพรรดิโทบะ สร้างความลุ่มหลงให้พระองค์จนละเลยจากกิจการงานต่างๆ ในระหว่างนั้นก็สูบเอาพลังชีวิตของจักรพรรดิโทบะจนมีสุขภาพทรุดโทรมลงทุกวัน ทางราชสำนักจึงได้เชิญนักพรตที่มีวิชาอาคมและทรงพลังที่สุดในเวลานั้นคือ
อาเบะ ยาสุนาริ หรือที่รู้จักในชื่อ อาเบะ โนะ เซย์เมย์ ให้มาทำพิธี

อาเบะ โนะ เซย์เมย์ เป็นองเมียวจิที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตามตำนานเชื่อกันว่า เขาสืบสายเลือดมาจากจิ้งจอกครึ่งหนึ่ง (ปีศาจจิ้งจอกของญี่ปุ่น) เพื่อที่จะหาสาเหตุความผิดปกติของจักรพรรดิ เขาจึงมาทำพิธีปัดรังควาน ในระหว่างพิธี นางสนมทามาโมะก็เกิดอาการทุรนทุราย ส่งเสียงครวญครางทรมานตลอด นางจึงได้เผยร่างจิ้งจอกเก้าหางสีทองออกมา แล้วบินหายไปบนท้องฟ้า หลังจากนั้นเมื่อคนใน
ราชสำนักทราบว่ามีปีศาจอยู่ จึงพากันหวาดกลัวมาก จึงได้วางแผนที่จะตามกำจัดปีศาจตนนี้ให้ได้


ที่มาของภาพ

กองทหารของจักรพรรดิได้ไล่ตามปีศาจไปจนถึงเขานาสุ มีเซย์เมย์ร่วมมาในกองทัพด้วย ในกองทัพยังมี
พลธนูที่เก่งกาจอยู่สองคนคือ มิอุระโนะสุเกะ โยชิกาอิ และ คาสึสะโนะสุเกะ ฮิโรสึนะ พวกเขาได้ยิงธนูเพื่อเล่นงานปีศาจจิ้งจอก โดยมีเซย์เมย์ใช้อาคมสะกดในธนูไว้อีกทอด ด้วยการยิงธนูอาคมของนายทหารทั้งสองคน จึงสามารถสยบปีศาจจิ้งจอกเก้าหางลงได้ในที่สุด

แต่หลังจากสิ้นชีพลง ซากที่เหลือก็ได้กลับกลายเป็นหินสีดำก้อนใหญ่ เรียกว่า หินเซ็ตโซเซกิ แล้วได้ปล่อยไอพิษออกมาโดยรอบ ทำลายชีวิตของมนุษย์และสัตว์ในบริเวณนั้น จนไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้ได้ โดยเชื่อกันว่าเป็นความแค้นที่เหลืออยู่ของปีศาจจิ้งจอก จึงกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามไป แล้วหลายร้อยปีต่อมา
มีนักบวชนามว่า เก็นโน เดินทางมายังที่ตั้งของหินก้อนนี้ แล้วพบวิญญาณของหญิงสาวที่เตือนไม่ให้เข้าใกล้หิน นางเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง จากนั้นหญิงสาวก็หายเข้าไปในก้อนหินนั้น

นักบวชเก็นโนจึงได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดแล้วบันทึกไว้ จากนั้นจึงเทศนาธรรมให้กับหิน แล้วใช้ค้อนทุบจนแตกออก เพื่อทำลายอาถรรพ์และดับความแค้นของปีศาจจิ้งจอกไป แล้วใช้เชือกขาวผูกผนึกหินนั้นไว้ ในปัจจุบัน ที่ตั้งของก้อนหินที่เชื่อว่าเป็นอันเดียวกับในตำนาน ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นาสึ จังหวัดโทชิงิ ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้ และในบริเวณใกล้เคียงกันมีบ่อออนเซ็นชื่อดังอีกด้วย

สำหรับในยุคปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ทั่วโลกจะรู้จักและคุ้นเคยกับฝั่งญี่ปุ่นมากกว่า เนื่องจากมันได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนมังงะ ภาพยนตร์ ซีรีย์ นวนิยาย ตัวที่ดังที่สุดน่าจะเป็นจิ้งจอกเก้าหางในมังงะเรื่อง นินจาคาถา นารุโตะ นั่นเอง


ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Book

Kang, Xiaofei (2006). The cult of the fox: Power, gender, and popular religion in late imperial and modern China. New York: Columbia University Press.

Website
https://en.wikipedia.org/wiki/Fox_spirit
https://en.wikipedia.org/wiki/Kitsune