Oriental World

หลี่ชิงหยุน มนุษย์สองศตวรรษ (กับอีกกึ่งหนึ่ง)

ระหว่างที่เขียนเรื่องนี้ ผมเจอกระทู้เชิงเล่าเรื่องกึ่งๆ ตัดพ้อในพันทิปทำนองว่า เจ้าของกระทู้ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี กินอาหารสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ แต่กลับตรวจเจอมะเร็งเสียอย่างนั้น

บางครั้งโลกเราก็เหมือนจะไร้เหตุผล ไร้ความยุติธรรม แต่จริงๆ แล้วมันคงมีกระบวนการอะไรบางอย่างที่ขับเคลื่อนทุกชีวิตอย่างสมดุลและด้วยความยุติธรรม เพียงแต่สติปัญญาของมนุษย์ไม่อาจเข้าถึงได้เท่านั้น

ด้วยความที่มนุษย์เดาไม่ถูกว่าตัวเองจะเจอแจ็กพ็อตเมื่อไหร่ เลยพาลคิดไปว่า ไม่เห็นจะต้องวุ่นวายดูแลสุขภาพ เพราะไหนๆ ก็ต้องตายไม่รู้ตัวกันอยู่แล้ว พึงเสพสุขสำราญให้เต็มภิกขาแทนที่จะมานั่งเจียมปากเจียมท้องให้เสียโอกาสบันเทิงในชีวิต ผมนึกถึงตอนที่องค์การอนามัยโลกประกาศว่า กินเนื้อแปรรูป จำพวกไส้กรอก แฮม ฯลฯ แล้วอาจเป็นมะเร็ง เรื่องนี้ทำให้คนรักเนื้อเดือดร้อนกันใหญ่ แต่ส่วนหนึ่งก็ยืนยันอุดมการณ์เดิมคือ จะมะเร็งก็ให้มันตายไป ขออร่อยไว้ก่อน แถมยังพานลากคุณทวดซูซานนา มูแชต (Susanna Jones Mushat) ที่อายุยืนที่สุดในโลกในวัย 116 ปีเข้ามาเกี่ยวด้วย เพราะทวดแกว่า เคล็ดลับอายุยืนคือ กินแฮมทุกวันอย่าให้ขาด


สูติบัตรของฌอน คัลมองต์ (Jeanne Calment) บุคคลที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ วัย 121ปี
ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตปี 1997 ที่มาของภาพ


จากตอนั้นมาถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 2 - 3 ปีแล้ว ผมค้นไม่เจอว่าคุณทวดซูซานนา มูแชต ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ถือว่า ท่านต้องอยู่ในทำเนียบบุคคลที่อายุยืนยาวที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

พูดถึงคนอายุยืนที่สุดในโลก เท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ไม่น่าจะเกิน 120 ปี บวกลบไม่เกิน 5 แต่มีระดับตำนานอยู่รายหนึ่งเป็นชาวจีนอ้างว่าอายุยืนถึง 257 ปี เกิดในปีที่ 18 แห่งรัชสมัยคังซี (ค.ศ. 1679) ลากยาวผ่าน
9 รัชกาลแห่งราชวงศ์ชิง จนมาถึงยุคหมินกั๋ว (ยุคสาธารณรัฐ) เสียชีวิตในปีหมิ๋นกั๋วที่ 24 เรื่องนี้มีหลักฐานของฝ่ายจีน ชาวบ้านเชื่อถือกัน แต่นักพฤฒวิทยา (Gerontologist) บอกว่า เป็นเรื่องเหลวไหล ในที่นี้ผม
เล่าเชิงมุขปาฐะก็แล้วกัน

คนผู้นี้คือ หลี่ชิงหยุน (李清云) หรือ หลี่ชิ่งย่วน (李庆远) เป็นชาวอำเภอมู่ตู๋ เมืองซูโจว ต่อมาไปอยู่ที่อำเภอไค มณฑลเสฉวน มีวิชาการแพทย์แผนโบราณ มักเดินทางไปเก็บสมุนไพรเพื่อใช้รักษาโรค และค้นหาตัวยาอายุวัฒนะ เดินทางจากเหนือสุดถึงแมนจูเรีย ใต้สุดถึงประเทศสยาม นอกจากนี้ยังมีวรยุทธ์
เคยเป็นครูสอนมวยให้กองทัพต้าชิง ที่สำคัญคือ ฝึกชี่กง หรือกำลังภายในอย่างต่อเนื่อง

ภาพของหลี่ชิงหยุน ถ่ายโดย ขุนพลหยางเสิน เมื่อปี1927 ที่มาของภาพ

เล่าว่า เมื่อตอนผู้เฒ่าหลี่อายุได้ 130 ปี ได้วิชานี้มาจากนักพรตผู้เร้นกายบนภูเขาท่านหนึ่ง อายุถึง 500 ปี ท่านผู้นั้นสอนวิชาชี่กง ฝึกลมปราณ งดเว้นอาหาร และวรยุทธ์ฝ่ามือแปดทิศ (ปากั้วจ่าง /八卦掌) ผู้อาวุโสแซ่หลี่บอกกับศิษย์ว่า เคล็ดลับที่ทำให้ท่านอายุยืน คือออกกำลังกายทุกวัน อย่างจริงจังและถูกต้อง
(คือถูกต้องตามวิชาชี่กง) ท่านทำอย่างนี้มานานถึง 120 ปีนับแต่นั้น

ด้วยความที่ผู้อาวุโสแซ่หลี่อายุยืนยาว เป็นครูมวยและหมอยาชื่อดัง ทำให้ผู้มีอำนาจในยุคนั้นต้องการจะใกล้ชิดกับท่าน หลายคนก็ปรารถนาเคล็ดวิชาอายุวัฒนะ เช่น ขุนพลอู๋เพ่ยฝู (吴佩孚) ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคขุนศึก ก็เคยเชิญผู้อาวุโสมาที่จวน เพื่อซักถามเคล็ดลับอายุยืน

ส่วนขุนพลหยางเสิน (扬森) แห่งกองทัพก๊กมินตั๋ง เชิญท่านมาพบที่จวนเมื่อปี 1927 ได้ขอถ่ายภาพของท่าน และบันทึกไว้ว่า "หลี่ชิงหยุนมีสายตาดี เดินกระฉับกระเฉิง สูงถึง 7 ฟุต เล็บยาว ผิวพรรณเปล่งปลั่ง" ต่อมาหยางเสินส่งบันทึกและภาพถ่ายดังกล่าวไปให้เจียงไคเช็ก เจียงไคเช็กยินดีมาก ทำให้หยางเสิน
พยายามเชิญ "เซียนแซ่หลี่ผู้วิเศษ" ไปเมืองหลวงหนานจิง


ภาพถ่ายของขุนพลหยางเสิน ในหนังสือที่ตีพิมพ์ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 1925
Who's who in China; containing the pictures and biographies of China's best known political, financial, business and professional men


แต่ปรากฏว่า หลังจากเดินทางกลับมาจากหนานจิง ท่านเซียนอายุยืนก็ถึงแก่ความตายในที่สุด เมื่อปี 1933 (บ้างว่า 1935) ก่อนจะตายท่านบอกกับศิษย์ว่า หมดสิ้นภารกิจในชีวิตนี้แล้ว จะเดินทางกลับบ้านเดิมเสียที เมื่อสิ้นแล้ว ศพฝังไว้ที่อำเภอไค (ปัจจุบันอยู่เขตฉงชิ่ง) ชั่วชีวิต 2 ศตวรรษกว่าๆ (ถ้าเป็นความจริง)
มีภรรยา 23 คน ลูกหลานทั้งหมด 200 คน รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น

ในปี 1930 ศาสตราจารย์หูจงเชียน แห่งมหาวิทยาลัยเฉิงตู อ้างว่า พบหลักฐานบันทึกของราชการสมัยต้าชิง ระบุว่า หลี่ชิงหยุน น่าจะเกิด ปี ค.ศ. 1677 มากกว่า เพราะมีบันทึกราชการเรื่องอวยพรวันเกิดอายุครบ 150 ปี (ในปี ค.ศ. 1827) และเมื่อคราวอายุ 200 ปี (ค.ศ. 1877) เรื่องนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
New York Times

ต่อมาผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นหลังๆ ในอำเภอไค เล่ากับนิตยสารชี่กง (气功) ในปี 1986 ว่า ปู่ย่าตายยายของพวกเขาเกิดมาก็พบหน้า หลี่ชิงหยุน แล้ว เช่น มีคนหนึ่งบอกว่า ตาของเขาเกิด ใน ปี 1819 เสียชีวิต ใน ปี 1912 ตาของเขาเล่าว่า ตอนนั้นหลี่ชิงหยุนอายุน่าจะประมาณ 170 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนคนอายุ 50 ปี

อักษรโซ่ว (ซิ่ว) อักษรจีนที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนยาว เขียนโดย ไห่รุ่ย ขุนนางตงฉินผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง สมัยราชวงศ์หมิง ศิลาจำหลักอักษรแผ่นนี้่อยู่ที่ทะเลสาบเชียนต้าว มณฑลเจ้อเจียง สามารถอ่านได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง ไม่ว่ามุมไหนก็จะเห็นเป็นอักษรแบบเดียวกัน ที่มาของภาพ

ไม่ว่า หลี่ชิงหยุน จะอายุยืนกว่า 2 ศตวรรษ จริงหรือไม่ ก็ขอฝากเคล็ดอายุวัฒนะของท่านไว้สักหน่อยก็แล้วกัน เป็นเคล็ดที่ท่านบอกกับขุนพลอู๋เพ่ยฝู นั่นคือ ทำใจให้สงบ นั่งเหมือนเต่า เดินกระฉับกระเฉงเหมือน
นกพิราบ และนอนเหมือนหมา "อย่ากินอาหารให้อิ่มมาก กินอิ่มมากแล้วท้องไส้จะเจ็บปวด อย่านอนให้มาก นอนมากแล้วลมปราณแตกซ่าน"

โดยเฉพาะหลักทำใจให้สงบ ท่านแนะว่า อย่าไปยึดกับอารมณ์ที่จรมา ทั้งลาภยศ ชื่อเสียง หวังรวย กลัวจน เรื่องพวกนี้จะทำให้ใจหม่นหมอง อายุสั้นเปล่าๆ