Oriental World

ซามูไรนักปฏิวัติ ผู้ช่วยเหลือ ดร.ซุนยัดเซ็น


ที่มาของภาพ

มิยาซากิ โทราโสะ หรือ มิยาซากิ โทเท็น ชื่อนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
แต่สำหรับในประวัติศาสตร์จีน แต่เขาเป็นคนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเขาเป็นซามูไรไร้นาย หรือ
โรนิน ที่ได้เข้าร่วมกับ ดร.ซุนยัดเซ็น บิดาของสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ก่อการปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์ชิง
แล้วสถาปนาชาติจีนขึ้นใหม่

มิยาซากิ เกิดใน ค.ศ. 1871 อายุน้อยกว่าซุนยัดเซ็น 5 ปี ซึ่งในช่วงที่เขาเกิดมานั้น ญี่ปุ่นก็ได้มีการปฏิรูปประเทศ ล้มล้างระบอบโชกุน คืนอำนาจให้องค์จักรพรรดิ แล้วเข้าสู่การปกครองในยุคเมจิ ได้มีการส่งคนออกไปศึกษาวิชาการและเทคโนโลยีจากโลกตะวันตก แปลตำราต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น จ้างชาวตะวันตกที่มีความรอบรู้เฉพาะด้านต่างๆ เข้ามาถ่ายทอดวิชาการ มุ่งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการทหาร ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มผงาดเป็นมหาอำนาจในเวลาต่อมา

มิยาซากิจึงเป็นซามูไรที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในช่วงสุดท้ายของซามูไร เขาได้รับการศึกษาปรัชญาแบบตะวันออก ผสมผสานกับศึกษาลัทธิการปกครองและวิชาการทหารของตะวันตก บันทึกประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับ ดร.ซุนยัดเซ็น ได้บรรยายว่า เป็นชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ หนวดเคราดกเข้ม บุคลิกโอ่อ่าผ่าเผย ชอบการร้องรำทำเพลง คบหามิตรสหายมากมาย ใช้ชีวิตเร่ร่อนพเนจรแบบโรนิน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าซอมซ่อเหมือนขอทาน แต่หากมีทรัพย์สินก็มักใช้จ่ายกับมิตรสหายจนหมด มิยาซากินับว่าเป็น
โรนินที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในสมัยนั้น เขายังเป็นนักปรัชญาและนักอักษรศาสตร์ที่มีความสามารถผิดกับรูปลักษณ์ภายนอก ผลงานเขียนชิ้นสำคัญในเวลาต่อมาก็คือ ความฝันบุปผาโรย ตอนนั้นอายุได้ 33 ปี แต่แล้วด้วยโชคชะตาบางอย่าง ทำให้เขาได้มีโอกาสพบกับ ดร.ซุนยัดเซ็น แล้วเกิดความเคารพนับถือ กลายเป็นสหายที่ดีต่อกัน


ภาพถ่ายซุนยัดเซ็นร่วมกับมิตรสหายที่ญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 1900 มิยาซากิ คือคนที่สามจากด้านซ้าย ที่มาของภาพ

มิยาซากิได้พบกับซุนยัดเซ็นเป็นครั้งแรก ค.ศ. 1897 ช่วงเวลานั้นชื่อของซุนยัดเซ็นกำลังเป็นที่จับตามองจากรัฐบาลชิงในฐานะนักปฏิวัติที่กำลังมาแรงมาก ซุนยัดเซ็นได้เดินทางไปถึงประเทศอังกฤษ ศึกษาค้นคว้าหลักการปกครอง พบเห็นการเคลื่อนไหวของกรรมกรในกรุงลอนดอน จนเกิดแนวคิดหลายประการ จึงได้คิดแผนการปฏิวัติประเทศจีน โดยเริ่มจากการหาแนวร่วมในประเทศใกล้เคียง หลังออกจากลอนดอน เขาจึงได้เดินทางไปที่เมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการปฏิรูปประเทศ จากที่เคยปิดตัวเองจากโลกภายนอก ให้กลายเป็นชาติอุตสาหกรรมทางทหารได้

สำหรับ มิยาซากิ เวลานั้นเขารับจ้างทำงานให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น มีหน้าที่เป็นสายสืบอยู่ที่ประเทศจีน โดยมีเป้าหมายหลักคือ ตรวจสอบสมาคมลับต่อต้านรัฐบาลชิง มิยาซากิจึงพอจะได้ยินชื่อเสียงของซุนยัดเซ็น
มาก่อนบ้างแล้ว เขามีความเลื่อมใสในเส้นทางของซุนยัดเซ็นมาก เมื่อเสร็จงานแล้วกลับจากประเทศจีน
เขาทราบข่าวว่าซุนยัดเซ็นเดินทางมาที่โยโกฮามะ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากทราบว่า ซุนยัดเซ็นพำนักอยู่กับเฉินส้าวไป๋ สมาชิกพรรคหงเหมิน มิยาซากิจึงได้ชวน ฮิรายามะ โชอิจิ ซึ่งร่วมงานสายสืบที่เมืองจีนมาด้วยกัน เดินทางไปพบกับเฉินส้าวไป๋ เพื่อขอเข้าพบซุนยัดเซ็น

เมื่อมิยาซากิและฮิรายามะได้พบกับซุนยัดเซ็น
พวกเขาได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองต่อกัน มิยาซากิประทับใจมาก เขาได้บรรยายว่า ซุนยัดเซ็นเป็นสิ่งล้ำค่าของชาวเอเชียบูรพา

หลังจากพบกันแล้ว ในวันต่อมา มิยาซากิก็รีบเดินทางไปโตเกียวเพื่อรายงานให้กับ อินุไค สึโยชิ นักการเมืองคนสำคัญในเวลานั้น มิยาซากิโน้มน้าวว่า ซุนยัดเซ็นเป็นบุคคลทรงคุณค่า ไม่ใช่แค่ของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นของเอเชียบูรพาด้วย อินุไคเชื่อตามนั้น จึงวางแผนให้มิยาซากิพาตัวซุนยัดเซ็นไปเข้าพบกับรัฐมนตรีการต่างประเทศของญี่ปุ่น แต่เวลานั้นสถานการณ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนไม่สู้ดีนัก อันเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลชิงได้ร่วมมือกับรัสเซีย ซึ่งกำลังมีปัญหาขัดแย้งกับญี่ปุ่น ซุนยัดเซ็นจึงถูกปฏิเสธ

แต่มิยาซากิและฮิรายามะก็ไม่ยอมแพ้ เขาพาซุนยัดเซ็นมาพบกับอินุไค แต่เพราะทั้งสองคนเห็นว่า ไม่ควรเปิดเผยชื่อจริงของซุนยัดเซ็น มิยาซากิจึงเรียกชื่อของซุนยัดเซ็นว่า ซุนจงซาน ซึ่งเป็นบุคคลแรกของโลกที่เรียกชื่อนี้ ภายหลังคนจีนส่วนใหญ่ก็เรียกชื่อนี้ไปด้วย

สาเหตุที่ใช้คำว่า “ซุนจงซาน” เพราะคำว่า จงซาน หมายถึง กลางภูเขา ซึ่งซุนยัดเซ็นก็กล่าวอย่างติดตลกว่า กระผมขึ้นเขาไปตัดฟืนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จึงนับเป็นคนตัดฟืนอย่างแท้จริง ชื่อนี้จึงสอดคล้องกับชีวิตในวัยเด็กของซุนยัดเซ็นที่เคยเป็นคนขึ้นเขาตัดฟืนมาก่อน

แม้ว่ามิยาซากิจะเป็นโรนิน แต่ก็ทำงานลับด้านการสืบข่าวให้รัฐบาลญี่ปุ่น จึงเข้าถึงบุคคลสำคัญหลายคน เขาและฮิรายามะจึงมีส่วนสำคัญในการพาซุนยัดเซ็นเดินทางไปเข้าพบผู้มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นอีกหลายคน ซึ่งคนเหล่านี้จะมีส่วนช่วยสานต่องานปฏิวัติของซุนยัดเซ็นอย่างมาก เพราะซุนยัดเซ็นกลายเป็นบุคคลอันตรายในเมืองจีน หากกลับเข้าประเทศ เขามีสิทธิ์ถูกสังหารหรือถูกจับกุมตัวทุกเมื่อ ดังนั้นการได้พบกับมิยาซากิ จึงทำให้เขาสามารถพำนักในญี่ปุ่น เพื่อทำการปฏิวัติที่จีนต่อไปได้นั่นเอง

มิยาซากิยังคงติดตามและช่วยเหลือซุนยัดเซ็นในฐานะสหายด้วยดีมาอีกนับสิบปี ทำให้ซุนยัดเซ็นสามารถเดินทางและพำนักในญี่ปุ่นได้ จนกระทั่งการปฏิวัติซินไฮ่ ใน ค.ศ. 1911 ลุล่วง

ปัจจุบัน ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองหนานจิง ได้มีการสร้างรูปหล่อทองแดงของมิยาซากิไว้ ร่วมกับมิตรสหายชาวญี่ปุ่นคนอื่นของซุนยัดเซ็น นับได้ว่า เขาเป็นคนญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากทางการจีนมาถึงทุกวันนี้

ภาพถ่าย ซุนยัดเซ็นไปเยี่ยมมิยาซากิ ที่เมืองคุมาโมโตะ ใน ค.ศ. 1913 ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website

https://en.wikipedia.org/wiki/ Tōten_Miyazaki
https://en.wikipedia.org/wiki/Sun_Yat-sen