Armies Weapons and Warfare

BAT 21 ภารกิจท้านรก (1)

มันคือปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือนักบิน หลังแนวรบข้าศึกครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของกองทัพอเมริกันในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ได้รับการจารึกเอาไว้ว่า มีการใช้อากาศยาน และกำลังทหารมากที่สุด เพื่อช่วยชีวิตนักบินเพียงคนเดียว นักบินเดนตายอย่างพันโทไอเซียล แฮมเบิลตั้น เป็นเวลากว่า 11 วัน ที่เขาต้องหนีการตามล่าของทหารข้าศึกเพียงลำพัง โดยมีทหารเวียดนามเหนือนับพัน ไล่ติดตามเขามาอย่างกระชั้นชิด
และนี่คือเรื่องราวของภารกิจท้านรกในครั้งนี้


พันโทไอเซียล แฮมเบิลตั้น นามเรียกขาน แบท 21 บราโว ที่มาของภาพ

มันเป็นช่วงเวลาที่ กองทัพเวียดนามเหนือและกองกำลังเวียดกง ทำการรุกลงสู่เวียดนามใต้ขนานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 1972 ที่ผ่านมา กองพล 304 และ กองพล 308 ของเวียดนามเหนือ รวมทั้งทหารราบอีก 3 กรมทหารราบอิสระ รุกเข้าสู่เขตพื้นที่ 5 จังหวัดทางตอนเหนือของเวียดนามใต้ โดยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตรจากสะพานกัมโลและสะพานดองฮา ทหารเวียดนามเหนือเคลื่อนพลผ่านสะพานทั้ง
2 แห่งเข้ามา พร้อมกับกรมรถถัง 2 กรม ซึ่งมีรถถังแบบ ที-54 (T-54) พีที-76 (PT-76) รถบรรทุกลากจูง
ปืนใหญ่ขนาดลำกล้อง 130 มิลลิเมตร รวมถึงจรวดแบบเอสเอ 2 หรือ แซม 2

กองทัพอเมริกัน ทราบข่าวการเคลื่อนพลลงใต้ขนานใหญ่ครั้งนี้ หวังจะใช้กำลังทางอากาศที่มีทำลายกองทหารเวียดนามเหนือที่กำลังหลั่งไหลลงมาทางใต้ในครั้งนี้ แต่ฝ่ายอเมริกันตระหนักดีว่า ข้าศึกคงไม่ปล่อยให้เครื่องบินอเมริกันบินเข้ามาโจมตีได้โดยง่าย ตลอดเส้นทางที่เวียดนามเหนือกำลังเคลื่อนพลลงมา
ย่อมต้องมีระบบต่อต้านอากาศยานและอาวุธที่จะเด็ดปีกเครื่องบินอเมริกันทุกลำ ที่หาญกล้าบินเข้ามาโจมตี
ดังนั้นปฏิบัติการของฝูงบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ 42 (42d Electronic Combat Squadron) จึงเริ่มต้นขึ้น ฝูงบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ 42 จะบินเข้าไปส่งสัญญาณรบกวนเรดาร์นำทางจรวดต่อสู้อากาศยานของข้าศึก เพื่อเปิดทางให้ฝูงบินทิ้งระเบิดแบบ บี-52 บินเข้ามาทิ้งระเบิดปูพรมใส่กองกำลังข้าศึกที่กำลังเคลื่อนพลอยู่เบื้องล่าง


เครื่องบินแบบดักกลาส เอ-1 สกายไรเดอร์ ที่มาของภาพ

วันอีสเตอร์ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1972 พันโทไอเซียล แฮมเบิลตั้น มีนามเรียกขานว่า แบท 21 บราโว (BAT 21 Bravo) มีภารกิจบินบนเครื่องบินแบบ อีบี-66 (EB-66 electronic
counter-measures aircraft) ซึ่งเป็นเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยนามเรียกขานของเครื่องบินลำนี้คือ ค้างคาว 21 หรือ BAT 21 ผู้พันแฮมเบิลตั้น ทำหน้าที่เป็นต้นหน โดยภารกิจของเขาและลูกเรือ
คือการค้นหาที่ตั้งสัญญาณเรดาร์นำทางของจรวดต่อต้านอากาศยานพื้นสู่อากาศ แบบเอสเอ 2 และรบกวนสัญญาณเรดาร์นำทางจรวดของข้าศึก อันจะส่งผลให้ระบบเรดาร์ของมันไม่สามารถกำหนดเป้าหมาย
เครื่องบินได้อย่างถูกต้อง

แบท 21 ทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศที่จังหวัดกวางตรีในเวียดนามใต้ มุ่งตรงไปเป้าหมายทันที เมื่อบินเข้าใกล้เป้าหมาย ปืนต่อสู้อากาศยานจำนวนมากระดมยิงเข้าใส่เครื่องแบท 21 นักบินและลูกเรือต่างต้องประหลาดใจกับการยิงสกัดกั้นขนานใหญ่และรุนแรงของข้าศึกในครั้งนี้ กองพลต่อสู้อากาศยานที่ 365 ของเวียดนามเหนือ จัดวางตำแหน่งของอาวุธต่อสู้อากาศยานเอาไว้อย่างดี เมื่อเครื่องบินของอเมริกันเข้ามา มันจึงกลายเป็นการบินเข้ามาใน “พื้นที่สังหาร” ของฝ่ายเวียดนามเหนือ แสงจากกระสุนส่องวิถี ควันจากกระสุนปืนที่แตกอากาศบนท้องฟ้า และจรวดที่กำลังพวยพุ่งขึ้นไปจากพื้นดินมุ่งตรงสู่เครื่องบิน ปรากฏควันสีขาวเป็นทางยาวจากพื้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า


ฐานยิงจรวดแบบเอสเอ 2 ใกล้ๆ กับทุ่งนาแห่งหนึ่ง

นักบินเครื่องแบท 21 อาศัยประสบการณ์และทักษะของตนเอง บินหลบหลีกปืนต่อสู้อากาศยานข้าศึก
เมื่อสัญญาณเตือนเรดาร์ล็อก ซึ่งเตือนให้ทราบว่าพวกเขากำลังถูกข้าศึกล็อกเป้า อีกไม่นานจะมีจรวดบินเข้ามากระทบกับเครื่อง ถ้ามันพุ่งชนเครื่องบินได้ มันจะเปลี่ยนนักบินและลูกเรือทุกๆ คนของเครื่องแบท 21
ให้กลายเป็นศพที่ยากจะระบุตัวตน จรวดต่อสู้อากาศยานแบบเอสเอ 2 หรือ แซม 2 ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ฝ่ายอเมริกันและพันธมิตรนาโต้เรียกมัน แต่ชื่อที่แท้จริงของมันในการเรียกขานตามระบบอาวุธของสหภาพโซเวียต มันมีชื่อว่า เอส-75 ดีวินา (S-75 Dvina) เป็นจรวดที่มีความเร็วถึง มัค 3.5 หรือ 4,287 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในตอนนี้มันถูกยิงจากพื้นดินมุ่งตรงเข้าใส่เครื่องแบท 21 ถึง 2 ลูก

นักบินเครื่องแบท 21 บินหลบหลีกจรวดแซม 1 ลูกไปได้อย่างหวุดหวิด แต่สัญญาณเตือนก็ยังไม่ดับลง
มันบ่งบอกว่ายังมีจรวดอีกลูกหรือมากกว่านั้น กำลังมุ่งเข้ามาหาเครื่องบิน นักบินพยายามมองหาและ
ประคับประคองเครื่องต่อไป พร้อมกับหันหัวนำเครื่องมุ่งหน้าลงไปทางใต้ เร่งความเร็วเครื่องบินให้ห่างจากทิศทางที่คาดว่าจรวดถูกยิงออกมา ลูกเรือบนเครื่องที่ทำหน้าที่ควบคุมเรดาร์ ตะโกนบอกนักบินให้รีบนำเครื่องออกไปจากเส้นทางบินนี้ นักบินก็พยายามพลิกเครื่องบินไปอีกด้านหนึ่ง คราวนี้นักบินไม่สามารถหลบเลี่ยงจรวดแซมได้อีกแล้ว มันระเบิดบริเวณใต้ท้องเครื่องบินค่อนมาทางบริเวณส่วนท้ายลำ


เครื่องบินแบบโอ-2เอ สกายมาสเตอร์ ที่มาของภาพ

ความสับสนและความกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ทุกๆ อย่างบนเครื่องบินอลหม่านกับนาทีแห่งความเป็นความตายนี้ นักบินพยายามประคับประคองเครื่อง แต่เครื่องบินก็เสียการควบคุม มันกำลังดิ่งหัวลงกระแทกพื้นเบื้องล่างในไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้ เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว นักบินออกคำสั่งให้ลูกเรือทุกๆ คนบนเครื่องแบท 21 สละเครื่องดีดตัวออกไป นักบินหันมาหาพันโทแฮมเบิลตั้น ซึ่งมีที่นั่งอยู่ด้านหลังของนักบิน ตะโกนบอกให้พันโทแฮมเบิลตั้นรีบออกไปจากที่นี่ “ดีดตัวออกไปเร็วเข้า!!!” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับพันโทแฮมเบิลตั้น

พันโทแฮมเบิลตั้นดีดตัวออกไปทันที ร่มของเขากางออกอย่างสมบูรณ์และลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้า เขามองเห็นเครื่อง แบท 21 มีเพลิงลุกไหม้อยู่ที่ด้านท้ายลำเป็นควันสีดำพวยพุ่งออกมา มันกำลังดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง จรวดแซมลูกที่สามก็พุ่งเข้ามา กระทบกับเครื่องบินแบท 21 เข้าอย่างจัง
มันระเบิดและฉีกเครื่องบินออกเป็นชิ้นๆ พร้อมทั้งชีวิตลูกเรือบนเครื่องรวม 6 นาย แต่ทว่า สิ่งที่รอ
พันโทแฮมเบิ้ลตั้นอยู่เบื้องล่างนั้น คือทหารเวียดนามเหนือจำนวนกว่า 30,000 นาย ซึ่งกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เวียดนามใต้

โชคยังเข้าข้างพันโทแฮมเบิลตั้น วิทยุของเขาแบบ ยูอาร์ซี 64 ยังใช้การได้ และยังมีอากาศยานแบบอื่นของอเมริกันบินอยู่ในพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือเครื่องบินแบบ โอ-2เอ สกายมาสเตอร์ (O-2A Skymaster) ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องบินโจมตีชี้เป้าหมายและควบคุมอากาศยานส่วนหน้า โดยเครื่องบินลำนี้มีร้อยตรีบิล เจนโควสกี้ และร้อยเอกลิน วิลสัน พวกเขาทั้งสอง มองเห็นการระเบิดของเครื่อง แบท 21 เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
พันโทแฮมเบิลตั้น พยายามใช้วิทยุผ่านคลื่นความถี่ต่างๆ เพื่อติดต่อกับเครื่อง โอ-2เอ สกายมาสเตอร์ ที่กำลังบินผ่านไปมา เขาสามารถติดต่อกับเครื่องบิน โอ-2เอ สกายมาสเตอร์ ลำนี้ได้ และได้รับคำแนะนำให้หลบซ่อนตัวเองให้ดี อย่าให้ข้าศึกตรวจพบเป็นอันขาด


เครื่องบินสงครามสงครามอิเล็กทรอนิกส์ อีบี 66 ที่มาของภาพ

ปืนต่อสู้อากาศยานของเวียดนามเหนือ ระดมยิงใส่เครื่องบินโอ-2เอ สกายมาสเตอร์ พวกเขาต้องประหลาดใจกับจำนวนทหารเวียดนาม และยานพาหนะต่างๆ ที่มีมากมายในบริเวณนั้น ขณะเดียวกัน
พันโทแฮมเบิลตั้นก็หลบซ่อนตัวเองอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆ กับนาข้าวซึ่งอยู่ห่างจากกองกำลังเวียดนามเหนือเพียงแค่ 100 เมตร เครื่องบินโอ-2เอ สกายมาสเตอร์ กำหนดพิกัดที่พวกเขาพบกับพันโทแฮมเบิลตั้นเป็นบริเวณ 2 กิโลเมตร ทางทิศเหนือของสะพานกัมโล

เครื่องบินโอ-2เอ สกายมาสเตอร์ แจ้งข่าวเครื่องบินอเมริกันตก พบนักบินอยู่หลังแนวรบข้าศึกให้หน่วยค้นหาและช่วยชีวิต search and rescue (SAR) ให้ส่งเครื่องบินมารับตัวพันโทแฮมเบิลตั้นอย่างเร่งด่วน แต่ความพยายามของพวกเขา จะถูกขัดขวางโดยกองกำลังเวียดนามเหนือจำนวนมาก ปริมาณการยิงของปืนต่อสู้อากาศยานจำนวนในบริเวณดังกล่าว ซึ่งพวกเวียดนามเหนือเข้าใจว่าฝ่ายอเมริกันพยายามจะเข้ามาทิ้งระเบิดทำลายสะพานกัมโล พวกเขาจึงยิงต่อสู้เพื่อรักษาสะพานสำคัญแห่งนี้อย่างหนาแน่น

พันโทแฮมเบิลตั้น แม้จะรอดชีวิตมาถึงพื้นดิน แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสะเก็ดระเบิดตอนที่เครื่องบินของเขาระเบิด เขาต้องซ่อนตัวอยู่ในพงไม้ ในรูหรือในหลุมต่างๆ รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยทหารเวียดนามเหนือจำนวนมากที่กำลังเคลื่อนพลผ่านเขาไป เขาต้องอดทนและรอคอยอย่างสงบ แม้สภาพการณ์ต่างๆ
จะเชื้อเชิญให้เขาออกไปมอบตัวและยอมตกเป็นเชลยข้าศึก ซึ่งมันคงจะดีกว่าการต้องมานอนหลบ คอยหวาดผวาสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวจากรอบทิศทาง รวมทั้งต้องทนกับความเหนื่อยล้าและหิวกระหายเช่นนี้ แต่เขาก็ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ในอายุการเป็นทหารที่เหลือเวลาอีก 9 เดือนจะเกษียณ เขาจะไม่ยอมตกเป็นเชลยศึก และจะรักษาชีวิตตนเองเพื่อกลับเกษียณที่บ้านอย่างน่าภาคภูมิ


รถบรรทุกของทหารเวียดนามเหนือแล่นผ่านเส้นทางลัดเลาะไปตามป่า ที่มาของภาพ

เครื่องบินโจมตีแบบ ดักกลาส เอ-1 สกายไรเดอร์ (Douglas A-1 Skyraiders) จำนวน 2 ลำ บินเข้ามาเหนือบริเวณรอบๆ จุดที่พันโทแฮมเบิลตั้นซ่อนตัวอยู่ ทหารเวียดนามระดมยิงอาวุธต่อสู้อากาศยานทุกชนิดเข้าใส่ แม้กระทั่งอาวุธประจำกายทหารราบ การระดมยิงครั้งนี้แม้แต่นักบินที่มีประสบการณ์ของเครื่อง
ดักกลาส เอ-1 สกายไรเดอร์ ทั้ง 2 ลำ ก็ยังไม่เคยพบเห็นการยิงสกัดกั้นมากมายเช่นนี้ จนดูราวกับว่าพวกเขากำลังบินอยู่เหนือนครหลวงฮานอยของเวียดนามเหนือ หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงถูกเรียกให้เข้ามาร่วมวงช่วยเหลือในภารกิจนี้ เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้จำนวน 2 ลำ พร้อมทั้งเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบคอบบร้า จำนวน 2 ลำ จากกรมทหารม้าที่ 8 เร่งรุดเข้ามาทันที

ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินโจมตี ประสานภารกิจช่วยเหลือในครั้งนี้ ทุกๆ อย่างดูเหมือนใกล้จะสำเร็จในไม่ช้า เฮลิคอปเตอร์บินลดระดับเข้ามาอยู่เหนือจุดที่พันโทแฮมเบิลตั้นซ่อนตัว เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลดระดับลงมาเรื่อยๆ ทันใดนั้นเองปืนต่อสู้อากาศยาน ปืนกลและปืนเล็กยาว ของทหารเวียดนามเหนือ
ที่รอจังหวะให้เฮลิคอปเตอร์อเมริกันบินลดระดับลงมาใกล้ๆ พื้นดิน ก็พากันเปิดฉากยิงเข้าใส่จากทุกทิศทุกทาง เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ที่กำลังลดระดับลงไป ถูกยิงใส่เข้าอย่างจังรอบๆ ลำตัวเครื่อง นักบินพยายามเร่งเครื่องและยกตัวขึ้น มุ่งหน้าไปทางทิศใต้หลบให้พ้นกระสุนปืนข้าศึก แต่มันสายไปเสียแล้ว เฮลิคอปเตอร์ทั้งลำพรุนไปด้วยรูกระสุนปืน นักบินพยายามประคองเครื่องออกไปให้พ้นพื้นที่สังหารแห่งนี้ แต่ทว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ก็เสียหายจนไม่สามารถควบคุมได้อีก มันตกลงกระแทกพื้นดิน 6 กิโลเมตรทางทิศตะวันออก จากตำแหน่งของพันโทแฮมเบิลตั้น ทหารเวียดนามเคลื่อนพลติดตามไปจับกุมลูกเรือที่รอดชีวิตในเครื่องฮิวอี้ลำนี้ได้ทั้งหมด


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Rescue_of_Bat_21_Bravo
Website : http://vnafmamn.com/bat21.html
Website : http://www.sealtwo.org/kietvannguyen.htm
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Iceal_Hambleton