Oriental World

ทำไมคนไทยเรียกญี่ปุ่นว่า "ญี่ปุ่น"

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนสนใจเรื่องนิรุกติศาสตร์ จึงเขียนบทความเรื่องที่มาที่ไปของคำต่างๆ ที่คนไทยคุ้นเคย แต่ไม่รู้ที่มาที่ไปของมัน ซึ่งมีคนชอบพอสมควร จนผู้สนใจถามว่า ทำไมไทยเรียกชื่อประเทศแปลกไปจากชื่อทางการของเขา เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ แม้แต่ถามว่าไทยทำไมถึงเรียกว่าไทย ด้วยความที่
รีเควสต์เยอะเกินความสามารถ จึงขอตอบเฉพาะบางคำถาม

ผมเลือกที่จะตอบเรื่องนิรุกติศาสตร์ของคำว่าญี่ปุ่นในไทยด้วยเหตุผลกลใดจำไม่ได้ถนัด แต่คงเป็นเพราะใคร่ครวญดูแล้วว่า "ญี่ปุ่น" เป็นคำที่มีการออกเสียงแปลกพิกล ดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไร แต่จริงๆ แล้วมันมีความหมายเชื่อมโยงคำเก่ารวมถึงคำสมัยใหม่อย่างที่เราคาดไม่ถึง

แต่เดิมนั้นดินแดนที่เป็นญี่ปุ่นมีชื่อเรียกต่างๆ กันออกไป ชื่อเก่าที่แพร่หลายที่สุดคือ วา (倭) ปรากฏในเอกสารจีนตั้งแต่ยุคฮั่น ในยุคโบราณคำนี้อ่านว่า วา แต่สมัยนี้อ่านว่า โว ส่วนในสำเนียงญี่ปุ่นยังอ่านว่า วา เหมือนสำเนียงจีนยุคกลาง ส่วนที่มาของคำนี้มีผู้วิเคราะห์ต่างๆ กันออกไป บ้างก็ว่าสะท้อนความหมายของอักษรภาพที่หมายถึงคนเตี้ย และยังเป็นคนเตี้ยที่ยอมอ่อนน้อม (กับจีน) ความหมายของคำนี้ดูเหมือนจะเข้ากันดีกับสภาวะทางกายภาพของคนญี่ปุ่นยุคโบราณที่รูปร่างเตี้ยกว่าคนชาติอื่น

ตราพระราชลัญจกรราชันแห่งวา (วาโกกุ) พระราชทานให้โดยพระเจ้าฮั่นกวงอู่แห่งราชวงศ์ฮั่น ในปี ค.ศ. 57 ที่มาของภาพ

อีกคำหนึ่งที่แพร่หลายคือ ยามาโตะ (大和) ในภาษาจีนออกเสียงว่า ต้าเหอ แปลว่า สันติภาพอันยิ่งใหญ่ แต่คำว่า เหอ (和) ในยุคกลางออกเสียงคล้ายกับคำว่า วา (倭) ดังนั้นอาจมีความเป็นไปได้ที่ 2 คำนี้จะเกี่ยวข้องกันแต่เพี้ยนไปตามกาลสมัย อนึ่ง ในประเทศญี่ปุ่นยังคงเรียนศูนย์กลางวัฒนธรรมของตนว่า
ยามาโตะ ดินแดนนี้อยู่ที่แถบเมืองนางะในปัจจุบัน

มาถึงคำว่า นิปปง คำนี้เองจะเป็นที่มาของคำตอบของถามที่ว่า ทำไมคนไทยเรียกญี่ปุ่นว่า "ญี่ปุ่น"?

นิปปง หรือ นิฮง เป็นคำที่คนญี่ปุ่นใช้เรียกตัวเองในปัจจุบัน ปรากฏครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ถัง หรือราวศตวรรษที่ 7 - 8 นิยามของคำนี้ถูกกำหนดให้หมายความว่า ดินแดนที่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นปฐม


หมวกเกาะสมัยวัฒนธรรมโคฟุง สมัยศตวรรษที่ 5เป็นยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเรียกตัวเองว่า ยามาโตะ หมวกเกราะชิ้นนี้จัดแสดงที่ Metropolitan Museum of Art ประเทศสหรัฐฯ ที่มาของภาพ

ในส่วนของไทยนั้น ผมคาดเดาว่า "ญี่ปุ่น" ที่เราใช้เรียกคนในประเทศ วา หรือ ยามาโตะ เป็นคำที่เพี้ยนเสียงมาจากอักษรจีน 日本 จีนกลางปัจจุบันออกเสียงว่า "ย์รื่อเปิ่น" (ผมขอสะกดเป็น "ญื่อเปิ่น") ญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า นิปปง หรือ นิฮง จะเห็นได้ว่าแต่ละสำเนียงก็ออกเสียงคล้ายๆ กัน คำถามก็คือ ไทยเอาอย่างจีนหรือเอาอย่างญี่ปุ่น? ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ไทยเรารู้จักญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หรือจากจีน

คำว่า "ญี่ปุ่น" ปรากฏในเอกสารไทยครั้งแรกในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง
พ.ศ. 1998 ตรงกับในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่จริงๆ แล้วชาวสยามรู้จักญี่ปุ่นมานานกว่านั้นมาก

มีบันทึกว่า มีสำเภาจากสยามหลงไปที่ญี่ปุ่นราวปี พ.ศ. 1863 สำเภาลำนี้มีเจตนาจะไปเกาหลี แต่ถูกกักไว้ที่ญี่ปุ่น 1 ปี จึงปล่อยไปเกาหลีได้ (ซึ่งสำเภาไปถึงเกาหลีในสมัยราชวงศ์โครยอ คำว่า ‘โครยอ’
高麗 เป็นที่มาของคำว่า เกาหลี ซึ่งเราออกเสียงตามจีนแต้จิ๋วในช่วงหลังนานแล้ว เพราะเราติดต่อเกาหลีแค่ครั้งเดียวก็เลิกไปนานหลายร้อยปี)


แผนที่ ซื่อไห่ หัวอี๋ จ่งถู (四海華夷總圖) หรือแผ่นที่สี่สมุทร แดนอารยะ แดนคนเถื่อนฉบับสมบูรณ์ ทำขึ้นสมัยราชวงศ์หมิงในปี 1532 ที่มาของภาพ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการก่อตั้งอาณาจักรอยุธยา ชาวสยามที่ไปถึงเกาหลีและญี่ปุ่นในเอกสารเกาหลีระบุว่ามาจากประเทศ "เซียนหลอหู" คือประเทศสุโขทัย (เซียน) กับละโว้ (หลอหู) รวมกัน (บางท่านว่าไม่ใช่สุโขทัยแต่เป็นสุพรรณฯ)

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกว่า สยามไปข้องแวะกับญี่ปุ่นและเกาหลี และน่าจะรู้จักกันมาก่อนบ้างแล้ว หรือไม่ก็รู้จักกันมากขึ้นหลังจากนั้น

แต่ประเด็นสำคัญก็คือ คนสำเภาของสยามส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน และมักเป็นจีนฮกเกี้ยนเสียด้วย
โดยเฉพาะในช่วงนั้น ท่าเรือสำคัญอยู่ที่ฉวนโจว มณฑลฮกเกี้ยน พ่อค้าในอุษาคเนย์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนฮกเกี้ยน ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนฯ สมัยอยุธยาก็ระบุตำแหน่งข้าราชการบนสำเภาการค้าเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนทั้งสิ้น

ดังนั้นเป็นไปได้สูงที่ไทยเราจะเรียก ญี่ปุ่นตามภาษาจีนฮกเกี้ยน คือ "ยิตปุ๋น" หรือ "ยิดปุ่น" (คำนี้อยู่บนแผนที่สมัยอยุธยา) ในสมัยอยุธยาก็มีชุมชนชาวญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ "ญี่ปุ่น" จะเพี้ยนมาจาก นิปปง หรือ นิฮง? ตอบว่า เป็นไปได้ แต่มีปัญหาอยู่ที่การออกเสียงทั้ง 2 แบบมักใช้สลับกันไปมา ยกเว้นจะบอกว่าตัวเองเป็นคนญี่ปุ่นจะใช้ "นิฮงจิน" อย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใกล้เคียงกับ "ญี่ปุ่น" เท่าไหร่นัก
ส่วน นิปปง ใช้กับภาษาทางการคนทั่วไปมักไม่ใช้กันอีก

มาถึงคำว่า เจแปน (Japan) ทำไมมันถึงเพี้ยนมาจาก นิปปง หรือ นิปปอน ได้ขนาดนั้น

แต่เดิมนั้นคำนี้ก็มาจาก ญื่อเปิ่น (日本) ในภาษจีนนั่นเอง แต่มันมีมูลเหตุมาจากการออกเสียงของภูมิภาคต่างๆ ของจีนที่แตกต่างกันไป ฝรั่งคนแรกๆ ที่เอ่ยถึงญี่ปุ่นคือมาร์โค โปโล เอ่ยถึงญี่ปุ่นว่า Cipangu คำนี้คนทั่วๆ ไปอ่านว่า ซิปันกู แต่ในภาษอิตาเลียนต้องอ่านว่า ชิปันกู ชิ สามารถเลือนเสียงเป็น จิ ได้ไม่ยากนัก และคาดว่ามาร์โค โปโล เลียนเสียงมาจากสำเนียงชาวแคว้นอู๋ (ลูกหลานง่อก๊ก) ซึ่งในศตวรรษที่ 13 เป็น
ดินแดนเชื่อมต่อระหว่างจีนกับโลกภายนอกทางทะเล ชาวแคว้นอู๋ออกเสียง ญื่อเปิ่น ว่า เจปเปิ่น


แผนที่โลกของเซบาสเตียน มึนสเตอร์ (Sebastian Münster) ในปี 1561เรียกญี่ปุ่นว่า จิปานญิ (Zipangni) ที่มาของภาพ

ต่อมาจาก ชิปันกู เริ่มมีอังกฤษเรียกว่า จับปัน (Giapan) เริ่มเพี้ยนเพราะการใช้อักษรผิดตัวและลิ้นคนยุโรปเอง จาก Ci เป็น Gia กลายเป็น I และเป็น J

ดังนั้น ที่จริงแล้วมันไม่ได้เพี้ยนมาตั้งแต่แรก ในเอกสารฝรั่งสมัยก่อนไม่มีตัว J แต่ใช้ตัว I แทน เมื่อตัว I ประกบกับสระจะออกเสียง "ย" สมัยก่อนเขาไม่ได้เขียนว่า Japan แต่เขียนว่า Iippon (ยิปปอน) ต่อมาเกิดสระเลื่อน อักษรกลาย เสียงเพี้ยนไปตามกาลเวลา และลิ้นคนยุโรป กลายเป็น เจแปน (Japan) ยาพัน (Japan) หรือ ชาปง (japon) ในที่สุด

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้