Armies Weapons and Warfare

หายนะร่อนไป 560 ไมล์ ร่วงหล่น

สงครามเย็น ยุคสมัยที่ผู้คนบนโลกใบนี้ต่างหวาดระแวงต่ออาวุธทำลายล้างอย่างระเบิดนิวเคลียร์ เทคโนโลยีและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนา สามารถนำอาวุธนิวเคลียร์มาจากทวีปไปทำลายเป้าหมายในอีกทวีปหนึ่งได้ การทำลายล้างภายในพริบตา อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาบนโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงกันมาโดยตลอด กว่าจะรู้ว่าสงครามเกิดขึ้นแล้ว พวกเขาก็อาจจะถูกทำลายไปก่อนแล้วก็เป็นได้

เครื่องบินขับไล่เอฟ 15 กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ที่มาของภาพ

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการบิน ได้รับการพัฒนาต่อยอดไปจนเกิดขีดสุด กำแพงเสียงถูกพิชิตลงได้ เครื่องบินก็เป็นได้เร็วมากขึ้นและสูงมากขึ้นด้วย เครื่องบินรบของกองทัพอากาศชาติอภิมหาอำนาจของโลกทั้งอเมริกา และ สหภาพโซเวียต ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากเพื่อสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากความหวาดระแวงกันและกันของทั้งสองชาติ พวกเขาต้องเตรียมพร้อม
และสามารถออกบินทำภารกิจได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

เครื่องบินรบของอเมริกาและสหภาพโซเวียต บินมาเผชิญหน้ากันบนน่านฟ้าทั้งของตนเอง และน่านฟ้าของชาติพันธมิตร เฉกเช่นกับเผชิญหน้ากันบนพื้นดิน ที่พวกเขาหมิ่นเหม่จะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้ง แต่มีเหตุการณ์หนึ่ง ที่เครื่องบินของพวกเขานำมาซึ่งโศกนาฏกรรม ที่ทำให้พลเรือนซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรม กับสงครามเย็นในครั้งนี้


เครื่องบินมิกซ์ 23 ของกองทัพอากาศโซเวียต ที่มาของภาพ

วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 มันเป็นวันชาติสหรัฐอเมริกา และมันอาจจะเป็นวันธรรมดาในวันหนึ่งของฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 32 (32nd Tactical Fighter Squadron) ที่รู้จักกันในชื่อของ วูล์ฟฮาวน์ด (Wolfhound) ซึ่งมีฐานบินอยู่ในซอสเทอร์เบิร์ก ประเทศเนเธอร์เแลนด์ เมื่อสองนักบินอเมริกัน
เจดี มาร์ติน และบิล เมอร์ฟี่ ได้รับการแจ้งเตือน ให้ขึ้นบินสกัดกั้นอากาศยาน ไม่ปรากฏสัญชาติลำหนึ่งที่บินลำน่านฟ้าเข้ามา ข้อสันนิษฐานแรกที่พวกเขาคิด พวกเขาคาดว่ามันคงจะเป็นเครื่องบินของสหภาพโซเวียตที่บินเข้ามา

อากาศยานไม่ปรากฏสัญชาติลำนี้ มันคือ เครื่องบินแบบ มิกซ์23 เอ็ม (MIG 23 M) ที่มีนักบินโซเวียต
นิโคไล สกูริกิน บังคับเครื่องบินลำนี้ มันเป็นภารกิจฝึกบินปกติสำหรับเขา ซึ่งก่อนหน้านี้ เขานำเครื่องบิน
ลำดังกล่าวขึ้นบินมาจากฐานทัพอากาศโคลอบซเร็ก ในประเทศโปแลนด์

หลังจากขึ้นบินได้ไม่นานสกูริกินก็รู้ว่า วันนี้เขาคงไม่อาจนำเครื่องบินลำนี้ร่อนลงที่ฐานทัพอากาศได้อีกครั้ง เพราะเครื่องบินมิกซ์ 23 ลำนี้ เกิดระบบควบคุมขัดข้อง จนทำให้นักบินไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้อีกต่อไป แต่ทว่า สกูริกินยังใช้ความพยายามสุดท้ายที่มีอยู่ บังคับเครื่องบินออกไปให้พ้นจากเขตชุมชนก่อนที่เขาจะดีดตัวออกจากเครื่องบิน เครื่องบินมิกซ์ลำนี้ควรจะปักหัวลงโหม่งพื้นโลก ระเบิดแหลกกลายเป็นเศษซาก แต่มันกลับเชิดหัวขึ้น และบินต่อไปโดยไร้ซึ่งคนบังคับราวกับมันเป็นเครื่องบินผีสิงไปแล้ว


แผนที่แสดงเส้นทางการบินของเครื่องมิกซ์23 ผีสิงลำนี้ ที่มาของภาพ

เครื่องบินมิกซ์23 ของสกูริกิน บินตรงไปทางทิศตะวันตกออกไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ว่ามันจะหยุดและตกลงที่ใด จนกระทั่งเวลา 09.44 น ฐานเรดาร์ของเยอรมันตะวันตก จับสัญญาณอากาศยานลำนี้กำลังมุ่งตรงไปน่านฟ้าเนเธอร์แลนด์ ฐานทัพอากาศอเมริกัน ส่งเครื่องบินรบแบบเอฟ15 เอส (F15 S) จำนวน
2 ลำ บินเข้าสกัดกั้นเมื่อเวลา 10.05 น


บริเวณจุดตกของเครื่องบินมิกซ์ 23 ที่มาของภาพ

นักบินรบเครื่องเอฟ 15 เอส ของอเมริกันทั้ง 2 ลำ เจดี และ เมอร์ฟี่ ตรวจพบเครื่องมิกซ์ของโซเวียตอยู่ในสายตา พวกเขาพยายามวิทยุแจ้งให้อากาศยานโซเวียตลำนี้ หันหัวกลับหรือแจ้งเจตนาของตนเอง เพราะอาจมีความเป็นไปได้ว่า เครื่องมิกซ์ลำนี้อาจจะพยายามบินเข้ามาขอลี้ภัยก็เป็นได้ เครื่องบินอเมริกันทั้ง
สองลำ กลับประสบปัญหาในการติดต่อกับหอควบคุมการบิน พวกเขาทั้ง 2 นำเครื่องบินของตนเอง บินเข้าประกบกับเครื่องบินโซเวียตลำนี้ แต่แล้วพวกเขาต้องตกตะลึง เพราะนอกจากมันจะไม่ได้ติดอาวุธบนเครื่องแล้ว มันก็ยังไม่มีคนบังคับอีกด้วย

เครื่องบินรบของอเมริกันทั้งสองลำ บินประกบกับเครื่องบินมิกซ์ต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาพยายามติดต่อกับ
หอบังคับการบิน เพื่อขอคำสั่งให้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งกับเครื่องบินโซเวียตลำนี้ จนกระทั่งสามารถการติดต่อกับหอบังคับการบินได้สำเร็จ นักบินอเมริกันแจ้งผ่านวิทยุบอกเล่าทุกๆ สิ่งที่พวกเขาเห็น
บนเครื่องบินมิกซ์โซเวียตลำนี้ แต่แล้วเครื่องบินมิกซ์ 23 ลำนี้ก็ค่อยค่อยลดระดับลง


เศษซากส่วนหางของเครื่องมิกซ์ 23 ที่มาของภาพ

มีการคำนวณว่าเครื่องบินโซเวียตลำนี้อาจจะตกลงใกล้กับเมือง ลิลลี ที่อยู่ใกล้กับชายแดนเบลเยี่ยมฝรั่งเศส หรือมันอาจจะตกลงบริเวณพื้นที่การเกษตรสักแห่งหนึ่งของเบลเยียม หอบังคับการบินติดต่อกับเครื่องบินเอฟ 15 ของอเมริกันทั้งสองลำ ประเมินแล้วว่า เครื่องบินโซเวียตลำนี้ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่การคำนวณก็ผิดพลาด เมื่อเครื่องบินลงระดับลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถึงที่หมายที่พวกเขาคาดการณ์ มันตกกระแทกเข้ากับโรงนาบนพื้นดินเบื้องล่างและระเบิดออกเป็นชิ้นๆ พร้อมทั้งคร่าชีวิตเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในโรงนาที่เครื่องบินมิกซ์ 23 ของโซเวียตลำนี้ตกลงไปพอดี

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ รัฐบาลเบลเยี่ยมประท้วงไปยังรัฐบาลสหภาพโซเวียต ที่ละเลยจนทำให้อากาศยานของกองทัพอากาศโซเวียต ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตพลเรือนเบลเยี่ยม รัฐมนตรีต่างประเทศของเบลเยี่ยมกล่าวว่า สหภาพโซเวียตมีเวลากว่า 1 ชั่วโมง ที่จะแจ้งให้ทางนาโต้รับทราบว่าอากาศยานของตนเองไม่สามารถควบคุมได้ และบินเข้าไปในน่านฟ้าของนาโต้ ขณะเดียวกันฝ่ายอเมริกันก็ถูกกล่าวหาว่า ไม่มีความชัดเจน และประมาทที่จะตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับเครื่องบินรบ ที่ไม่มีคนบังคับลำนี้ กระทั่งบทสรุปสุดท้าย รัฐบาลสหภาพโซเวียตยอมจ่ายเงินชดใช้ให้กับเบลเยี่ยมเป็นจำนวนเงิน 685,000 ดอลล่าร์


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/1989_Belgian_MiG-23_crash
Website : https://www.warhistoryonline.com/war-articles/barney-checkthe-mig-23-that-flew-for-560-miles-without-the-pilot-then-crashed-in-a-farm-killing-a-boy.html
Website : http://enacademic.com/dic.nsf/enwiki/5403459
Website : http://www.russianwarrior.com/STMMain.htm?1969vehicle_MIG23.htm&1
Website : http://nationalinterest.org/blog/the-buzz/the-mig-23-russias-worst-fighter-jet-ever-21791