Oriental World

6 สโลแกนเขย่าแดนมังกร

จีน เป็นประเทศแห่งคำขวัญหรือสโลแกน นโยบายของรัฐมักถูกสรุปรวบยอดให้เป็นที่รู้กันง่ายๆ หรือจดจำกันได้ติดปากในรูปแบบของสโลแกน นับตั้งแต่ยุคจีนใหม่เป็นต้นมา มีสโลแกนไหนบ้างที่ส่งผลให้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นดิน เรามาดูกัน


“ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก รอยสำนักประชันเสียง” ลายมือเหมาเจ๋อตง ที่มาของภาพ

百花齐放 ปี 1956
ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก


เหมาเจ๋อตงหยิบยืมวลี 百花齐放,百家争鸣 ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยสำนักประชันเสียง มาจากสมัยชุนชิว-จั้นกว๋อ เมื่อเหมาเปิดโอกาสให้บรรดาปัญญาชนวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคได้อย่างเสรี ไม่ต่างจากเมื่อครั้งบรรพกาลที่ปวงปราชญ์เมธีสำนักคิดต่างๆ ออกมาประชันกันในเรื่องของนโยบายความคิด นโยบายนี้ทำให้มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างมากมาย

สุดท้ายแล้ว ร้อยบุปผาที่เบ่งบานก็โดนขยี้แหลกราญ ร้อยสำนักคิดที่แข่งประชันก็ถูกล้างผลาญ!!!

เพราะที่สุด เหมาเจ๋อตงก็ยกเลิกนโยบายนี้ เหมาเจ๋อตงกล่าวในการประชุมเมื่อปี 1957 ว่า

“ที่เราพูดนั้นเป็นร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยสำนักประชันเสียงในขอบเขตสังคมนิยมและในหมู่ประชาชน ไม่รวมพวกปฏิปักษ์ปฏิวัติ”

แล้วบรรดาคนที่ออกมาวิจารณ์พรรคก็ถูกตีตราว่าเป็นพวกขวา พวกปฏิปักษ์การปฏิวัติ เกือบทั้งหมดถูกกวาดล้าง จับกุมคุมขัง ถูกส่งไปใช้แรงงานปรับทัศนคติ มีผู้ประสบภัยจากสโลแกนนี้นับพันนับหมื่นทั่วประเทศ

敢想敢干 ปี 1958
กล้าคิดกล้าปฏิบัติ


สโลแกนนี้เกิดขึ้นในช่วงยุคก้าวกระโดดไปข้างหน้า 大跃进 ที่มุ่งจะพัฒนาประเทศให้เกิดผลลัพธ์เร็วที่สุด ประธานเหมาใช้สโลแกนนี้กระตุ้นผู้คนให้ทำตามนโยบายของเขา แต่น่าเสียดายยุคก้าวกระโดดไปข้างหน้า ที่เหมาบอกให้คนกล้าคิดกล้าปฏิบัตินี้ นำไปสู่ความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดความตกต่ำของประเทศ ผู้คนแร้นแค้นอดอยากล้มตายนับล้าน กลายเป็นตราบาปของเหมา และทำให้อำนาจของเขาสั่นคลอน จนกว่าจะถึงวันที่เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรม ที่เหมาจะเอาคืนอีกครั้ง!


เรดการ์ดรื้อทำลายเทวรูป ตามคำสั่ง “พิฆาตสี่เก่า” ที่มาของภาพ 

破四旧 ปี 1966
พิฆาตสี่เก่า


นี่เป็นสโลแกนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมที่ปลุกเร้าให้บรรดายุวชนเรดการ์ดลุกฮือขึ้นมาพิฆาตสี่เก่า ได้แก่ ประเพณีเก่า 旧风俗 วัฒนธรรมเก่า 旧文化 นิสัยเก่า 旧习惯 และความคิดเก่า 旧思想 ทำให้เกิดความคลุ้มคลั่งไปทั้งแผ่นดินมังกร เหมาเจ๋อตงที่เคยพลาดในยุคก้าวกระโดดไปข้างหน้ากลับมาผงาดอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นเสมือนสมมุติเทพอันล่วงละเมิดมิได้ นโยบายพิฆาตสี่เก่าของเหมาเจ๋อตง เป็นเสมือน
ใบอนุญาต “ฆ่า” ให้กับพวกเรดการ์ด พวกเขาไม่เพียงพิฆาตสิ่งของ สถานที่ ยังทำร้ายผู้คน จนว่ากันว่าตลอดทศวรรษแห่งความคลั่งเหมานี้มีคนตายเป็นล้านๆ


โค่นล้มแก๊งสี่คน ที่มาของภาพ 

打倒四人帮 ปี 1976
โค่นล้มแก๊งสี่คน


หลังจากเหมาเจ๋อตงตายลง ชะตากรรมแก๊งสี่คน 四人帮 อันประกอบไปด้วย เจียงชิง เหยาเหวินหยวน
จางชุนเฉียว และหวังหงเหวิน ก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตอนเหมามีชีวิต แก๊งสี่คนชี้เป็นชี้ตายคนทั้งแผ่นดิน แต่เมื่อสิ้นเหมา แก๊งสี่คนก็ขาดคนคุ้มหัว! ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1976 นั่นเองที่ทั้งสี่คนถูกจับกุม และขึ้นศาลพิจารณาคดีความผิดที่เคยทำมาในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

改革开放 ปี 1978
ปฏิรูป-เปิดออก


เมื่อสิ้นสุดยุคคลั่งเหมา เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นมามีอำนาจ แล้วชายร่างเล็กคนนี้ก็พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินด้วยการประกาศนโยบายการ “ปฏิรูปเศรษฐกิจ” ด้วยการปลดปล่อยกำลังการผลิต และ “เปิดประเทศออก” เพื่อดูดซับทรัพยากรการผลิตจากภายนอก แล้วนโยบายนี้ของเติ้งนี่เอง ที่ทำให้จีนก้าวกระโดดอย่างแท้จริง



คำขวัญบนผนัง ท่อนหลังบอกว่า “มีลูกให้น้อย เลี้ยงหมูให้มาก” ที่มาของภาพ

 少生孩子多养猪 ปี 1979
มีลูกให้น้อยเลี้ยงหมูให้มาก


สโลแกนประหลาดนี้แพร่หลายมากในชนบท เกิดขึ้นในยุคที่จีนรณรงค์วางแผนครอบครัว
มี นโยบายผัวเมียหนึ่งคู่มีลูกหนึ่งคน“一对夫妇生育一个孩子” หรือนโยบายลูกคนเดียว
One-child Policy
และนโยบายนี้เองที่ก่อให้เกิดปัญหามากมายตามมา ใครมีลูกเกิน 1 คน ถูกปรับ ถูกไล่ออกจากงาน เกิดปัญหาทำแท้งผิดกฎหมาย ฯลฯ

นี่คือส่วนหนึ่งของสโลแกนที่ทำให้ประเทศจีนพลิกผัน และเป็นเครื่องยืนยันว่า วาทกรรม ทำหน้าที่ของมันได้อย่างทรงพลังตลอดมา