World Clvilization

สุสานหลวงไอยคุปต์ยุคก่อนพีระมิด

ทุกวันนี้ การไปเที่ยวประเทศอียิปต์แทบจะไม่ต่างจากการไปเยี่ยมชม “สุสาน” ของชาวไอยคุปต์ เพราะแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพีระมิด มาสตาบา (Mastaba) หรือหุบผากษัตริย์ที่สามารถดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้ไปเยี่ยมชมได้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็น “สุสาน” หรือสถานที่ฝังศพของชาวอียิปต์โบราณทั้งสิ้น ด้วยว่าชาวไอยคุปต์มีความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้น พวกเขาจึงทำมัมมี่เพื่อที่จะรักษาสภาพศพเอาไว้ให้ดวงวิญญาณที่เรียกว่า “คา” (kA) ได้อยู่อาศัยก่อนที่จะรวมร่างกับดวงวิญญาณ “บา” (bA) กลายเป็นดวงวิญญาณอมตะทีเรียกว่า “อัคห์” (Ax) และได้เดินทางไปใช้ชีวิตนิรันดร์ในโลกหลังความตายตามที่พวกเขาปรารถนา

สุสานยู-เจ ของราชันแมงป่อง แบ่งออกเป็น 12 ช่อง โดยช่องใหญ่ที่สุดอาจจะทำหน้าที่เป็นห้องฝังพระศพ ที่มาของภาพ

เมื่อมีมัมมี่แล้วก็ต้องมี “สุสาน” เพื่อเก็บรักษาศพ อีกทั้งยังมีไว้เพื่อให้ญาติของผู้วายชนม์ได้มาพูดคุย
วางเครื่องบรรณาการไว้ให้ คล้ายๆ กับว่า จะเป็นสถานที่ให้คนเป็นกับคนตายได้มาสื่อสารกัน (ในเชิงความเชื่อ) นั่นล่ะ ชาวไอยคุปต์มีแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตายมายาวนานแล้ว ด้วยว่า พวกเขาเห็นดวงอาทิตย์ที่ขึ้นและตกในทุกๆ วัน ทำให้ฉุกคิดได้ว่า ดวงอาทิตย์ที่ “ตาย” ไปในวันนี้ยังสามารถเกิดใหม่ขึ้นมาได้ในวันรุ่งขึ้น แล้วทำไมชีวิตของพวกเขาจะฟื้นคืนขึ้นมาบ้างไม่ได้ล่ะ? ชาวอียิปต์โบราณจึงต้องสร้างสุสานให้ยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อที่จะให้มันอยู่คงทนไปชั่วนิรันดร์ และนั่น จึงทำให้ในปัจจุบันเราพบหลักฐานของสุสานชาวไอยคุปต์มากกว่าบ้านเรือน หรือพระราชวังเสียอีกแน่ะ


สุสานที่เราคุ้นเคยกันดีมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “พีระมิด” ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานหลวงขององค์ฟาโรห์ พีระมิดองค์แรกมีลักษณะเป็นขั้นบันไดสร้างในสมัยของฟาโรห์ดโจเซอร์ (Djoser) แห่งราชวงศ์ที่ 3 เมื่อราว 2,700 ปีก่อนคริสตกาล ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังนามว่า “อิมโฮเทป” (Imhotep) หลังจากนั้น พีระมิดก็ได้พัฒนาไปเรื่อยๆ จนมีรูปร่างเป็นพีระมิดแท้ (True Pyramid) ผิวด้านข้างเรียบเนียนอย่างที่เราคุ้นเคยกันที่มหาพีระมิดแห่งกิซ่า แต่ทราบกันไหมล่ะว่า ก่อนหน้าที่ชาวไอยคุปต์จะสร้างพีระมิดนั้น สุสานหลวงของเหล่าฟาโรห์มีรูปร่างลักษณะอย่างไร จะยิ่งใหญ่เหมือนพีระมิดหรือไม่ ตามมาดูกันเลย

ย้อนกลับไปในสมัยยุคต้นราชวงศ์เมื่อราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล สุสานหลวงของชาวอียิปต์โบราณไม่ได้มีลักษณะเป็นพีระมิดดังเช่นที่ปรากฏให้เห็นในสมัยราชอาณาจักรเก่า สุสานในยุคต้นราชวงศ์มีรูปร่างเป็นหลุมสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีขนาดเพียงพอแค่สำหรับบรรจุร่างพระศพของฟาโรห์พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้สำหรับโลกหน้า อย่างเช่นภาชนะต่างๆ เท่านั้น


สุสานของฟาโรห์ดเจอร์แห่งราชวงศ์ที่ 1 มีหลุมขนาดเล็กรายล้อมอยู่ 318 หลุม ที่มาของภาพ

สถาปัตยกรรมของสุสานในสมัยนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน สุสานบางแห่งดังเช่น สุสานยู-เจ (Tomb U-j) ของราชันแมงป่อง (Scorpion King) ในเมืองอไบดอส (Abydos) ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในราชวงศ์ที่ 0 มีการแบ่งสัดส่วนออกเป็นห้องย่อยๆ 12 ห้อง แต่ละห้องมีหน้าที่เฉพาะตัวของมัน เช่น เอาไว้สำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้ โดยห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนั้นทำหน้าที่เป็นห้องฝังพระศพ สังเกตได้ว่า ห้องทุกห้องอยู่ในระดับพื้นดินเดียวกันทั้งหมด โดยที่โครงสร้างด้านบน (Superstructure) ของสุสานทุกแห่งพังทลายลงไปหมดแล้ว แต่นักอียิปต์วิทยาที่ตรวจสอบสุสานต่างๆ ได้พบกับหลุมเสาที่อาจจะทำจากไม้ซึ่งเคยทำหน้าที่ค้ำยันเพดานด้านบนของสุสานเอาไว้ด้วยก็เป็นได้ และโครงสร้างที่ปกคลุมสุสานในยุคต้นราชวงศ์เหล่านี้ก็เชื่อกันว่า อยู่ในรูปของเนินดิน (Mound) สะท้อนให้เห็นถึงเนินดินแห่งการถือกำเนิดตามตำนานการสร้างโลกของชาวอียิปต์โบราณที่เชื่อมโยงไปถึงการฟื้นคืนชีพของฟาโรห์ในโลกหน้าด้วย


สุสานของฟาโรห์เดนแห่งราชวงศ์ที่ 1 เริ่มมีการสร้าง “บันได” ลงไปยังห้องฝังศพด้านในสุสาน ที่มาของภาพ

สุสานของเหล่าฟาโรห์ในยุคก่อนราชวงศ์มีสถาปัตยกรรมในรูปแบบเดียวกันกับสุสานของราชันแมงป่อง นั่นคือ เป็นหลุมแบบเรียบง่ายที่มีการแบ่งช่องต่างๆ อย่างชัดเจน สุสานของฟาโรห์บางพระองค์เช่น นาร์เมอร์ (Narmer) หรือ ฮอร์-อฮา (Hor-Aha) เป็นเพียงแค่หลุมสี่เหลี่ยมที่ดูผิวเผินแล้วแทบจะไม่รู้เลยว่านี่คือ “สุสาน” ของฟาโรห์ แต่ด้วยหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบจากภายในสุสาน ทั้งบรรดาแผ่นงาช้างสลักต่างๆ ที่มีพระนามของฟาโรห์ปรากฏอยู่ ก็ทำให้นักอียิปต์วิทยาพอจะตีความได้ว่า หลุมสี่เหลี่ยมแบบเรียบง่าย ไร้ซึ่งโครงสร้างด้านบนปกคลุมเหล่านี้ น่าจะเป็นสุสานของฟาโรห์องค์ใดบ้าง ที่น่าสนใจก็คือ สุสานของฟาโรห์ในสมัยราชวงศ์ที่ 1 นั้น ตั้งอยู่รวมกันในเมืองอไบดอสเกือบทั้งหมด สุสานเริ่มมีพัฒนาการจากหลุมสี่เหลี่ยมง่ายๆ มาเป็นหลุมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีห้องเล็กๆ หลายร้อยหลุมรายล้อม นักอียิปต์วิทยาตีความว่า หลุมเล็กๆ เหล่านี้ อาจจะทำหน้าที่เป็นสุสานสำหรับขุนนางที่ถูกบูชายัญให้ตายตามฟาโรห์ไป สุสานบางแห่งเช่นของฟาโรห์ดเจอร์ (Djer) มีหลุมเล็กๆ เช่นนี้ อยู่ถึง 318 หลุมเลยทีเดียว


กำแพงพิธีศพขนาดใหญ่ที่ฟาโรห์ในยุคต้นราชวงศ์นิยมสร้างเอาไว้แยกจากสุสานของตัวเอง ที่มาของภาพ

หลังจากนั้นสุสานในสมัยราชวงศ์ที่ 1 เริ่มมีวิวัฒนาการที่ซับซ้อนขึ้น สุสานของฟาโรห์เดน (Den) เริ่มมีการสร้าง “บันได” ลงไปยังสุสาน (ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการสร้างบันไดลงไปยังห้องฝังศพมาก่อน) แสดงให้เห็นว่า สุสานสามารถสร้างเสร็จก่อนที่ฟาโรห์จะสิ้นพระชนม์ก็ได้ เพราะได้สร้างทางเดินให้ขบวนเคลื่อนเข้าไปยังห้องฝังศพได้โดยง่ายเอาไว้แล้ว

แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ เหล่าฟาโรห์ในยุคต้นราชวงศ์แต่ละองค์ ล้วนแล้วแต่สร้างกลุ่มอาคารที่เกี่ยวข้องกับพิธีศพเอาไว้ถึง 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ กลุ่มอาคารที่มีลักษณะเป็นหลุมสี่เหลี่ยมขนาดเล็กซึ่งทำหน้าที่เป็น “สุสาน” ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่นครอไบดอส โดยที่พระองค์ยังคงมีการสร้างอาคารอีกรูปแบบหนึ่งเอาไว้ด้วย เรียกว่า “กำแพงพิธีศพ” (Funerary Enclosure) สร้างจากอิฐสอโคลน (Mud-Brick) มีลักษณะเป็นกำแพงขนาดใหญ่ถูกตั้งแยกเอาไว้ต่างหากที่นครอไบดอสเช่นกัน นักอียิปต์วิทยายังคงตั้งคำถามกับกำแพงเหล่านี้กันอยู่ว่า สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่ หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่สุดก็คือ มันอาจจะทำหน้าที่เป็น “พระราชวัง” ให้กับฟาโรห์ในโลกหน้าก็เป็นได้

พีระมิดขั้นบันไดของฟาโรห์ดโจเซอร์ คือพีระมิดองค์แรกของโลก อิมโฮเทปได้ผสานรูปแบบของสุสานในยุคก่อนหน้าเข้าด้วยกัน
โดยนำเอามาสตาบามาซ้อนกันหกชั้น และสร้างสุสานเอาไว้ในกำแพงล้อมขนาดใหญ่ ที่มาของภาพ


สุสานหลวงของชาวไอยคุปต์ยุคก่อนพีระมิด จึงมักจะเป็นสุสานแบบหลุมสี่เหลี่ยมที่โครงสร้างด้านบนไม่หลงเหลือให้ศึกษาอีกต่อไปแล้ว ซึ่งโครงสร้างด้านบนดั้งเดิมอาจจะอยู่ในรูปของเนินดิน หรือ “มาสตาบา” ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูก็เป็นได้ เหล่าฟาโรห์นิยมสร้างสุสานและกำแพงพิธีศพแยกจากกัน หลังจากนั้น
อิมโฮเทปก็ได้รวมรูปแบบทางสถาปัตยกรรมทุกอย่างไว้ด้วยกัน โดยนำเอามาสตาบามาซ้อนกัน 6 ชั้น ผสานกำแพงพิธีศพเข้ากับสุสานขององค์ฟาโรห์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือ “พีระมิดขั้นบันได” องค์แรกของโลกที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงขนาดยักษ์ ดังที่ได้เห็นกันในนครสุสาน “ซัคคารา” (Saqqara) นั่นเอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ: The Tomb in Ancient Egypt โดย Aidan Dodson และ Salima Ikram
Website: http://myweb.usf.edu/~liottan/tombsofancientegypt.html
Website: http://www.mummies2pyramids.info/pyramids-tombs/pit-graves.htm
Website: http://ib205.tripod.com/tombs.html
Website: https://www.britannica.com/technology/mastaba
Website: https://www.thoughtco.com/mastabas-the-original-pyramids-120471