Armies Weapons and Warfare

ไฮนซ์ โวลฟ์กัง ชเนาเฟอร์ ปีศาจแห่งซินทรัยเดอะ

ไฮนซ์ โวลฟ์กัง ชเนาเฟอร์ อาจจะเป็นชื่อนักบินเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ไม่ค่อยคุ้นหูเราสักเท่าไหร่นัก แต่เขาเป็นหนึ่งในยอดนักบินรบของกองทัพอากาศเยอรมัน ซึ่งเทียบชั้นความสามารถ
กับนักบินรบเยอรมันที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ได้แก่ เอริค ฮาร์ทมัน เลยทีเดียว เขาคือนักบินขับไล่ใน
เวลากลางคืนที่มีสถิติยิงเครื่องบินข้าศึกตกเป็นจำนวนมากที่สุดในกองทัพอากาศเยอรมัน ส่วนใหญ่เป็นการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดสี่เครื่องยนต์ของกองทัพอากาศอังกฤษ


ไฮนซ์ โวลฟ์กัง ชเนาเฟอร์ ที่มาของภาพ

ไฮนซ์ โวลฟ์กัง ชเนาเฟอร์ เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1922 ในเมืองคาลว (Calw) เขาเป็นพี่ชายคนโตจากพี่น้องร่วมท้องเดียวกันทั้งสี่คน พ่อของเขา อัลเฟรด ชเนาเฟอร์ เป็นวิศวกรเครื่องกลและพ่อค้า และเขายังเป็นเจ้าของกิจการโรงกลั่นเหล้าองุ่น ชเนาเฟอร์ ชลอสแบร์กแคลเลอไร (Schnaufer-Schlossbergkellerei)

เมื่ออายุได้หกขวบ เขาเข้าเรียนในโรงเรียนประถมประจำท้องถิ่น ร่ำเรียนเรื่อยมาจนกระทั่งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่หก หลังจากนั้นสมัครเข้าเรียนต่อในโรงเรียนประจำ โรงเรียนแห่งนี้ คือ สถาบันการศึกษาทางการเมืองแห่งชาติ นาทเชิลนาลโพลิทิสเชอ แอซีฮุงซานสตาลท์ (Nationalpolitische Erziehungsanstalt) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้นโยบายของพรรคนาซี ที่มีความประสงค์จะสร้างผู้นำทางการเมืองการทหารให้แก่อาณาจักรไรช์ที่ 3


เครื่องบินขับไล่ในเวลากลางคืนของเยอรมัน บีเอฟ 110 รุ่นปฏิบัติการในตอนกลางคืน ที่มาของภาพ

ชเนาเฟอร์ เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม เขาสอบได้เป็นอันดับหนึ่งทุกปี จนกระทั่งเขาสำเร็จการศึกษาในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1939 ด้วยอายุ 17 ปี นอกจากใบประกาศต่างๆ ที่เขาได้รับจากการเรียนด้วยผลการเรียนอันดีเยี่ยมแล้ว เขายังได้รับใบอนุญาตขับเครื่องร่อนอีกด้วย ซึ่งในระหว่างที่ชเนาเฟอร์ เรียนหนังสืออยู่นั้น เขาหลงใหลในการบินเป็นอย่างมาก สมัครเรียนบังคับเครื่องร่อนจนได้รับใบอนุญาตนี้

ชเนาเฟอร์ สมัครและสอบผ่าน เป็นนักเรียนทหารของกองทัพอากาศเยอรมัน ในวันที่ 15 พฤศจิกายน
ปี ค.ศ. 1939 เขาจะรับการฝึกขั้นพื้นฐาน และฝึกฝนทักษะวิธีต่างๆ ในการบังคับอากาศยานรุ่นต่างๆ
ที่กองทัพอากาศเยอรมันมีในสมัยนั้น ซึ่งต้องใช้เวลากว่าสองปีจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา และได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็น เรืออากาศตรี ได้รับการฝึกยุทธวิธีการรบในเวลากลางคืนของอากาศยาน หลังจากนี้เขาจะกลายมาเป็นนักบินรบในเวลากลางคืน ร่วมสู้ศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2


ภาพวาดแสดงเหตุการณ์การรบบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน

แม้ว่ามันต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเข้าสู่สมรภูมิรบบนท้องฟ้า แต่ทว่าเหล่าบรรดาฝูงบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศอังกฤษ ก็ทำให้เขาได้เข้าสู่สมรภูมิรบเร็วยิ่งขึ้น เขาได้รับภารกิจในการสกัดกั้นฝูงบินทิ้งระเบิดของอังกฤษที่บินเข้ามาทิ้งระเบิดเยอรมัน ซึ่งส่วนใหญ่บินเข้ามาในเวลากลางคืน ดังนั้น เยอรมันจึงพัฒนาเทคนิควิธีการรบในเวลากลางคืนให้นักบินเครื่องบินขับไล่ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่มีหน้าที่สำคัญในเขตพื้นที่ยึดครองของกองทัพเยอรมันอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 1942 ชเนาเฟอร์ ถูกส่งไปประจำการที่เมืองซินทรัยเดอะ (Sint-Truiden) ในประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งขณะนั้นยังถูกเยอรมันยึดครองอยู่ เขามีโอกาสร่วมในปฏิบัติการคุ้มกันเรือรบเยอรมันสามลำ ได้แก่
เรือประจัญบานชานฮอร์สท์ กไนเซนนาว และปรินซ์ออยเก็น ในการเดินเรือฝ่าช่องแคบอังกฤษกลับไปยังเยอรมัน มันเป็นปฏิบัติการครั้งสำคัญที่นำนักบินรบเยอรมันที่เข้าร่วมในภารกิจนี้ พวกเขาได้รับคำสั่งให้คุ้มกันเรือรบทั้ง 3 ลำ กลับไปเยอรมันให้ได้ ตามคำสั่งของท่านผู้นำ มันสำคัญถึงขนาดที่มีคำสั่งให้นักบินนำเครื่องบินของตัวเองชนเข้ากับเครื่องบินรบข้าศึก ในกรณีที่เครื่องบินของตนกระสุนหมด และบทสรุปสุดท้าย ก็เป็นฝ่ายเยอรมันที่ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม เรือรบทั้งสามลำสามารถแล่นกลับไปยังเยอรมันได้โดยปลอดภัย พร้อมทั้งเย้ยหยันพวกอังกฤษ ที่ไม่อาจจัดการเรือรบข้าศึกที่แล่นผ่านหน้าบ้านของตัวเองได้


ฮิตเลอร์มอบเหรียญหล้าหาญให้เสืออากาศเยอรมันด้วยตนเอง ที่มาของภาพ

ชเนาเฟอร์และเครื่องบินแบบ BF110 ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการเข้าสกัดกั้นฝูงบินทิ้งระเบิดอังกฤษที่บินเข้ามา จนกระทั่งสิ้นปี เขาสามารถยิงเครื่องบินข้าศึกตกเป็นจำนวน 7 ลำ ประกอบไปด้วยเครื่องทิ้งระเบิดแบบฮาลิแฟกซ์จำนวน 2 ลำ แลนคาสเตอร์ 1 ลำ เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลางแบบ
เวลลิงตั้น 4 ลำ

นักบินขับไล่ในเวลากลางคืนบางคน มีความสุขกับผลงานของตนเอง แต่สำหรับชเนาเฟอร์แล้ว เครื่องบินข้าศึก 7 ลำ ที่เขายิงตก มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนั้นเขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และพัฒนาทักษะจากประสบการณ์การรบที่เขาเผชิญ ในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1943 เขายิงเครื่องบินข้าศึกตกถึง 17 ลำ ผลงานครั้งนี้ทำให้เขาได้เลื่อนยศเป็นเรืออากาศโท วันที่ 9 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1943 เขายิงเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบแลนคาสเตอร์ตกใกล้ๆ กับ กรอบเบนดองค์ ในประเทศเบลเยี่ยม นั่นเป็นเครื่องบินลำที่ 20 ที่เขายิงตก เขาได้รบฉายาว่า ปีศาจแห่งซินทรัยเดอะ (Spook of Sint-Truiden)
ตามชื่อฐานบินที่เขาประจำการอยู่

หลังจากนั้นไม่นานเขาถูกย้ายไปประจำการในประเทศฮอลแลนด์ ที่นี่เขายิงเครื่องบินข้าศึกตกเป็นจำนวน 30 ลำ จนกระทั่งถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1943 สถิติการยิงเครื่องบินของเขาก็พุ่งขึ้นเป็น 42 ลำ ปีต่อมา
คืนหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1944 เขาสามารถยิงเครื่องบินข้าศึกตกเป็นจำนวนถึง 5 ลำ ในคืนเดียว รวมสถิติของเขาในตอนนั้นอยู่ที่ 74 ลำ และน่าทึ่งยิ่งกว่า เพราะเขาสามารถใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ด้วยอายุเพียงแค่ 22 ปี เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการฝูงบินขับไล่เวลากลางคืนที่ 4 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1944 จนกระทั่งสิ้นสุดปี 1944 สถิติของเขาอยู่ที่ 106 ลำ

แต่เหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า เป็นตำนานการทำศึกอากาศยานในเวลากลางคืนของเขา นั่นก็คือ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1945 คืนนั้น มันคือเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น ที่เขาสามารถยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบแลนคาสเตอร์ตกได้ถึง 9 ลำ ใช้เวลาตั้งแต่ 20.44 น. ถึง 21.03 น.



แพนหางเครื่องบินขับไล่ในเวลากลางคืนที่เขาเคยใช้งาน ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดงจำนวนอากาศยานข้าศึกที่ถูกเขายิงตก เป็นจำนวนถึง 121 ลำ ที่มาของภาพ

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ชเนาเฟอร์ถูกจับเป็นเชลยศึกโดยกองทัพอังกฤษ เขาถูกคุมตัวไปสอบปากคำ ส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุทธวิธีที่เยอรมันใช้ในการรบทางอากาศกับกองทัพอากาศอังกฤษ และจิตวิทยาการบินของเขา หลังจากนั้น เมื่อได้รับการปล่อยตัว เขากลับมารับช่วงต่อธุรกิจโรงกลั่นเหล้าองุ่นของครอบครัว น่าเสียดายที่แพนหางเครื่องบินขับไล่ในเวลากลางคืนที่เขาเคยใช้งาน ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดงจำนวนอากาศยานข้าศึกที่ถูกเขายิงตก เป็นจำนวนถึง 121 ลำ ถูกขายโดยการประมูลด้วยราคา 90,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 3,900,000 บาท ชีวิตการเป็นเจ้าของธุรกิจของเขาดำเนินไปได้ด้วยดี และเขาใช้ชีวิตอย่างสงบหลังสงคราม แต่แล้ววันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1950 เขาประสบอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนตัวชนกับรถบรรทุก ขณะกำลังเดินทางในเมืองบอโดซ ฝรั่งเศส เขาเสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมา
คือวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1950 ด้วยวัยเพียง 28 ปีเท่านั้น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Heinz-Wolfgang_Schnaufer#Wing_commander_of_Nachtjagdgeschwader_4
Website : http://www.luftwaffe.cz/schnaufer.html
Website : https://www.warhistoryonline.com/featured/heinz-wolfgang-schnaufer.html
Website : https://ww2gravestone.com/people/schnaufer-heinz-wolfgang/
Website : http://www.pilotenbunker.de/Nachtjaeger/Luftwaffe/
Schnaufer_Wolfgang/Schnaufer_Wolfgang.htm