Armies Weapons and Warfare

10 ภาพถ่ายวาระสุดท้าย ของเครื่องบินทิ้งระเบิด

1. เครื่องบินทิ้งระเบิดบี 17 เหนือเมืองแมร์สบวร์ก ประเทศเยอรมัน

เครื่องบินทิ้งระเบิดบี 17 เหนือเมืองแมร์สบวร์ก ประเทศเยอรมัน ที่มาของภาพ

เป็นภาพของเครื่องบินทิ้งระเบิดจากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 486 ถูกปืนต่อสู้อากาศยานของเยอรมันยิงจนไฟลุกท่วมทั้งลำ และตกลงบริเวณเมืองแมร์สบวร์ก ในเดือนพฤศิจิกายน ปี ค.ศ. 1944

 2. วาระสุดท้ายของเครื่อง เอ 20 ฮาวอค
วาระสุดท้ายของเครื่อง เอ 20 ฮาวอค ที่มาของภาพ

เป็นภาพของเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลางแบบ เอ 20 ฮาวอค รุ่น เจ (A20J Havoc) ซึ่งอาจจะเป็น
เครื่องบินจากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 409 มันถูกยิงโดยปืนต่อสู้อากาศยานของเยอรมัน มันระเบิดลุกเป็นไฟและตกลงราวๆ 1 ไมล์จากทางทิศตะวันตกของเป้าหมาย ก่อนที่เครื่องบินจะกระแทกพื้น มีลูกเรือบนเครื่อง
2 นาย จากทั้งหมด 5 นาย เท่านั้น ที่กระโดดร่มออกมาได้ทัน

3. บี 24 ลิตเทิลวอร์ริเออร์

บี 24 ลิตเทิลวอร์ริเออร์ ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี 24 ลิเบอร์เรเตอร์ รุ่น เอช (B-24H Liberator) ซึ่งมีนามเรียกขานว่า
ลิตเทิลวอร์ริเออร์ (Little Warrior) จากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 493 ถูกยิงโดยปืนต่อสู้อากาศยานเหนือเมือง
ควักเคินบรัค์ก (Quakenbrück) ประเทศเยอรมัน ในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1944 มีลูกเรือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กระโดดร่มหนีออกมาได้ทัน แต่เขากลับโชคร้ายเมื่อมาถึงพื้นดิน เพราะถูกชาวบ้านในพื้นที่รุมทำร้ายจนเสียชีวิต

4. บี 24 สตีเว่นโนวิช ที่ 2

บี 24 สตีเว่นโนวิช ที่ 2 ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี 24 รุ่น แอล (B-24L Liberator) นามเรียกขาน สตีเว่นโนวิช ที่ 2 STEVENOVICH II จากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 779 ถูกยิงตกเหนือเมืองเอมิเรีย โรแมกนา ประเทศอิตาลี
ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1945

5. บี 24 เรด โบว์

บี 24 เรด โบว์ ที่มาของภาพ

วันที่ 4 เมษายน ปี ค.ศ. 1945 ฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 448 ถูกโจมตีโดยฝูงบินขับไล่ของเยอรมัน ซึ่งมีเครื่องบินเจ็ทอย่างเครื่อง เอ็มอี 262 (Me-262 jet fighters) พวกเขามีภารกิจทิ้งระเบิดฐานบินในเยอรมัน ซึ่งมีเครื่องมี เอ็มอี 262 ประจำการอยู่ เครื่องบินเจ็ทเยอรมันเหล่านี้ก็บินขึ้นมาต้อนรับการมาถึงของฝูงบินทิ้งระเบิดอเมริกัน เครื่องบินแบบ เอ็มอี 262 จำนวนกว่า 50 ลำ บินเข้าโจมตีและใช้อาวุธประจำเครื่องที่มีทั้งปืนใหญ่อากาศและจรวด ยิงใส่ เครื่อง บี 24 เรด โบว์ ถูกเครื่องบินรบเยอรมันยิงใส่จนหักกลางลำ มีลูกเรือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้

6. บี 17 มิซพาฮ์

บี 17 มิซพาฮ์ ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี 17 จี (B17G) นามเรียกขาน มิซพาฮ์ (Mizpah) ถูกปืนต่อสู้อากาศยานยิงใส่เข้าอย่างจังบริเวณส่วนหัวของเครื่องบิน เหนือน่านฟ้ากรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1944 พลทิ้งระเบิด และ พลปืนกล เสียชีวิตทันที นักบินพยายามบังคับเครื่องต่อไป จนได้ระดับที่เหมาะแก่การสละเครื่องกระโดดร่ม เครื่องบินตกลงใกล้ๆ กับเมืองดูนาเวคเซ (Dunavecse) ในฮังการี พวกเขาทั้งหมดที่รอดชีวิตสามารถกระโดดร่มลงมาถึงพื้นดินเบื้องล่างได้ แต่ก็ถูกจับเป็นเชลยศึกทั้งหมด

7. มิสดอนนา แม ที่ 2

มิสดอนนา แม ที่ 2 ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิด บี17 จี (B17G) นามเรียกขาน มิสดอนนา แม ที่ 2 (Miss Donna Mae II) เป็น
เครื่องบินที่โชคร้ายอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่ได้ถูกยิงตกจากเครื่องบินขับไล่ หรือ ปืนต่อสู้อากาศยาน ข้าศึก แต่ต้องมาถูกลูกระเบิดที่หล่นลงมาจากเครื่องบินบี 17 อีกลำ ที่บินอยู่สูงกว่า และปลดระเบิดลงมาในจังหวะที่เครื่องบินทิ้งระเบิด มิสดอนนา แม ที่ 2 บินเข้ามาพอดี ระเบิดขนาด 1,000 ปอนด์ ลูกหนึ่งกระแทกเข้ากับ แพนหางระดับจนขาดออกจากตัวเครื่องบิน เครื่องบินส่ายไปมา และเริ่มหมุนจนไม่สามารถควบคุมได้ นักบินพยายามประคองเครื่องอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็ตกกระแทกพื้นระเบิดแหลกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมคร่าชีวิตนักบินและลูกเรือจำนวน11 คน

8. บรีฟ ปีกหัก

บรีฟ ปีกหัก ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี 24 นามเรียกขานว่า บรีฟ (Brief) มันบินทำภารกินเหนือ คอร์โร (Koror) บริเวณหมู่เกาะปาเลา (Palau Islands) กระสุนปืนต่อสู้อากาศยานของญี่ปุ่นนัดหนึ่ง ยิงถูกเข้าบริเวณ
ถังน้ำมันตรงปีกเครื่องบิน มันระเบิดและหักปีกด้านซ้ายของเครื่องจนขาด ไฟลุกท่วมเครื่องบินที่เสียการควบคุม มันควงสว่านเป็นลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่ จากลูกเรือทั้ง 10 นาย มี 1 นาย เท่านั้นที่กระโดดร่มสละเครื่องออกมาได้ทัน คือร้ยตรีวอลเลซ คอฟแมน เขาถูกทหารญี่ปุ่นจับเป็นเชลยและถูกประหารชีวิต

9. นาทีสุดท้ายของเครื่อง เอ 20

นาทีสุดท้ายของเครื่อง เอ 20 ที่มาของภาพ

เครื่องบินเอ 20 ฮาวอค รุ่น จี (A20G) จากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 387 เข้าทิ้งระเบิดท่าเรือของญี่ปุ่นที่
เกาะโคคาส (Kokas) ในหมู่เกาะปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea) ฝูงบินบินโฉบลงมาทิ้งระเบิด ใช้ปืนกลบนเครื่องยิงถล่มเป้าหมายบนเกาะและเรือรบของญี่ปุ่นที่จอดเทียบท่า แต่ทว่า หนึ่งในเครื่องบินของฝูงบินถูกปืนต่อสู้อากาศยานของญี่ปุ่นยิงใส่จนเสียการควบคุม ก่อนจะปักหัวกระแทกพื้นผิวน้ำ จนเครื่องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตจากการตก

10. การชนกันกลางอากาศของเครื่องบิน บี 17

การชนกันกลางอากาศของเครื่องบิน บี 17 ที่มาของภาพ

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี 17 2 ลำ จากฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 305 ชนกันกลางอากาศเหนือน่านฟ้าของเมือง
ทูเลย์ (Turley) ในประเทศอังกฤษ การชนกันเองของเครื่องบินอเมริกันครั้งนี้ก็เนื่องจาก ฝูงบินทิ้งระเบิดกำลังเริ่มบินเกาะกลุ่มกันมุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน ทำให้เครื่องบินต้องบินเข้ามาใกล้กัน แต่เพราะสภาพอากาศ ทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดต่ำ จึงทำให้เครื่องบินพุ่งชนกัน ทำให้ระเบิดที่เครื่องบินบรรทุกมารวมถึงน้ำมันอากาศยานระเบิดเครื่องบินทั้งสองลำแหลกเป็นชิ้นๆ ลูกเรือของเครื่องบินทั้งสองลำ รวมแล้วจำนวน 18 นาย เสียชีวิตทั้งหมด


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://www.warhistoryonline.com/war-articles/25-images-of-bombers.html
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Consolidated_B-24_Liberator
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Boeing_B-17_Flying_Fortress
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Douglas_A-20_Havoc
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Martin_B-26_Marauder