Sport and Entertainment World

วิบากกรรมของโบว์ลิ่ง

โบว์ลิ่งเป็นกิจกรรมยามว่างที่สนุกสนานไม่น้อยไปกว่ากิจกรรมอื่น ๆ อีกหลายชนิดในปัจจุบัน แต่ครั้งหนึ่งกีฬาชนิดนี้เคยถูกรังเกียจ จนต้องออกกฎหมายกำหนดวันและเวลาที่อนุญาตให้เล่นได้

การเล่นโบว์ลิ่งของชาวบ้านยุโรป ที่มาของภาพ

กำเนิดของโบว์ลิ่งสามารถสืบย้อนกลับไปได้ยาวนานถึงสมัยอียิปต์โบราณ ที่มีกีฬาหรือการละเล่นที่คล้ายกับโบว์ลิ่ง เมื่อราว 3200 ปีก่อนคริสต์ศักราช แต่หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ยืนยันการมีอยู่ของโบว์ลิ่งคือ กฎหมายฉบับหนึ่งในศตวรรษที่ 14 ในเยอรมนีที่มองกีฬาชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นพนัน กล่าวคือ
ในเวลานั้น ชาวนาจะทุ่มเงินทองและทรัพย์สินจำนวนมากในการเล่นพนันโบว์ลิ่ง จนกลายเป็นปัญหาหนี้สินพะรุงพะรังตามมา ในที่สุดเมื่อ ค.ศ. 1325 เมืองเบอร์ลินและเมืองโคโลญก็ออกกฎหมายกำหนดคุณสมบัติผู้เล่นพนันโบว์ลิ่ง พร้อมกำหนดเงินเดิมพันเท่ากับประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน ขณะที่อังกฤษไม่กี่ทศวรรษต่อมา ใน ค.ศ. 1361 ก็มีการประกาศห้ามเล่นโบว์ลิ่ง เนื่องจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ทรงพิจารณาว่า กีฬาชนิดนี้ทำให้ทักษะการยิงธนูผิดเพี้้ยนไป เนื่องจากเวลานั้นพระองค์ทรงเห็นว่า ผู้ชายทุกคนที่เป็นทหารจำเป็นต้องมีทักษะการยิงธนูที่ดีเยี่ยม ดังนั้น หากไปเล่นโบว์ลิ่งจะทำให้ทักษะที่ควรจะมีและเป็นประโยชน์ต่อการรบนั้นด้อยลงไป

แต่เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 6 ยกเลิกประกาศห้ามดังกล่าวเมื่อ ค.ศ. 1455 ทำให้กล่าวได้ว่า กรุงลอนดอนในศตวรรษที่ 15 กลายเป็นแหล่งกำเนิดของสนามแข่งโบว์ลิ่งที่ใช้ได้ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี


ภาพการเล่นโบว์ลิ่งของ “ผู้ดี” อังกฤษ ในศตวรรษที่ 16 ที่มาของภาพ 

วิบากของโบว์ลิ่งยังไม่ยุติ เพราะพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงบังคับใช้กฎหมายต่อการเล่นกีฬาชนิดนี้อีกครั้งในกลางศตวรรษที่ 16 (ค.ศ. 1541) กล่าวคือ มีการประกาศว่า เฉพาะผู้มีฐานะดี (ร่ำรวย) เท่านั้นที่จะมีโบว์ลิ่งของตนเองได้ เพราะเวลานั้น มีการปรับปรุงพระราชวังไวท์ฮอล (Whitehall Palace) ให้เป็นสนามแข่งโบว์ลิ่งกลางแจ้งในกรุงลอนดอน

โชคยังดีที่กฎหมายดังกล่าวยอมให้คนงานเล่นโบว์ลิ่งได้ปีละ 1 ครั้ง โดยกำหนดว่า “ช่างฝีมือ คนงาน
เด็กฝึกงาน คนรับใช้ และคนที่ทำงานลักษณะที่กล่าวมา ห้ามเล่นโบว์ลิ่ง ยกเว้นในบ้านของผู้เป็นนายและในวันคริสต์มาส” จึงทำให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในระยะเวลา
12 วันของอังกฤษ ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor) ที่ให้ชนชั้นแรงงานได้มีโอกาสที่หาแทบไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การไปเที่ยวสวนสัตว์ การไปชมละครเวที และการประลองยุทธ์บนหลังม้า เป็นต้น

แม้จะมีหลักฐานว่า กฎหมายของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ไม่มีผลบังคับใช้มากนัก แต่ยังไม่ถูกยกเลิก จนกระทั่งกว่า 300 ปีถัดมา (ยกเลิกใน ค.ศ. 1845)

ยิ่งกว่านั้น ในรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ พระองค์ทรงประกาศให้การละเล่นในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด (ค.ศ. 1555) ด้วยเหตุผลว่า มีคนใช้กีฬาเหล่านี้เป็นฉากหน้าปิดบัง “องค์กรลับ ลัทธินอกศาสนา การปลุกระดม และการสมคบคิดต่อต้านรัฐบาล” ทว่า กฎหมายดังกล่าว ก็มิได้มีผลบังคับใช้กับประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ดังจะเห็นได้ว่าช่วงเวลาดังกล่าว ชาวอาณานิคมก็ยังคงสนุกสนานกับการเล่นโบว์ลิ่งมากเสียจนบางครั้งไปเล่นโบว์ลิ่งแทนการไปโบสถ์เลยก็มี สิ่งนี้อาจเป็นประเด็นให้ในเวลาต่อมา พระเจ้าเจมส์แห่งอังกฤษประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยกีฬา เมื่อ ค.ศ. 1618 ที่ห้ามการเล่นโบว์ลิ่งในวันอาทิตย์ (คงเป็นที่นิยมมากจนทำให้คนไม่ไปโบสถ์) แต่กลับอนุญาตให้มีการเต้นรำและแข่งยิงธนูได้ โดยผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมต้องไปโบสถ์เสียก่อน!!!

ในประเทศอื่น โบว์ลิ่งกลับไร้ข้อกำหนดทางกฎหมาย ผู้ตั้งถิ่นฐานและนักสำรวจชาวดัตช์นำโบว์ลิ่งแบบ
9 พิน (ninepin bowling) เข้าไปยังเมืองนิวอัมสเตอร์ดัม (ปัจจุบันคือ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา)
โดยสถานที่เล่นในยุคแรก ๆ นั้น อยู่ในเขตแมนฮัตตันที่ยังเรียกชื่อว่า โบว์ลิ่งกรีน (Bowling Green -
ลานโบว์ลิ่ง) และต่อมาเมื่อมีผู้อพยพชาวเยอรมันเข้ามาในสหรัฐฯ มากขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 คนเหล่านั้นก็ชื่นชอบโบว์ลิ่งและเล่นกันจนกลายเป็นกีฬายอดนิยม


ความนิยมกีฬาโบว์ลิ่งทำให้เกิดอาชีพ “เด็กตั้งพิน” (pinboy) ก่อนจะมีการนำระบบจักรกลมาใช้ในกีฬาชนิดนี้ ที่มาของภาพ


ประธานาธิบดีแฮรี เอส. ทรูแมน โยนลูกเปิดลานโบว์ลิ่งของทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 1947 ที่มาของภาพ

โบว์ลิ่งได้รับความนิยมสูงสุดในกลางศตวรรษที่ 20 จากจำนวนชาวอเมริกัน 2.3 ล้านคนที่เข้าร่วมชมการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ อีกทั้งยังมีการติดตั้งเลนโบว์ลิ่งในทำเนียบขาวอีกด้วย แต่ปัจจุบัน โบว์ลิ่งเสื่อมความนิยมลงมาก โดยเฉพาะช่วงที่ซบเซาที่สุด ระหว่าง ค.ศ. 1998 - 2012 จำนวนสถานที่เล่นโบว์ลิ่งในสหรัฐฯ
ลดลงเกือบ 25%

แม้จะคาดเดาอนาคตของโบว์ลิ่งไม่ได้ แต่เมื่อหันกลับไปมองอดีตของกีฬาชนิดนี้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ซ้ำยังถูกเพ่งเล็งจากสายตาของรัฐที่มาพร้อมกับคตินิยมทางศาสนาบางประการแล้ว การที่โบว์ลิ่งอยู่รอดมาได้นับร้อย ๆ ปีโดยไม่มีใครเคย “ถูกจับ” ด้วยข้อหาเล่นโบว์ลิ่งเลยนั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องดีและชวนให้ค้นคว้าถึงพัฒนาการของกีฬาชนิดนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://mentalfloss.com/article/89754/when-christmas-was-only-day-you-could-legally-go-bowling
http://www.bowlscanada.com/en/aboutus/history.html
http://www.historic-uk.com/HistoryUK/HistoryofEngland/A-Tudor-Christmas/
Anderson, Nancy Fix. (2010). Sporting Live : Victorian Sports and Games. Sally Mitchell, Editor. Santa Babara: Praeger.
Perris, Jeff (editor). (2008). All About Bowls: the History, Construction & Maintenance of Bowling Greens. Bingley: STRI.
Shepherd, Roy J. (2015). An Illustrated History of Health and Fitness from Pre-history to our Post-modern World. London: Springer.