Armies Weapons and Warfare

5 สมรภูมิหลอน ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

5. การหายไปของกรมทหารนอร์โฟล์กที่ 5 ณ สมรภูมิ กัลลิโปลี พวกเขาถูกรู้จักในชื่อของ แซนดริงแฮมส์ (Sandringhams) เนื่องจากทหารทุกคนในหน่วย เคยเป็นอดีตพนักงานและลูกจ้าง ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ พวกเขาเป็นทหารในกองร้อยอี (E company) แห่ง กรมทหารนอร์โฟล์กที่ 5 (5th Norfolk Regiment) ซึ่งถูกสถาปนาจากพระราชประสงค์ส่วนพระองค์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward VII) ในปี ค.ศ. 1908 ทหารกว่าหนึ่งร้อยนายเข้าร่วมในก้องร้อยนี้ ประกอบไปด้วยอดีตพนักงาน และลูกจ้างด้านอสังหาริมทรัพย์ นำโดยนายแฟรงค์ เบ็ค ข้าราชบริพารที่ดูแลเรื่องที่ดินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่นานนักทั้งกองร้อยก็ถูกส่งเข้าสู่การรบ ศึกแรกที่พวกเขาเข้าร่วมคือ สมรภูมิกัลลิโปลี โดยถูกจัดกำลังเข้าร่วมรบในศึกดาร์ดาเนลส์ พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ของชายชาติทหารได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1915 ทหารทุกคนในกองร้อยอี ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย การรบอย่างดุเดือดที่เกิดขึ้น ทำให้ทั้งกรมทหารราบประสบความสูญเสียอย่างหนัก แต่ทหารกองร้อยนี้กลับไม่มีร่องรอยหรือหลักฐานบ่งชี้ว่า พวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่มีศพและไม่มีข่าวว่าพวกเขาถูกจับเป็นเชลยหรือไม่ ญาติๆ ของทหารทุกคนได้รับแจ้งเพียงแต่ พวกเขาทั้งหมด “สูญหายในการรบ”


กรมทหารนอร์โฟล์กที่ 5 ณ สมรภูมิ กัลลิโปลี ที่มาของภาพ

อีก 50 ปีต่อมา มีทหารผ่านศึก 3 นาย ของกรมทหารนอร์โฟล์กที่ 5 ที่เคยร่วมรบในสมรภูมินั้น อ้างว่า ได้เห็นการหายตัวของทหารของกองร้อยนี้ มันเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่พวกเขาก็ไม่อาจอธิบายได้ว่ามันคืออะไร พวกเขาอ้างว่า ในวันที่ทหารหน่วยนี้หายไป จู่ๆ ในสนามรบก็เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่หกถึงแปดกลุ่ม ลอยเลื่อนไปเหนือพื้นที่ของการสู้รบ แต่ทันทีที่กองร้อยอี เคลื่อนพลเข้าไปในกลุ่มควันเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยในกลุ่มควันประหลาดนั้น

4. เทพธิดาแห่งมองส์ ในระหว่างการสู้รบแห่งมองส์ ในปี ค.ศ.1914 สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความพ่ายแพ้และการสูญเสียชีวิตครั้งยิ่งใหญ่สำหรับกองกำลังอังกฤษและฝ่ายสัมพันธมิตร กลับหยุดลงชั่วคราว เมื่อทหารเยอรมัน จู่ๆ ก็ถอยออกมาจากสนามรบ ด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจน นั่นทำให้พันธมิตรมีโอกาสจะฟื้นฟูสภาพ และเสริมกำลังเข้ามาได้อย่างทันท่วงที คำพูดจากปากต่อปาก แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่ทหารว่า มีการปรากฏตัวของ “ทูตสวรรค์” ปรากฏกายขึ้นมาระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่าย และทำให้ทหารเยอรมันพากันล่าถอยไป


ทหารเยอรมันและอังกฤษ ตะลุมบอนกันในสนามรบ ที่มาของภาพ

หนังสือพิมพ์ เดอะ เดลี่เมล์ ของอังกฤษ รายงานการให้สัมภาษณ์ของพลทหารโรเบิร์ต เคลฟเวอร์ ทหารจากกรมทหารราบเชสไชน์ที่ 1 (1st Cheshire Regiment) ซึ่งผ่านการรบที่มองส์ และได้เห็นเหตุการณ์ที่ยากจะอธิบายในครั้งนั้นว่า "ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา ระหว่างพวกเรากับกองทหารม้าเยอรมันที่กำลังรุกเข้ามา" แสงสว่างวาบที่ว่านี้ทำให้ทหารเยอรมันพากันล่าถอยกลับไป ไม่ว่าทหารจะได้รับการช่วยเหลือจากเหล่าทูตสวรรค์ในวันนั้นหรือไม่ แต่มันก็ทำให้พวกเขาและประชาชนชาวอังกฤษ เกิดแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการเผชิญกับความยากลำบากของสงคราม

3. ทหารแคนาดาที่รอดชีวิตจากความตายโดยพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว สิบโทวิล เบิร์ด เป็นทหารในกองพันที่ 42 ของกองทัพบกแคนนาดา ในขณะที่เขากำลังนอนหลับอยู่กับเพื่อนๆ ในหลุมบุคคลของสนามเพลาะใกล้ๆ เมือง วิมี่ ริดจ์ (Vimy Ridge) สิบโทวิล เบิร์ด ถูกปลุกด้วยมือที่มาแตะที่ด้านหลังของเขา เขาคิดว่ามือนั้นคงเป็นมือของเพื่อนๆ ด้วยกัน ที่พยายามปลุกเขาให้ตื่น แต่เมื่อเขาหันไปมอง ใบหน้าที่เขามองเห็นในวินาทีนั้น กลับเป็นสตีฟพี่ชายของเขาที่เสียชีวิตในการรบเมื่อสองปีก่อน พี่ชายของเขา พูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาว่า “เดินตามฉันมา” ปราศจากเหตุผลยั้งคิดอื่นใดในวินาทีนั้น เบิร์ดกลับลุกขึ้น เดินตามพี่ชายเขาไปทันที เมื่อเขาเดินตามพี่ชายไปได้ไม่นาน กระสุนปืนใหญ่เยอรมันก็ยิงตกลงมายังจุดที่เบิร์ดและเพื่อนๆ นอนพักอยู่เมื่อครู่นี้เข้าอย่างจัง มันระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในสนามเพลาะเสียหายยับเยิน พร้อมทั้งสังหารชีวิตทหารทุกๆ นาย ในบริเวณนั้นทั้งหมด


ทหารแคนาดานอนพักอยู่ในสนามเพลาะ ที่มาของภาพ

ด้วยความอ่อนเพลียและตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เบิร์ดทรุดตัวลงนอนหมดสติ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สำหรับเบิร์ดแล้ว พี่ชายที่เขาเห็น น่าจะเป็นวิญญาณที่ยังคงเป็นห่วงน้องชาย และมาบอกถึงเหตุเภทภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ

2. สนามรบผีสิงแห่งพาสเชนเดล สมรภูมิพาสเชนเดล the battle of Passchendaele เกิดขึ้นใกล้ๆ กับหมู่บ้านพาสเชนเดล ในประเทศเบลเยี่ยม ทหารเยอรมันถูกถล่มด้วยปืนใหญ่นับพันกระบอก และรูปถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นถึงหลุมขนาดใหญ่ มีการประมาณว่า น่าจะถึงหนึ่งล้านหลุมในพื้นที่ห่างกันเพียงไม่กี่ไมล์ มันเป็นผลงานของกองทัพอังกฤษและแคนนาดา ที่ยิงถล่มใส่ข้าศึกอย่างดุเดือดต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีทหารจากเครือจักรภพอังกฤษชาติอื่นๆ ทั้งแอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เข้าร่วมในสมรภูมินี้ด้วยเช่นกัน มีทหารเกือบ 400,000 นาย รบอยู่ในสมรภูมิแห่งนี้


ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง พาสเชนเดล แสดงให้เห็นสนามรบอันดุเดือด ที่มาของภาพ

มันเป็นสนามรบที่รบกันอย่างยากลำบาก ฝนตกหนักทำให้เกิดโคลนหนา แผ่นไม้ถูกวางลงบน พื้นดิน เพื่อสะดวกในการสัญจร มีทหารเสียชีวิตเกือบ 100,000 นาย ถึงแม้การรบจะยุติลงไปกว่าหนึ่งร้อยปีมาแล้ว แต่ชาวบ้านในหมู่บ้าน ก็ยังคงพบเห็นวิญญาณของทหารที่เสียชีวิต หรือมีเสียงของการสู้รบ เสียงกรีดร้อง เสียงปืน และเสียงอันน่าขนลุกอื่นๆ แว่วเสียงให้ได้ยินในยามราตรีอยู่เสมอ

1. สมรภูมิทหารม้า เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลง ในปี ค.ศ. 1918 เจมส์ เวนท์เวิร์ธ เดย์ ผู้ซึ่งหลังจากสงครามยุติเขาได้กลายมาเป็นโฆษกและนักเขียนที่มีชื่อเสียง พร้อมกับสิบโทบาร์ เขาทั้งสองร่วมกันเดินทางในภารกิจที่จะเก็บเศษซากที่ยังหลงเหลือ สิ่งของเครื่องใช้ทหารในสนามรบ พวกเขาเดินเข้าไปในป่าซึ่งมีต้นไม้ที่มีกิ่งบิดเบี้ยวไปมา จากอำนาจการระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ ขณะที่พวกเขาดึงท่อนไม้ที่ระแกะระกะออกไปให้พ้นทางนั้น จู่ๆ พลม้าเยอรมันที่น่ากลัว ก็โผล่ออกมาจากต้นไม้และพุ่งเข้าหาทหารฝรั่งเศสที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแนวต้นไม้


ภาพวาดทหารม้าเยอรมันควบม้าไปข้างหน้า ที่มาของภาพ

พวกเขาทั้งสองตื่นตะลึงกับสิ่งที่พบเจอ ราวกับว่าพวกเขากำลังเป็นประจักษ์พยานในการรบครั้งนี้การปะทะกันของดาบ หรือการยิงปืนใส่กันไปมาในระยะประชิดของทหารทั้งสองฝ่าย และการปรากฏของภาพโหดร้ายในสนามรบตอนช่วงนั้นให้พวกเขาได้เห็น แต่แล้วภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของพวกเขาจู่ๆ ก็เลือนหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือไว้เพียงแต่ความเงียบสงัดของป่า และความว่างเปล่ารอบๆ ตัวของพวกเขา ทั้งสองคนรู้ดีว่าภาพที่เขาเห็น มันคงไม่ใช่สิ่งปกติ อาจจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติที่ยากจะอธิบาย แต่ เจมส์ เวนท์เวิร์ธ เดย์ ก็ต้องการจะหาคำตอบกับภาพที่เขาเจอ วันรุ่งขึ้น เขาเดินทางไปถามชาวบ้านในหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาพบเจอ เขาได้คำตอบมาว่า ทหารม้าของฝรั่งเศสและเยอรมันเข้าปะทะกันในบริเวณป่าแห่งนี้ มันเป็นการรบที่หฤโหดและนองเลือดอย่างมาก อีกทั้งไม่ไกลจากบริเวณป่ามีหลุมฝังศพของทหารม้าทั้งสองฝ่ายที่รบกันในป่าแห่งนี้ถูกฝังอยู่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://www.top5s.co.uk/5-paranormal-events-experienced-by-troops-in-ww1/
Website : http://europaranormal.com/ghosts/what-haunts-the-somme-and-other-first-world-war-battlefields/
Website : https://blog.findmypast.com.au/the-ghosts-of-ww1-supernatural-occurrences-in-the-trenches-in-the-firs-1427974348.html
Website : https://www.warhistoryonline.com/history/top-7-battlefields-haunted-history-x.html
Website : http://hauntedearthghostvideos.blogspot.com/2013/06/war-death-and-paranormal-in-ww1.html