World Clvilization

มีอะไรใน 'โถคาโนปิก’?

หนึ่งในขั้นตอนของกระบวนการทำมัมมี่คือ การนำเอาอวัยวะภายในของศพออกมาจากร่างกาย ทำให้แห้ง แล้วนำไปเก็บรักษาในสิ่งที่เรียกว่า “โถคาโนปิก” (Canopic Jars) ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 4 ใบถ้วน ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกเจ้าโถคาโนปิกที่ว่านี้ และมาดูกันว่า ในโถทั้ง 4 ใบจะมีอวัยวะชิ้นใดเก็บรักษาอยู่บ้าง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า “คาโนปิก” นั้น ไม่ใช่คำในภาษาอียิปต์โบราณแต่อย่างใด แต่มาจากนามของวีรบุรุษชาวกรีกที่มีนามว่า คาโนปัส (Kanopos) เขาได้รับการบูชาที่เมืองคาโนปุส (Canopus)
ในร่างของเหยือกหรือโถ จึงทำให้นักอียิปต์วิทยายุคแรกๆ ที่สำรวจและเห็นโถใส่อวัยวะภายในของมัมมี่
พากันเรียกโถนั้นว่า “คาโนปิก” ตามไปด้วยจนกลายเป็นคำที่ฮิตติดปากมาจนถึงทุกวันนี้


โถคาโนปิกจากสมัยราชอาณาจักรเก่าเป็นแบบเรียบง่ายมีเพียงฝาปิดแบบแบนเรียบเท่านั้น ที่มาของภาพ

ในยุคแรกเริ่มนั้น ชาวอียิปต์โบราณเก็บรักษาอวัยวะภายในจากการทำมัมมี่ไว้ในหีบแบบเรียบง่าย หรือใช้วิธีห่ออวัยวะรวมกันเป็นมัดและวางเอาไว้ในช่องเล็กๆ ที่เจาะไว้บนกำแพงของสุสาน หลักฐานเกี่ยวกับ
โถคาโนปิกชิ้นแรกที่นักอียิปต์วิทยาค้นพบ คาดว่าเป็นโถคาโนปิกในสมัยราชวงศ์ที่ 2 ที่เมืองซัคคารา (Saqqara) แต่ว่าไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโถในสมัยนี้มากนัก

สมัยราชอาณาจักรเก่า โถคาโนปิกมักได้รับการเก็บรักษาเอาไว้ในช่องเล็กๆ ที่เจาะเข้าไปในสุสาน บ้างก็อยู่ในหีบ ซึ่งมีการแบ่งช่องออกเป็น 4 ช่องอย่างชัดเจน โถคาโนปิกในสมัยนี้นิยมสลักจากหิน หรือเครื่องปั้นดินเผาที่มีฝาปิดแบบแบนเรียบ หรือบ้างก็เป็นรูปโดม แต่ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ที่ 6 เช่นในสุสานของฟาโรห์เปปิที่ 1 (Pepi I) จะเริ่มมีการฝังโถคาโนปิกลงไปในช่องที่เจาะเอาไว้บนพื้น นอกจากนั้นยังมีการค้นพบหลักฐานของอวัยวะภายในที่ชุ่มไปด้วยเรซินจนแข็งตัวอยู่ในรูปของโถอีกด้วย


โถคาโนปิกจากสมัยราชอาณาจักรกลาง มีการปรับเปลี่ยนฝาปิดให้เป็นรูปมนุษย์ และมีการเชื่อมโยงกับโอรสทั้งสี่
แห่งเทพเจ้าฮอรัสด้วย ที่มาของภาพ


แต่เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่เคยศึกษาเกี่ยวกับการทำมัมมี่มาบ้างน่าจะคุ้นเคยกับโถคาโนปิกที่มีฝาปิดเป็นรูปมนุษย์และสัตว์ โถประเภทนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงรอยต่อระยะที่ 1 (1st Intermediate Period) เท่านั้น นักอียิปต์วิทยาพบว่า โถคาโนปิกยุคนี้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากฝาแบบแบนเรียบมาเป็นฝาที่มีรูปทรงของศีรษะมนุษย์ นอกจากนั้นอวัยวะภายในที่บรรจุเอาไว้ในโถยังได้รับการตกแต่งด้วยหน้ากากที่เป็นรูปมนุษย์ด้วยเช่นกัน

ในช่วงปลายราชอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) หีบสำหรับใช้บรรจุโถคาโนปิกจะถูกแบ่งช่องออกเป็น 4 ช่องอย่างชัดเจน แต่ละช่องจะมีโถ 1 โถ เพื่อเอาไว้ใส่อวัยวะภายในชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนั้นโถแต่ละโถและอวัยวะภายในแต่ละชิ้นจะถูกปกป้องและคุ้มครองโดยเทพเจ้าที่ถูกเรียกว่า โอรสทั้ง 4 ของเทพฮอรัส (Four sons of Horus) ด้วย โดยเทพทั้ง 4 องค์นี้ก็จะแบ่งหน้าที่กันดูแลอวัยวะคนละชนิด
เทพอิมเซติ (Imseti) ดูแลตับและอยู่ในความคุ้มครองของเทพีไอซิส เทพฮาปิ (Hapy) ดูแลปอดและอยู่ในความคุ้มครองของเทพีเนฟทิส เทพดวามูเทฟ (Duamutef) ดูแลกระเพาะอาหารและอยู่ในความคุ้มครองของเทพีนีธ สุดท้ายเทพเคเบเซนูเอฟ (Qebehsenuef) ดูแลลำไส้และอยู่ในการคุ้มครองของเทพีเซลเคต สำหรับจารึกที่สลักเอาไว้ที่หีบ จะเขียนถึงเวทมนตร์ที่ใช้ในการ “ปลุก” เทพีทั้ง 4 องค์ ให้ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ตายอีกด้วย


หีบบรรจุโถคาโนปิกของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนทำจากหินอลาบาสเตอร์แกะสลักอักขระด้วยสีดำดูงดงาม ที่มาของภาพ

ถึงแม้ว่าโถคาโนปิกในช่วงปลายราชอาณาจักรกลางจะมีการเชื่อมโยงกับโอรสทั้ง 4 ของเทพเจ้าฮอรัสแล้ว แต่เศียรของเทพเจ้าทั้งหมดที่ปรากฏบนโถยังไม่มีรูปร่างของสัตว์แต่อย่างใด ฝาโถคาโนปิกทั้ง 4 ใบยังคงปรากฏเพียงศีรษะของมนุษย์เท่านั้น ซึ่งจะถูกใช้ต่อเนื่องไปจนถึงสมัยราชวงศ์ที่ 18 ช่วงราชอาณาจักรใหม่ (New Kingdom) เลยทีเดียว หีบที่บรรจุโถคาโนปิกในช่วงนี้มักจะเริ่มมีลวดลายประดับตกแต่งที่งดงามยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ หีบและโถคาโนปิกของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamen) ที่สลักจากหินอลาบาสเตอร์สีขาวจารึกด้วยอักขระสีดำ ทำให้ดูโดดเด่นและงดงามสมพระเกียรติเป็นอย่างมาก

เมื่อมาถึงสมัยของฟาโรห์ฮอร์เอมเฮบ (Horemheb) ฟาโรห์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ที่ 18 โอรสทั้ง 4 ของเทพเจ้าฮอรัส เริ่มถูกแสดงด้วยภาพของมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นสัตว์ โดยที่เทพอิมเซติมีศีรษะเป็นมนุษย์
เทพฮาปิมีศีรษะเป็นลิงบาบูน เทพดวามูเทฟมีศีรษะเป็นหมาใน และเทพเคเบเซนูเอฟมีศีรษะเป็นเหยี่ยว
นั่นหมายความว่า โถคาโนปิก 4 ใบที่เราคุ้นเคยกันดีด้วยฝาปิดรูปมนุษย์ ลิง หมาใน และนก นั้นปรากฏหลังจากสมัยของฮอร์เอมเฮบทั้งสิ้น ส่วนอวัยวะภายในที่เก็บรักษาเอาไว้ในโถก็ยังคงเป็นตับ ปอด กระเพาะอาหาร และลำไส้เช่นเดิม ไม่ต่างจากยุคก่อนหน้า ส่วนหัวใจจะเก็บเอาไว้ในร่างของมัมมี่เพื่อให้ผู้วายชนม์ได้นำไปชั่งน้ำหนักกับขนนกแห่งความเที่ยงธรรมของเทพีมา’อัต (Ma’at) ในโลกหลังความตาย

ในช่วงปลายราชอาณาจักรใหม่ ดูเหมือนโถคาโนปิกในรูปแบบเดิมเริ่มหมดความนิยมลงไป นักอียิปต์วิทยาไม่ค้นพบโถคาโนปิกอีกต่อไป เพราะมีการค้นพบเพียงโถขนาดใหญ่ที่สลักภาพของเทพีต่างๆ เอาไว้แทน แต่นักอียิปต์วิทยายังไม่ทราบแน่ชัดว่า โถชนิดนี้จะเก็บไว้ที่ไหนและจะเก็บอย่างไรกันแน่


โถคาโนปิกจากสมัยราชวงศ์ที่ 19 (หลังการปกครองของฟาโรห์ฮอร์เอมเฮบ) มีฝาปิดเป็นมนุษย์ ลิง หมาใน และนก เป็นรูปแบบของโถคาโนปิกที่คุ้นเคยกันดี ที่มาของภาพ

เมื่อสิ้นสุดสมัยราชอาณาจักรใหม่ อียิปต์โบราณแตกออกเป็นสองอาณาจักรอีกครั้ง แนวคิดเรื่องของ
โถคาโนปิกเปลี่ยนแปลงไป เพราะโถที่ปรากฏในยุคนี้เป็นเพียงโถทรงทึบตัน ไม่สามารถใส่อวัยวะหรือสิ่งอื่นใดลงไปได้ ดังนั้นในช่วงนี้จึงมักจะ “ไม่มีอะไรในโถคาโนปิก” อีกต่อไปแล้ว แต่อวัยวะภายในของมัมมี่ก็ยังคงถูกนำออกมาล้างให้สะอาด และยัดกลับเข้าไปในร่างกายตามเดิม โถคาโนปิกในยุคหลังนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความร่ำรวย เพราะมีเพียงกลุ่มคนมีเงินเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ใช้

หลังจากนั้น โถคาโนปิกยังมีบทบาทในพิธีกรรมหลังความตายและการทำมัมมี่ของชาวไอยคุปต์เรื่อยมา
ถึงแม้ว่าในยุคปลายของอียิปต์โบราณจะมีชาวต่างชาติมากหน้าหลายตาที่มีวัฒนธรรม และความเชื่อแตกต่างจากชาวไอยคุปต์ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาปกครอง ทั้งชาวลิเบีย นูเบีย อัสซีเรีย และเปอร์เซีย แต่ก็ยังมีการค้นพบหลักฐานว่า พวกเขายังใช้โถคาโนปิกในพิธีกรรมฝังศพอยู่เช่นเดิม แต่เมื่อชาวกรีกเข้ามาปกครองใน
ราชวงศ์ปโตเลมี (Ptolemy) ราว 300 ปีก่อนคริสตกาล โถคาโนปิกเริ่มหมดความนิยมลงไป เพราะชาวกรีกมักจะใช้หีบทรงสูงที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับสถูปมากกว่า หลังจากนั้นเมื่อชาวโรมันเข้าปกครองอียิปต์
โถคาโนปิกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบสามพันปีก็ถึงกาลอวสานลงจนได้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/canopic.htm
Website: https://www.britannica.com/topic/canopic-jar
Website: http://kingtutone.com/ancient-egypt/canopic-jars
Website: http://www.ancientegypt.co.uk/mummies/story/page7.html
Website: http://www.museumofmythology.com/Egypt/canopic_jar.htm
Website: http://www.historyembalmed.org/egyptian-mummies/canopic-jars.htm