Food World

ร้านไหนที่คุณอยากไปดื่ม

ทุกวันนี้เมื่อมองไปตามถนนหนทางแทบทุกแห่ง เรามักพบร้านกินดื่มจำพวกผับ บาร์ หรือสถานที่
นั่งสังสรรค์พูดคุยฮาเฮกับเพื่อนฝูงนับไม่ถ้วน ร้านเหล่านี้มีการตั้งชื่อที่ต้องการสื่อให้ลูกค้ารู้ถึงบรรยากาศที่เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเป็นมิตร ความตื่นเต้นคึกคัก หรือแม้แต่การนำถ้อยคำที่เป็นที่นิยมมาใช้ตั้งชื่อให้ถูกใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ย้อนกลับไปกว่า 5 ศตวรรษมาแล้ว คือ ระหว่างปี 1423 ถึงปี 1426 วิลเลียม พอร์แลนด์ (William Porland) เสมียนภารดรผู้ต้มเบียร์ หรือจะเรียกว่า สมาคมผู้ผลิตเบียร์แห่งลอนดอน ก็ไม่ผิดนัก ได้รวบรวมรายชื่อร้านเหล้าเล็ก ๆ ทำนองโรงเตี๊ยมไว้มากกว่า 50 แห่ง เมื่อพิจารณารายชื่อเหล่านี้ก็ทำให้เราเห็นถึงความนิยมในการตั้งชื่อสถานประกอบการ และเหตุผลบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังการตั้งชื่อนั้น ๆ

ไปดูกันดีกว่าว่าชื่อไหนจะโดนใจบ้าง


The Swan ชื่อร้านกินดื่มยอดฮิตของกรุงลอนดอนกว่า 500 ปีมาแล้ว ที่มาของภาพ

ชื่อยอดฮิตที่สุดของร้านเหล้าในกรุงลอนดอนเมื่อเกือบ 600 ปีมาแล้ว ได้แก่ The Swan หรือจะเรียกว่า ร้านหงส์ ก็น่าจะพอได้ ชื่อนี้เฉพาะในกรุงลอนดอนมีอยู่ถึง 6 ร้าน นอกจากนี้ยังมีร้านอื่น ๆ ที่นำคำเรียกสัตว์ปีกมาตั้งเป็นชื่อร้านอีก เช่น The Crane (นกกระสา) The Cock (ไก่ตัวผู้) The White Cock
(ไก่ตัวผู้สีขาว) The Red Cock (ไก่ตัวผู้สีแดง) เป็นต้น


ถัดมาเป็นชื่อสัตว์น้ำ ได้แก่ The Dolphin หรือ Dolphyn (โลมา) ซึ่งเป็นร้านเหล้าอยู่ใกล้ ๆ กับโบสถ์นักบุญแมกนุส ขณะเดียวกันก็มีร้าน The Horse (ม้า) The Lamb (ลูกแกะ) และ The Old Bull
(กระทิงเฒ่า) อีกด้วย

ชื่อร้าน The Seven Stars (ดาว 7 ดวง) หรือ vij Sterres ในภาษาละติน นั้น บ่งบอกว่าผู้คนในเวลานั้นรับรู้ว่าจักรวาลนี้มีดาวอยู่ 7 ดวง ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวอังคาร ดาวศุกร์และดาวพุธ ยิ่งกว่านั้นมีอยู่ร้านหนึ่งตั้งชื่อว่าร้าน The Three Moons (ดวงจันทร์ 3 ดวง) ก็เก๋ไปอีกแบบ


ป้ายร้าน The Seven Stars และการตกแต่งภายใน ที่มาของภาพ

ร้านอีกกลุ่มหนึ่งที่นำรูป “หัว” มาเป็นสัญลักษณ์ของร้านแล้วตั้งชื่อตามภาพเหล่านั้น ได้แก่
ร้าน The King’s Head หรือ kyngeshed (เศียรพระราชา) The Horse’s Head (หัวม้า) The Ram’s Head
(หัวแกะตัวผู้) และ The Saracen’s Head (หัวแขกซาราเซ็น)


ป้ายร้าน Saracen’s Head ที่มาของภาพ

มีอีก 2 ร้านที่นำชื่อนักบุญมาใช้ ได้แก่ ร้าน The Christopher ตามชื่อนักบุญคริสโตเฟอร์ซึ่งเป็นผู้คุ้มครองนักเดินทาง และร้าน The St. Julian ที่นำชื่อนักบุญผู้อภิบาลการต้อนรับอาคันตุกะ “นักบุญจูเลียน” มาใช้บ่งบอกถึงบริการของร้าน

ชื่อร้านหม้อชิน หรือ The Pewter Pot (ภาษละตินว่า peauterpotte) ในตรอกช่างตีเหล็ก บนถนนชีพไซด์ ออกจะฟังแปลกอยู่สักหน่อย แต่ถือว่าเป็นชื่อที่ดีมาก เพราะตั้งชื่อโดยใช้ละแวกทำเลที่ตั้งของร้าน ทั้งยังมีคำว่า pewter หรือที่คนไทยเรียกว่า ชิน ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างดีบุกกับตะกั่ว เพื่อบอกกับลูกค้าว่าภาชนะที่ใช้ดื่มที่ร้านนี้ทำด้วย “ชิน” นั่นเอง


ถ้วยทำจากชิน ที่มาของภาพ

ร้าน The Pannier หรือ panyer ในภาษาละติน แปลว่า ตะกร้าใส่ขนมปัง (มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า panier) ที่ดูเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าร้านนี้ขายอาหารและเครื่องดื่มราคาไม่แพง

ร้านกระต่าย หรือ Cony ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษสมัยกลางนั้น ทำให้เรานึกไปได้ว่าร้านเหล้าเล็ก ๆ แห่งนี้น่าจะเสิร์ฟอาหารจำพวกกระต่ายตุ๋น (rabbit stew) เป็นแน่

นอกจากนี้ยังมีชื่อร้านอีกหลายชื่อที่ถึงจะดูพื้น ๆ แต่ก็ให้ภาพรวมของการตั้งชื่อร้านกินดื่มในเวลานั้นได้ดี ได้แก่ The Ball (งานเลี้ยง) The Basket (ตะกร้า) The Bell (ระฆัง) The Cross (ไม้กางเขน) The Cup (ถ้วย) The Garland (พวงมาลัย) The Green Gate (ประตูเขียว) The Hammer (ค้อน) The Lattice (โครงตาข่ายไม้ระแนง) The Rose (ดอกกุหลาบ) และ The Ship (เรือสำเภา) ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง

เห็นแบบนี้แล้วทำให้นึกถึง “ร้านไม้กวาดสามอัน” (The Three Broomsticks) ในนิยายชื่อดัง
แฮร์รี พอตเตอร์ ที่เป็นอีกธรรมเนียมหนึ่งของร้านจำพวกโรงเตี๊ยม หรือสถานที่ที่เปิดให้บริการที่พักชั่วคราวพร้อมอาหารและเครื่องดื่มในสมัยกลาง โดยเฉพาะไม้กวาดที่คนไทยถือว่าเป็นของต่ำนั้น สมัยกลางเป็นสัญลักษณ์ของบ้าน (ที่พักพิง) เตาไฟ (ความอบอุ่น) ความสะอาด การแต่งงาน หรือแม้แต่แม่มดที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งในสมัยกลางเองถ้าร้านหรือบ้านใดมีไม้กวาดแขวนไว้เหนือประตูบ้าน ก็แสดงว่าบ้านนั้นเปิดให้บริการเป็นโรงเตี๊ยมหรือที่พักค้างแรมของนักเดินทาง นั่นเอง


รูปไม้กวาด 3 อัน อันเป็นที่มาของชื่อร้านกินดื่มในนิยายชื่อดังของ เจ. เค. โรว์ลิ่ง ที่มาของภาพ

เห็นไหมครับ แค่ชื่อร้านก็ทำให้เราคิดอะไรต่ออะไรได้แล้ว รสนิยมแต่ละยุคแต่ละสมัยก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่รู้กันทั่วไปเลย

หันกลับไปมองชื่อร้านกินดื่มสังสรรค์แฮงก์เอาท์ยอดนิยมในปัจจุบัน แต่ละแห่งสรรหาคำที่คิดว่า “โดน”
มาเรียกความสนใจจากลูกค้ากันมากมาย

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นอกเหนือจากการทำการตลาดอย่างอื่นแล้ว ชื่อร้านนี่ละ สำคัญไม่น้อยไปกว่าอาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศ ผู้คน ฯลฯ ที่สร้างสีสันให้กับสถานที่นั้น ๆ เลยทีเดียว


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.medievalists.net/2014/01/medieval-tavern-names/?utm_content=bufferc0d2a&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer
http://symbolism.wikia.com/wiki/Broom
Watts, V. (2007). The Cambridge Dictionary of English Place-Names: Based on the Collections of the English Place-Name Society. Cambridge: University Press.
Cox, B. ‘Some London Inn and Tavern Names 1423-1426’ in Journal of the English Place Name Society, Vol.30(1997-8).