World Clvilization

ขุมทรัพย์ที่สาบสูญของจักรวรรดิแอสเท็กซ์

ตำนานขุมทรัพย์ที่สาบสูญของทวีปอเมริกายุคดึกดำบรรพ์ปรากฏให้เห็นในหลากหลายชนเผ่าของดินแดนโลกใหม่ (New World) ครั้งก่อนเราได้พูดถึงการบุกเข้ามายังอาณาจักรอินคาของชาวสเปน นำโดยนายพลฟรานซิสโก ปิซาโร (Francisco Pizarro) กันไปแล้ว ด้วยว่าชาวอินคาคิดว่า ปิซาโรคือเทพเจ้าผิวขาว หนวดเครารุงรังที่จะนำพาวัฒนธรรมและวิทยาการอันสูงส่งมาให้ ก็เลยต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี สุดท้าย
ชาวสเปนเลยได้ใจจับกษัตริย์อินคาเป็นตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นทองคำค่าสูงลิบ


ภาพวาดแสดงให้เห็นถึงการพบปะกันระหว่างกษัตริย์มอนเตซูมา แห่งแอสเท็กซ์ และกองทหารของคอร์เตส ที่มาของภาพ

ทราบกันไหมล่ะว่า ตำนานความเชื่อเรื่องเทพเจ้าผิวขาว หนวดเครารุงรังนั้นปรากฏในดินแดนของ
ชาวอเมริกากลางด้วย เพราะว่าเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ ได้เกิดขึ้นในอาณาจักรของชาวแอสเท็กซ์เช่นกัน เรียกว่าคัดลอกกันมาเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งการที่ชาวแอสเท็กซ์ต้อนรับขับสู้ชาวสเปนอย่างดี ทั้งการที่ชาวสเปนเห็นโอกาสในการหยิบฉวยทองคำและสมบัติล้ำค่าออกมา สุดท้ายรวมถึงการสังหารกษัตริย์ของ
ชาวแอสเท็กซ์อย่างโหดร้าย ล้วนเหมือนกับสิ่งที่นายพลฟรานซิสโก ปิซาโร ทำกับชาวอินคาในอเมริกาใต้ทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจักรวรรดิแอสเท็กซ์ในอเมริกากลางก็แตกต่างจากที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรอินคาในอเมริกาใต้เล็กน้อย เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า ตำนานเกี่ยวกับ
ชาวแอสเท็กซ์จะเป็นอย่างไร และ “ขุมทรัพย์” ที่พวกเขานำเอาไปซ่อน น่าจะอยู่ที่ใดกันแน่

ดินแดนอเมริกากลางนั้นมีอีกหนึ่งขุมทรัพย์ที่สาบสูญให้ออกตามล่าเช่นกัน เป็นที่ทราบกันดีว่า ชาวสเปนไม่ได้บุกเข้าไปเพียงแค่ในอาณาจักรของชนเผ่าอินคาที่อเมริกาใต้ อีกหนึ่งนักสำรวจชาวสเปนที่โด่งดังก็คือ
เฮอร์นันโด คอร์เตส (Hernando Cortes) ที่เดินเรือมาถึงชายฝั่งของประเทศเม็กซิโก ในปี ค.ศ. 1519
เขาตั้งถิ่นฐานที่นั่นและเตรียมวางแผนโจมตีชนเผ่าพื้นเมืองที่ปัจจุบันเรารู้จักกันในชื่อว่าชาว “แอสเท็กซ์” ซึ่งขณะนั้นปกครองโดยกษัตริย์ที่มีนามว่า “มอนเตซูมา” (Montezuma) แต่กลุ่มของคอร์เตสต้องแปลกใจ เมื่อพวกเขากลับได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดีจากชาวแอสเท็กซ์ ทั้งนี้เพราะว่าชนพื้นเมืองเหล่านี้มีความเชื่อเกี่ยวกับการกลับมาของเทพเจ้าของพวกเขาที่มีผิวขาวและเครายาว คำอธิบายนี้สอดคล้องกับรูปลักษณ์ของคอร์เตสเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้ชาวแอสเท็กซ์เชื่อสนิทใจเลยว่า คอร์เตสนี่แหละคือ เทพเจ้าที่กลับมายังอาณาจักรของพวกเขา ตามที่พงศาวดารโบราณได้กล่าวเอาไว้

ภาพวาดแสดงให้เห็นกษัตริย์มอนเตซูมา แห่งจักรวรรดิแอสเท็กซ์ ในเครื่องทรงเต็มยศ ที่มาของภาพ

แต่แน่นอนว่า กลุ่มของคอร์เตสไม่ใช่เทพเจ้าผู้โอบอ้อมอารี พวกเขาคือ นักล่าอาณานิคมที่จะเข้ามาช่วงชิงดินแดนและทรัพยากรไปจากชาวแอสเท็กซ์ ชาวสเปนเข้าไปอยู่อาศัยในพระราชวังของชนพื้นเมือง นอกจากนั้นยังบังคับให้ชาวแอสเท็กซ์หันมานับถือศาสนาของตนเองด้วย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ชาวสเปนได้สังหารชาวแอสเท็กซ์ไปอย่างโหดร้ายกว่า 700 ชีวิต แถมด้วยการหลอมรูปสลักทองคำหลายชิ้นของชาวแอสเท็กซ์ เพื่อขนกลับไปยังสเปน

เมื่อชาวแอสเท็กซ์เห็นท่าไม่ดี จึงนำทองคำมาให้เป็นเครื่องบรรณาการแด่ชาวสเปน เพื่อให้พวกเขาออกไปจากแผ่นดินของตนเองเสียที แต่แน่นอนว่า แทนที่ทองคำก้อนนี้จะทำให้ชาวสเปนยอมละทิ้งดินแดนที่ตนเองกำลังเข้ามาล่า มันยิ่งกลับทำให้ชาวสเปนละโมบโลภมากในโลหะสีทองเหล่านี้เพิ่มขึ้น ชาวสเปนจับกษัตริย์มอนเตซูมาขังเอาไว้และเริ่มออกปล้นเมือง “ทีโนชติตลาน” (Tenochtitlan) อันเป็นเมืองหลวงของแอสเท็กซ์ เพื่อค้นหาทองคำที่พวกเขาปรารถนา ตลอดหลายเดือนต่อมา ชาวสเปนสังหารและทรมานชาวแอสเท็กซ์ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพียงเพื่อค้นหาขุมทรัพย์ของชนพื้นเมืองเหล่านี้เท่านั้นเอง


ส่วนหนึ่งของทองคำที่ค้นพบในจักรวรรดิแอสเท็กซ์ ที่มาของภาพ

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น เมื่อชาวสเปนสังหารกษัตริย์มอนเตซูมาทิ้ง ชาวแอสเท็กซ์จึงรู้ซึ้งแล้วว่า
ชนผิวขาวเหล่านี้ไม่ใช่เทพเจ้าอย่างที่พวกเขาเคยหลงเชื่อ จึงเริ่มต่อสู้และขับไล่ชาวสเปนออกไปจากแผ่นดินเกิด ซึ่งขณะนั้นชาวสเปนก็รู้แล้วว่า พวกเขาอาจจะตกที่นั่งลำบากได้ จึงรีบเร่งหนีออกมาจากทีโนชติตลาน แต่ก็ไม่ลืมกำชับว่าให้ทหารสเปนทุกคน “ขนทองคำออกมาให้ได้มากที่สุด!” แต่ทองคำไม่ได้เบาเหมือนนุ่น เพียงแค่ทองคำก้อนเล็กๆ ก็มีน้ำหนักมหาศาล แถมทหารของสเปนเองก็สวมชุดเกราะที่มีน้ำหนักถึงกว่า
20 กิโลกรัม การหาทางหนีออกมาจากทีโนชติตลานพร้อมกับทองคำมหาศาลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ในอดีตนั้นเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบเท็กซ์โกโก (Texcoco) กล่าวกันว่าวันที่ชาวสเปนกำลังหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากทีโนชติตลานนั้น สะพานที่เชื่อมระหว่างเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของนครหลวงกับแผ่นดินรอบนอกถูกดึงออก คืนนั้นซึ่งตรงกับวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1520 ทหารของคอร์เตสหลายร้อยคนถูกฆ่า บ้างก็ถูกจับเป็นเชลย แต่มีไม่น้อยเลยทีเดียวที่ “จมน้ำ” เพราะน้ำหนักของทองคำมหาศาลที่ขนออกมาด้วย ทำให้ค่ำคืนนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ราตรีแห่งความเศร้าโศก” ถือเป็นความสูญเสียที่เกิดจากความโลภล้วนๆ เลยก็ว่าได้


ภาพวาดแสดงให้เห็นถึงความอลหม่านของ “ราตรีแห่งความเศร้าโศก” ในคืนวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1520 ที่มาของภาพ

จนถึงปัจจุบัน นักโบราณคดีค้นพบทองคำของชาวแอสเท็กซ์พอสมควรแล้ว แต่ยังไม่มากเท่าใดนัก
นักประวัติศาสตร์บางท่านเสนอว่า บางทีมอนเตซูมาอาจจะเอาทองคำและสมบัติอื่นๆ ไปซ่อนเอาไว้ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้ นักล่าสมบัติในช่วงทศวรรษที่ 1920s ที่ออกตามหาขุมทรัพย์ของมอนเตซูมาเสนอว่า เขาได้ค้นพบกับแผนที่โบราณที่แสดงให้เห็นว่า นักบวชชาวแอสเท็กซ์ได้ขนย้ายทองคำออกไปก่อนที่คอร์เตสจะบุกเข้ามาในทีโนชติตลานเสียด้วยซ้ำ และสถานที่ที่นักบวชกลุ่มนี้เอาทองคำไปซ่อนก็คือ ทางตอนใต้ของรัฐ “ยูทาห์” (Utah) ในประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง

ถึงแม้ว่านักล่าสมบัติท่านนั้นพร้อมด้วยอาสาสมัครอีกกว่าร้อยชีวิตจะค้นพบโบราณวัตถุและสิ่งของมากมายที่ยูทาห์ ทว่าพวกเขากลับคว้าน้ำเหลวในการค้นหาทองคำของมอนเตซูมา ที่ว่ากันว่ามีมูลค่ามหาศาลถึงราวสามพันล้านดอลลาร์ สรุปแล้ว นักบวชแห่งแอสเท็กซ์นำเอาทองคำไปซ่อนไว้ที่ไหนนั้น คงจะมีเพียงแค่กษัตริย์มอนเตซูมาผู้ล่วงลับคนเดียวเท่านั้นที่รู้คำตอบ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.ancient-origins.net/myths-legends/stolen-treasure-montezuma-001909
Website: http://ahistoryofmystery.com/secrets/montezuma-aztec-gold
Website: http://www.crystalwind.ca/mystical-magical/legends-fables-and-lore/lost-treasure-and-gold/montezumas-lost-aztec-treasure
Website: http://www.good4utah.com/news/local-utah-state-news-/montezumas-gold-is-there-cursed-aztec-gold-in-utah/204135400
Website: http://www.thespectrum.com/story/life/2014/12/20/
montezumas-lost-treasure-really-kanab/2071100