Armies Weapons and Warfare

ยามากาตะ อาริโทโมะ ผู้กระตุ้นให้กองทัพญี่ปุ่นทัดเทียมตะวันตก


ที่มาของภาพ

เชื่อว่าหลายคนที่อาจสงสัยและมีคำถามว่า หลังจากญี่ปุ่นปฏิรูปประเทศ เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง คืนอำนาจให้องค์จักรพรรดิแล้ว ญี่ปุ่นทำอย่างไรบ้าง จึงทำให้ชาติเกาะเล็กๆ ในเอเชียพลิกกลายมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางทหารของโลกก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้

อันที่จริงแล้วมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่บุคคลสำคัญผู้หนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการผลักดันความก้าวหน้าทางทหารของญี่ปุ่นก็คือ ยามากาตะ อาริโทโมะ (Yamagata Aritomo) หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของคณะปฏิรูปโจชูที่ได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ใน ค.ศ. 1868 หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง บรรดาแกนนำของคณะปฏิรูปหลายคนก็ได้รับอำนาจและมีหน้าที่ผลักดันประเทศจากหลายๆ ภาคส่วน อาริโทโมะ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี 5 คน ที่จะได้เดินทางไปเยือนทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา เรียกกันว่า คณะอิวาคุระ การได้ออกไปเยือนต่างแดน ได้เห็นโลกกว้าง ได้เห็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของชาวตะวันตก ทำให้อาริโทโมะยิ่งเห็นความสำคัญของการพัฒนากองทัพตามแบบตะวันตก เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องตกเป็นอาณานิคมของตะวันตกแบบเดียวกับที่จีนโดนชาวตะวันตกรุกรานไปแล้ว

แต่คณะก็ต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด เพราะไซโง ทากาโมริ หนึ่งในรัฐบุรุษที่รับผิดชอบดูแลรัฐบาลในช่วงที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ออกไปต่างแดน ได้คิดที่จะหาเหตุรุกรานเกาหลี รัฐมนตรีคนอื่นๆ จึงต้องกลับมาเพื่อเปิดประชุมในเรื่องนี้และทุกคนก็คัดค้านที่จะบุกในเวลานี้ อันที่จริงอาริโทโมะเห็นว่า ญี่ปุ่นควรจะบุกเกาหลี แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ เพราะแม้จะทำสำเร็จ แต่กองทัพญี่ปุ่นยังอ่อนแอเกินกว่าที่จะทำศึกในต่างแดน จึงควรพัฒนากองทัพให้เข้มแข็งขึ้นกว่านี้ก่อน โดยเฉพาะกองทัพเรือ ซึ่งได้มีความคิดนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่คัตสึ ไคชู ก่อตั้งโรงเรียนนายเรือที่โกเบ แต่หลังจากทำการได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวลงไปก่อน


ที่มาของภาพ

ใน ค.ศ.1873 อาริโทโมะเสนอความคิดตั้งกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น โดยได้ความคิดหลายอย่างมาจาก
ปรัสเซีย เขาจึงได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีสงครามที่ตั้งขึ้นในเวลานั้น

อาริโทโมะยังได้แนวคิดในการสร้างกองทัพเรือแบบจักรวรรดิอังกฤษที่เขาได้พบเห็นมา ทำการสั่งซื้อเทคโนโลยีในด้านอาวุธหลายอย่างเข้ามาจากชาวตะวันตก ทั้งการต่อเรือ ปืนกล ไปจนถึงการประกอบเครื่องบินรบ แล้วทางญี่ปุ่นก็นำมาพัฒนาต่อยอดเองอีกขั้น

แต่เรื่องตลกร้ายก็คือ ศึกแรกที่กองทัพญี่ปุ่นได้พัฒนาตามแบบตะวันตกของอาริโทโมะ กลับกลายเป็นการทำศึกกับคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง นั่นคือ เหตุการณ์กบฏซัตสึมะ นำโดยไซโง ผู้ไม่เห็นด้วยที่ญี่ปุ่นจะละทิ้ง
จิตวิญญาณบูชิโด แล้วหันมาสร้างประเทศตามแบบตะวันตก

ใน ค.ศ.1876 กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้เปิดศึกกวาดล้างเหล่าอดีตนักรบของซัตสึมะที่ร่วมกันสร้างชาติด้วยกันมา ไซโงสิ้นชีพในสนามรบ แต่ในศึกนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการทหารของตะวันตกมาใช้คือสิ่งจำเป็น หลังจากนั้นกองทัพญี่ปุ่นก็ยิ่งพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด กระทั่งกองทัพเรือของพวกเขาเหนือชั้นกว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด ทำให้เกาหลีต้องยอมสยบ จีนเองก็ไม่อาจต้านทานญี่ปุ่นได้

อาริโทโมะยังได้ร่วมกับ อิโนะอุเอะ โควาชิ เพื่อเขียนแถลงการณ์แห่งจักรวรรดิ เพื่อสร้างอำนาจให้กองทัพและกระตุ้นถึงความภักดีต่อทหารที่ต้องมีต่อจักรพรรดิเมจิ ทำให้ญี่ปุ่นในยุคนั้นเข้าสู่การเป็นจักรวรรดิทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ

ในช่วงปลายของชีวิต อาริโทโมะได้เป็นหนึ่งใน 7 เก็นโร หรือกลุ่มรัฐบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังของรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งได้เกษียณไปแล้ว แต่ก็ยังมีอำนาจเป็นที่ปรึกษาให้องค์จักรพรรดิ โดยถือว่าเป็นกลุ่มคนที่เลือกมาจากคณะปฏิรูปเก่า เป็นเสมือนบิดาผู้ก่อตั้งประเทศญี่ปุ่นยุคใหม่ โดยมี 7 คนที่เป็นกลุ่มผู้อาวุโสจากคณะปฏิรูปภายหลังจึงเสียชีวิตไปเกือบหมด แล้วจึงแต่งตั้งอีกสองคนเข้ามาเพิ่มทีหลัง อาริโทโมะนับเป็นเก็นโร
รุ่น 7 คนแรกที่ได้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคหลังได้วิจารณ์ว่า อาริโทโมะได้พยายามที่จะรักษาฐานอำนาจของตนไว้โดยใช้กองทัพเป็นเครื่องมือสำคัญ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Book
Hillsborough, Romulus (2013). Samurai Revolution: The Dawn of Modern Japan Through the Eyes of the Shogun's Last Samurai, Tuttle.

Jansen, Marius B. (1961). Sakamoto Ryoma and the Meiji Restoration, Princeton: Princeton University Press.

Website

https://en.wikipedia.org/wiki/Yamagata_Aritomo